Search

ผู้หญิงหลากหลายชาติพันธุ์แสดงพลัง- เรียกร้องการเข้าถึงความยุติธรรม-สิทธิเสรีภาพ

เมื่อวานนี้ (8 มีนาคม 2566) เครือข่ายจากหลากหลายองค์กร ได้ร่วมจัดงานวันสตรีสากล ขึ้นที่ข่วงประตูท่าแพ จังหวัดเชียงใหม่ โดยในปีนี้มีผู้หญิงจากหลากหลายเชื้อชาติได้มาร่วมแสดงพลังอย่างคึกคัก และเรียกร้องให้ผู้หญิงเข้าถึงความเป็นธรรมและแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อผู้หญิง โดยวันสตรีสากลนั้นตรงกับวันที่ 8 มีนาคมของทุกปี

มูลนิธิเพื่อสุขภาพและการเรียนรู้ของแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์หรือมูลนิธิแมพ มูลนิธิประการแสง หรือที่รู้จักกันในชื่อ Beam Foundation มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สมาคมผู้หญิง กฎหมาย และการพัฒนาแห่งเอเซียแปซิฟิก (APWLD) องค์กรสันนิบาตสตรีพม่า(WLB)และอีกหลายๆองค์กรได้ร่วมกันจัดงานสตรีสากลขึ้นปีนี้ โดยมีการเดินขบวนจากพุทธสถานไปยังลานประตูท่าแพ และยังมีกิจกรรมอื่นๆ เช่น การยื่นแถลงการณ์ต่อทางภาครัฐ การเสวนาในหัวข้อ “ลุกขึ้นเพื่อเสรีภาพ” รวมไปถึงการแสดงทางด้านวัฒนธรรมต่างจากพี่น้องชาวพม่าและชาติพันธุ์อื่นๆ การเต้น “One billion Rising” เพื่อรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง

แถลงการณ์ของเครือข่ายที่ร่วมจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งใช้ชื่อว่า เครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อความเสมอภาคระหว่างเพศ จังหวัดเชียงใหม่ ได้เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนของสังคมสนับสนุนให้ผู้หญิงทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงทรัพยากร อำนาจและโอกาสทางสังคม มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ แก้ไขปัญหาทางการเมือง ทางสังคม นอกจากนี้เรียกร้องให้สนับสนุนและร่วมกันสร้างขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อความยุติธรรมทางเพศและทางสังคมตั้งแต่ระดับชุมชน ประเทศไปจนถึงระดับนานาชาติ

ในแถลงการณ์ได้ระบุถึงข้อเสนอให้แก้ไขปัญหาสิทธิมนุษยชนต่อผู้หญิง และผลักดันด้านนโยบายและกฎหมายตามกลไกสิทธิมนุษยชนต่างๆเช่น อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดเลือกปฏิบัติต่อสตรีทุกรูปแบบ (CEDAW) นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคม ต่อกระบวนการติดตาม ตรวจสอบ และเสนอให้รัฐบาลไทยนำหลักการสิทธิมนุษยชนมาใช้อย่างจริงจังเป็นต้น

ทั้งนี้ในบางช่วงของงาน มีการยืนสงบนิ่งเพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับผู้หญิงในพม่า ที่ตอนนี้กำลังประสบกับความอยุติธรรมที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศ รวมไปถึงเป็นการยืนไว้อาลัยให้กับผู้หญิงในพม่าที่ต้องเสียชีวิตจากน้ำมือของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่า

โซฟี วัย 22 หญิงชาวคะเรนนีที่เดินทางมาร่วมงานวันสตรีสากลเป็นครั้งแรก กล่าวว่า เธอรู้สึกมีความสุขที่ได้มาร่วมงานและแสดงพลังในวันนี้ โดยตัวเธอนั้นมาจากพื้นที่ชายแดนรัฐฉาน – คะเรนนี ซึ่งขณะนี้บ้านของเธอกำลังเต็มไปด้วยสงคราม ความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งผู้หญิงและเด็กๆที่บ้านเกิดของเธอก็กำลังได้รับผลกระทบมากๆนับตั้งแต่การรัฐประหาร การได้มาร่วมงานในวันนี้ ทำให้เธอไม่รู้สึกโดดเดี่ยวในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและเสรีภาพในบ้านเกิด และรู้สึกขอบคุณต่อผู้ที่จัดงานในวันนี้ขึ้นมา เพราะเธอได้มารู้จักและแลกเปลี่ยนกับผู้หญิงคนอื่นๆอีกด้วย