“บอ จ่อ แฮ” ว่าที่ ผบ.สส.เคเอ็นยู เปิดตัววันชาติกะเหรี่ยง

 1779110_675245642518724_455328639_n

 

“เป้าหมายสูงสุดคือระบอบประชาธิปไตย และรัฐกะเหรี่ยงได้รับการรับรองเอกราชในระดับนานาชาติ”

 

คณะผู้สื่อข่าวไทยมีโอกาสเข้าร่วมงานครบรอบ 65 ปีวันปฏิวัติกะเหรี่ยง (ชาวกะเหรี่ยงจับอาวุธขึ้นสู้กับทหารพม่าเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2492) ตามคำเชิญของผู้นำสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU) ระหว่างวันที่ 30-31 มกราคมที่ผ่านมา

 

อีกทั้งยังได้รับเกียรติจาก พล.อ.บอ จ่อ แฮ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด (รอง ผบ.สส.) กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Liberation Army-KNLA)ให้สัมภาษณ์พิเศษสื่อไทยเป็นครั้งแรกด้วย

 

18 ปีหลังค่ายมาเนอร์ปลอว์ของนายพลโบเมียะแตก เพราะความขัดแย้งภายในกองทัพเคเอ็นแอลเอ

 

5 ปีหลังความขัดแย้งแตกแยกภายในกลุ่มผู้นำเคเอ็นยู

 

2 ปีหลังความขัดแย้งภายในกลุ่มผู้นำเคเอ็นยูคลี่คลายลง

 

วันนี้..เราได้เห็นความโดดเด่นของ พล.อ.บอ จ่อ และกองพลน้อยที่ 5 บทบาทของเขาจะมีอิทธิพลต่ออนาคตของเคเอ็นยูอย่างแน่นอน

knu2
พล.อ.บอ จ่อ ปกเสื้อสีแดง

พล.อ.บอ จ่อ อายุเพียง 53 ปี ผ่านการศึกษาหลักสูตรคอมมานโดจากประเทศอังกฤษ บัญชาการรบกับทหารพม่าในสมรภูมิต่างๆอย่างโชกโชน เติบโตจากนายทหารระดับล่างอย่างรวดเร็ว จนก้าวขึ้นเป็นนายพลจัตวา คุมกองพลน้อยที่ 5 เขาได้รับการยอมรับนับถือจากผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับ รวมถึงชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่รอบฐานที่มั่นกองพลน้อยที่ 5 ที่หมู่บ้าน “ดีปูนุ” กลางเทือกเขาสูงและป่าลึกของรัฐกะเหรี่ยง

 

ความจริงผู้นำเคเอ็นยูสนับสนุนให้เขาขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.สส. ทว่า พล.อ.บอ จ่อ อยากให้เกียรติ พล.อ.ซอ จ่อ นิ อดีตผู้บัญชาการกองพลน้อยที่ 7 นายทหารรุ่นพี่ที่เขาเคารพ จึงปัดข้อเสนอไป แต่ด้วยปัญหาสุขภาพของ พล.อ.จ่อ นิ จึงทำให้การบริหารจัดการกองทัพส่วนใหญ่อยู่ในความดูแลของเขา

 

ถ้าไม่มีเหตุพลิกฟ้าคว่ำดาว พล.อ.บอ จ่อ จะขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบ.สส.ในอีก 2 ปีข้างหน้าแน่นอน

 

ย้อนไปหนึ่งปีก่อนหน้านี้ เคเอ็นยูจัดงานรำลึกครบรอบ 64 ปีวันปฏิวัติที่ฐานบัญชาการกองพลน้อยที่ 7 ชายแดนรัฐกะเหรี่ยง ตรงข้าม อ.ท่าสองยาง จ.ตาก

 

