
สำนักข่าว Myanmar Now รายงานเมื่อวานนี้ (1 มี.ค.2566) สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ KNU ได้เริ่มจัดประชุมสมัชชาใหญ่ทางออนไลน์ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า การประชุมใหญ่ในครั้งนี้ ทางกองพลที่ 5 ภายใต้การนำของ พล.อ.บอ จ่อ แฮ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำกองพล 5 ไม่ได้ส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมด้วย อาจเป็นสัญญาณของความไม่ลงรอยกันภายใน KNU ขณะที่ทางเลขาธิการของ KNU ให้สัมภาษณ์ว่าไม่ขอออกความเห็นในเรื่องนี้
รายงานข่าวแจ้งว่า KNU ได้จัดประชุมใหญ่ครั้งแรกและการประชุมกำลังดำเนินไปในขณะนี้ ซึ่งเป็นการประชุมใหญ่ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2559 โดยปกติแล้วจะมีการจัดประชุมใหญ่ในทุกๆ 4 ปี แต่ต้องเลื่อนมาตั้งแต่ปี 2563 เนื่องจากสถานการณ์โควิดและการรัฐประหารของกองทัพพม่า ทั้งนี้ KNU มีส่วนสำคัญในการต่อต้านกองทัพพม่าร่วมกับกลุ่มอื่นๆ แม้ว่าผู้นำของกลุ่มบางส่วนจะไม่เห็นด้วย ส่วนกรณีที่กองพลที่ 5 ไม่ยอมส่งตัวแทนเข้าร่วมในการประชุมใหญ่ของ KNU ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่รายหนึ่งบอกว่า เป็นเรื่องจริง แต่ไม่ได้บอกเหตุผลในการตัดสินใจครั้งนี้ของกองพลที่ 5
ขณะที่พะโด ซอทา โดมู เลขาธิการของ KNU ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

ทั้งนี้พื้นที่ปกครองของกองพลที่ 5 ของ KNU นั้นตั้งอยู่ในอำเภอผาปูน รัฐกะเหรี่ยงโดยรับผิดชอบตั้งแต่ชายแดนรัฐคะเรนนี ตามแม่น้ำสาละวินลัดเลาะชายแดนไทย ตรงข้าม อ.แม่สะเรียง และ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ไปจรดเมืองพะอัน ในรัฐกะเหรี่ยง
ขณะที่เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา องค์กรกะเหรี่ยงทั้งสิ้น 68 องค์กรซึ่งตั้งอยู่ตามแนวชายแดนไทย-พม่า และทั่วโลก ได้ร่วมส่งจดหมายเปิดผนึกถึง KNU เรียกร้องให้คณะกรรมบริหารของ KNU ทั้งหมด ลาออกจากตำแหน่ง หลังล้มเหลวในการดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางคนที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับธุรกิจโครงการก่อสร้างเมืองใหม่ที่เข้ามาลงทุนในรัฐกะเหรี่ยง และถูกกล่าวหาว่าเป็นแหล่งรวมธุรกิจที่ผิดกฎหมาย เช่น ธุรกิจฉ้อโกง ค้ามนุษย์ บ่อนคาสิโนและมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ด้วย
ในแถลงการณ์ระบุว่า การที่ผู้นำระดับสูงของ KNU บางคนเกี่ยวข้องกับธุรกิจเป็นการขัดขวางการปฏิวัติของประชาชนและไม่สงผลดีกับภาพลักษณ์ของ KNU และประชาชนกะเหรี่ยง
ด้าน Saw Thuo Ka Bee โฆษกของกลุ่มที่ออกมาเรียกร้องในครั้งนี้กล่าวว่า การเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ต้องการแสดงให้เห็นว่า การกระทำที่ไม่ถูกต้องของผู้นำ KNU บางคน ควรได้รับการแก้ไขโดยเร็วที่สุดเพื่อให้พวกเขามีความรับผิดชอบตามระบอบประชาธิปไตย
ในจดหมายเปิดผนึกยังกล่าวว่า การเลือกตั้ง KNU ครั้งที่ 17 ที่กำลังจะมีขึ้นมีรายชื่อผู้นำที่ทำผิด ขัดต่อหลักการของ KNU และผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นนี้จะไม่สามารถพัฒนาความเป็นผู้นำของ KNU และจะไม่สร้างผู้นำคนใหม่ๆ ออกมาได้ ดังนั้นจึงเรียกร้องให้คณะกรรมการบริหารของ KNU แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกทั้งหมด

ส่วนผู้นำ KNU ที่ถูกมุ่งเป้าว่าเกี่ยวข้องและอนุญาตโครงการธุรกิจเมืองใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งรวมธุรกิจผิดกฎหมายเหล่านี้ คือนายพะโด ซอ โรเจอร์ ขิ่น ซึ่งเป็นทั้งหนึ่งในคณะกรรมการบริหารและหัวหน้าฝ่ายกระทรวงกลาโหมของ KNU โดยมีภาพเขาได้เข้าร่วมเปิดตัวเมืองกาสิโนใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้าน มอทู ทาเล ในรัฐกะเหรี่ยงเมื่อปี 2563 อย่างไรก็ตาม ทาง KNU ได้ออกมาปฏิเสธเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยระบุว่า KNU จะไม่ยอมให้มีธุรกิจผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรม การพนันและการให้บริการทางการเงินเกิดขึ้นในรัฐกะเหรี่ยงโดยเด็ดขาด
ด้านนางกะญอพอ เลขาธิการทั่วไปขององค์กรสตรีกะเหรี่ยง (Karen Women’s Organization -KWO) กล่าวกับสื่อกะเหรี่ยง KIC ว่า ดีใจที่ได้ยินว่า KNU ชี้แจงว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามเรียกร้อง KNU ควรทำการสอบสวนอย่างละเอียดและพิจารณาข้อกังวลของประชาชนและเปิดเผยอย่างโปร่งใสต่อสาธารณะ
ด้านเครือข่ายสันติภาพกะเหรี่ยง Karen Peace Support Network ได้ออกรายงานสถานการณ์พื้นที่รัฐกะเหรี่ยงว่า ความไม่สงบและการโจมตีโดยกองทัพพม่าส่งผลให้ประชาชนในรัฐกะเหรี่ยงต้องพลัดถิ่นถึง 532,671 คน ซึ่งการโจมตีเป็นการใช้อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และเครื่องบินรบทิ้งระเบิด มุ่งเป้าหมายที่หมู่บ้าน โรงเรียน และสถานพยาบาล เป็นการโจมตีต่อเนื่องทำให้ชาวบ้านไม่สามารถมีชีวิตปกติได้ แต่ต้องหลบซ่อนอยู่ตามป่าและถ้ำเพื่อเอาชีวิตรอด โรงเรียนต่างๆ ต้องจัดการสอนในป่า การดูแลสุขภาพและรักษาพยาบาลเป็นไปอย่างยากลำบาก