มา 31 มกราคมปีนี้ พล.อ.บอ จ่อ ขึ้นเป็นแม่งานใหญ่ ใช้ศูนย์บัญชาการเคเอ็นแอลเอที่บ้านดีปูนุเป็นสถานที่จัดงานอย่างคึกคักกว่าปีก่อนๆ กล่าวคือนอกจากจัดงานรำลึก 65 ปีแล้ว ยังถือโอกาสจัดงานวันวีรบุรุษ วันชาติ และวันปีใหม่ไปพร้อมกัน ที่พิเศษไปกว่าคือ ครั้งนี้ เขาเชื้อเชิญผู้นำเคเอ็นยู ผู้สนับสนุนรัฐ นักธุรกิจ ตัวแทนหมู่บ้านทั่วรัฐกะเหรี่ยง ตัวแทนกะเหรี่ยงในพม่า-ไทย และจากประเทศที่สามทั่วโลก ศิลปินชื่อดัง สื่อไทย และโซเชี่ยลมีเดีย มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

 

เจ้าตัวเล่าถึงแรงบันดาลใจเบื้องหลังว่า

“ผมปรารถนาจะให้ชาวกะเหรี่ยงทั่วโลก ตลอดจนประเทศทั่วโลกเห็นถึงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของพวกเรา เห็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ไม่แตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย มีอะไรก็ส่งมาช่วยเหลือกัน อยากให้สังคมโลกเห็นว่าพวกเราอยู่อย่างไร เป็นอย่างไร หลายคนยังไม่รู้ข่าวว่าเราถูกทหารพม่าทำร้ายอย่างไร เราอยากสื่อให้คนทั่วโลกรับรู้”

 

ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลพม่าทยอยเจรจาหยุดยิงกับผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ กล่าวเฉพาะรัฐกะเหรี่ยง รัฐบาลพม่าได้เจรจาหาข้อยุติหยุดยิงรอบแรกเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2555 รวมแล้ว 3 รอบ แต่ไม่บรรลุข้อตกลงเป็นทางการ คงมีเพียงเห็นชอบตั้งสำนักงานประสานงานเคเอ็นยู-พม่าที่เมืองผาอันเท่านั้น ขณะเจรจายังคงมีการปะทะกันระหว่างทหารพม่ากับกองพลน้อยที่ 5

 

ประเด็นตั้งสำนักงานดังกล่าวได้ก่อให้เกิดความขัดแย้งในคณะกรรมการกลางเคเอ็นยู บางกลุ่มถูกมองว่าเชื่อใจพม่าเกินไป บางกลุ่มยังไม่ไว้วางใจพม่า กระทั่งนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปลายปี 2555 ส่งผลต่อเนื่องถึงการเลื่อน พล.อ.บอ จ่อจาก ผบ.กองพลน้อยที่ 5 ขึ้นเป็นรอง ผบ.สส.

 

อย่างไรก็ดี พล.อ.บอ จ่อ ยืนยันว่า กลุ่มผู้นำเคเอ็นยูมิได้แตกแยกกันเรื่องหยุดยิงก่อนเจรจาสันติภาพ กองพลน้อย 1-7 ต่างหยุดยิงตามข้อตกลงเหมือนกันหมด แต่พม่าจะยิงกะเหรี่ยงเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะไม่ทำสัญญาหยุดยิงเป็นทางการ การเจรจา 3 ครั้งก็ไม่มีบันทึกข้อตกลงที่ชัดเจน ทุกวันนี้เหมือนสัญญาปากเปล่า ในทางกลับกัน ถ้าพม่าจริงใจ ทำสัญญาชัดเจนเป็นทางการ เคเอ็นยูคงไม่หวาดระแวงเช่นทุกวันนี้

 

ล่าสุด รถลำเลียงพลพม่าถูกกับระเบิดบริเวณชายแดนรัฐกะเหรี่ยง สื่อรัฐบาลประโคมข่าวว่ากะเหรี่ยง (กองพลน้อยที่ 5)ละเมิดข้อตกลง

 

“ภาพข้างนอกมองเราไม่ดี พี่น้องเราอาจมองว่าเราไปยิงเขา ทั้งๆที่เขาแอบเข้ามาเองในดงระเบิด ถ้าจอดรถไว้ข้างนอกแล้วใช้ม้าใช้ลาขนเสบียงมาส่งฐานของเขา เราก็ยอมให้เข้ามา ไม่ใช่แอบเอารถเข้ามาอีกด้าน ต่อไปคุณอาจได้ข่าวว่าเรายิงกับพม่า นั่นเพราะพม่าไม่เอาคนลงไป สายข่าวของเราแจ้งว่า พม่ายังส่งทหารเสริมเข้ามา สร้างค่ายอีก 10 ฐาน โดยเฉพาะบริเวณแม่น้ำสาละวิน และเตรียมบุกขึ้นมาอีก ถ้าขึ้นมาเราก็ยิง บางครั้งเราต้องยิงเพื่อคุ้มครองการทำกินของพี่น้องเรา”

 

ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วลานกลางหมู่บ้านดีปุนุเมื่อทหารราวครึ่งพันเดินตบเท้าสวนสนามอย่างองอาจ ท่ามกลางชาวกะเหรี่ยงในชุดแต่งกายประจำชาติหลากสีสันกว่า 10,000 คนจากทั่วทุกสารทิศเฝ้าชมด้วยใจจดจ่อ

 

หลังทุกคนร่วมร้องเพลงชาติกะเหรี่ยงจบลง บรรดาผู้นำ และตัวแทนเยาวชนชายหญิงทยอยขึ้นปราศรัย สาระหลักเรียกร้องให้ชาวคะเรนนีและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อย่าหยุดยั้งภารกิจร่วมกันปกป้องรักษาแผ่นดินเอาไว้ วันนี้การปฏิวัติเพื่อเรียกร้องเอกราชจากรัฐบาลพม่ายังไม่บรรลุเป้าหมาย

ถ้อยคำปราศรัยบางส่วนยังชี้ให้เห็นว่า ผู้นำเคเอ็นยูยังคาดหวังการเจรจาสันติภาพเพื่อหารูปแบบการอยู่ร่วมกัน เพราะมันเป็นแนวทางเดียวที่จะนำความสงบกลับคืนสู่มาตุภูมิ

พล.อ.บอ จ่อ อธิบายความเพิ่มเติมถึงเป้าหมายของเคเอ็นยูในอนาคตว่า เป้าหมายแรกคือไม่มีสงคราม เป้าหมายต่อมาคือหาข้อตกลงร่วมกันอย่างเป็นทางการให้ได้ว่า จะปกครองระบบใด เช่น ระบอบสหพันธรัฐ หรือสาธารณรัฐ หรือจะให้ลงชิงประธานาธิบดีก็ได้ แต่ทั้งหมดทั้งปวงขอให้กะเหรี่ยงมีสิทธิเสรีภาพในเขตของตนเอง สำหรับเป้าหมายสูงสุดคือระบอบประชาธิปไตย โดยรัฐของกะเหรี่ยง และในเขตของกะเหรี่ยง ชนชาตินี้ได้รับการรับรองเอกราชในระดับนานาชาติ

 

ดูเหมือนเป้าหมายเคเอ็นยูไม่ใกล้เคียงกับผลการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลพม่ากับรัฐคะฉิ่น เรื่องนี้ พล.อ.บอ จ่อ มองว่า รัฐคะฉิ่นยังไม่ใช่รัฐอิสระ เพราะไม่สามารถปกครองตนเองได้

 

“การเจรจาหยุดยิงเป็นแผนอย่างหนึ่งของพม่า ทำเพื่อให้สังคมโลกเห็นด้านดีของเขาเท่านั้นเอง จะหยุดยิงได้อย่างไร ในเมื่อคุณยังส่งปืนใหญ่เข้ามาประชิดเรา”

 

รอง ผบ.สส.ยังวิเคราะห์ศูนย์กลางอำนาจรัฐที่กรุงเนปิดอว์ เมืองหลวงพม่าว่า เมื่อมองผิวเผินจะเห็นว่า ผู้นำพม่ามี 2 กลุ่ม 2 แนวทาง กลุ่มแรกคือรัฐบาลต้องการเจรจาสันติภาพ กลุ่มที่สองคือทหาร ไม่อยากเจรจาสันติภาพกับกลุ่มชาติพันธุ์ แต่มองให้ลึกลงไปแล้ว ทั้งผู้นำกองทัพ และผู้นำรัฐบาลร่วมมือกัน โดยมีกลุ่มคนผู้มีอำนาจมากอยู่เบื้องหลัง จะทำอะไรต้องฟังผู้อยู่เบื้องหลัง คนกลุ่มนี้เลือกทหารไปเป็นประธานาธิบดี ให้ดูแลคนละด้านกับผู้นำกองทัพ เล่นคนละบทตามคำสั่ง

 

ฟังความเห็นว่าที่ ผบ.สส.เคเอ็นแอลเอแล้ว ดูเหมือนเขาไม่ค่อยเชื่อใจพม่า ผู้ร่วมสนทนาจากเมืองไทยจึงถามว่า กองพลน้อยที่ 5 ยังเข้มแข็งอยู่ได้อย่างไร ในเมื่อกองพลน้อยอื่นๆเริ่มอ่อนให้พม่า

 

“น่าเป็นห่วงมาก มีบางกองพลยอมให้ทหารพม่าเข้ามา ในอนาคตจะอันตรายมาก แต่เรา (กองพลน้อยที่ 5)ไม่กลัว เราคิดอยู่เสมอว่า เราจะยันอยู่มั้ย เราจะอยู่ได้อย่างไร ถ้าเราตายในพื้นที่ของเรา เราดีใจ ทำไมเป็นอย่างนั้น ถ้าคุณเคยเจอสภาพความโหดร้ายของทหารพม่า คุณจะเข้าใจ ทหารพม่าทำเราเจ็บแค้นมาเยอะ ถึงตอนนี้พวกเราไม่กลัวตาย”

 

ปิดท้ายการสนทนาด้วยคำถามถึงบทบาทของอองซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านพม่า และโอกาสจะได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี

 

พล.อ.บอ จ่อกล่าวชื่นชมแนวคิดซูจี โดยเฉพาะเรื่องประชาธิปไตย และการปกครองตนเองของกลุ่มชาติพันธุ์ แต่เป็นเรื่องยากมากจะได้เป็นประธานาธิบดี เพราะพม่ามีกลุ่มอำนาจเบื้องหลังซึ่งฝั่งรากลึกมานานและอันตรายมาก คนพวกนี้จะคอยขัดขวาง

 

“ผมเชื่อ 100% ว่าถ้าซูจีได้เป็นประธานาธิบดี พม่าจะสงบ ทั่วโลกให้การยอมรับ ถึงจะมีการสู้รบบ้างก็จะน้อยลง แต่ผมกลัวว่าเธอจะไม่ได้เป็นน่ะสิ”

 

เราตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้ คนชั้นนำ ปัญญาชน และสื่อพม่าเริ่มไม่ชอบซูจีแล้ว เพราะบทบาทและท่าทีเธอเปลี่ยนไป

 

ทว่า รอง ผบ.สส.เคเอ็นแอลเอกลับมองต่างมุม เขารู้สึกเห็นใจซูจีด้วยซ้ำ

 

“ถ้าเธอขืนไปตรงๆ ไปไม่ได้เด็ดขาด เผลอๆอาจอยู่ไม่ได้ เพราะทหารพม่าไม่ยอม ผมรู้จักทหารพม่าดี ดังนั้น เธอจึงต้องไปแบบอ้อมๆ ยอมอ่อนบ้าง ยอมเสียบ้าง เพื่อเป้าหมายใหญ่ข้างหน้า เราต้องรอให้ประชาชนเข้มแข็งก่อน”

 

ฟังมุมคิดของนายทหารระดับสูงผู้รู้ตื้นลึกหนาบางกองทัพพม่าเป็นอย่างดีแล้ว คาดการณ์ได้เลยว่า สถานการณ์หลังการหยุดยิงจะเขม็งเกลียวขึ้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มที่จะทำให้การเจรจาสันติภาพยังอยู่ห่างไกล

 

โดย ภาคภูมิ ป้องภัย
มติชน 9 กุมภาพันธ์ 2557

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.