Search

กำแพงกันคลื่นชายหาดชะอำพ่นพิษ นักท่องเที่ยวลื่นล้มหัวกระแทก เหตุตะไคร่น้ำจับตลอดแนว แถมไร้การเหลียวแลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ นักกฎหมายแนะฟ้องเรียกค่าเสียหาย

ภาพจากเฟซบุ๊ก Beach for life



เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2566 เฟซบุ๊ก Beach for life ได้รายงานว่า ได้รับข้อมูลจากภรรยาผู้ประสบอุบัติเหตุจากการลื่นล้มบนกำแพงกันคลื่นหาดชะอำใต้ จ.เพชรบุรี โดยมีรายละเอียดว่า มีผู้ประสบอุบัติเหตุจากการลื่นล้มบนกำแพงกันคลื่นหาดชะอำใต้ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ประสบอุบัติเหตุเป็นผู้ชาย อายุ 55 ปี โดยภรรยาผู้ประสบอุบัติเล่าว่า สามีของตนได้ไปพักผ่อนที่ริมชายหาดชะอำ และได้เดินเล่นริมชายหาดบริเวณกำแพงกันคลื่นจนถึงช่วงใกล้ค่ำ ด้วยสภาพชายหาดชะอำที่กำแพงกันคลื่นมีตะไคร่น้ำปกคลุมหนาเเน่นตลอดแนว ประกอบกับบริเวณพื้นที่โครงการกำแพงกันคลื่นไม่มีไฟส่องสว่าง และไม่มีป้ายเตือนอันตรายจากเจ้าของโครงการ ทำให้สามีของตนลื่นล้มศีรษะกระแทกกำแพงกันคลื่น ทำให้กระดูกคอหัก ปัจจุบันได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลราชบุรี อาการปลอดภัยแล้ว

ภรรยาของผู้ประสบอุบัติเหตุได้ระบุว่า สามีเป็นหัวหน้าครอบครัว เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้เกิดขึ้นทำให้อนาคตของครอบครัวไม่รู้จะเป็นอย่างไรต่อ จนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อเยียวยาจากหน่วยงานเจ้าของโครงการที่ทำให้สภาพแวดล้อมชายหาดชะอำเปลี่ยนไปเป็นกำแพงกันคลื่นที่เต็มไปด้วยตะไคร่น้ำและอันตราย จึงอยากให้หน่วยงานเจ้าของโครงการแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสามีตนเองนั้นเกิดกับคนอื่นต่อไป

Beach for life ระบุว่าโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดชะอำ จ.เพชรบุรี ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยมี 3 ระยะโครงการ แล้วเสร็จไปแล้ว 2 ระยะ ยังไม่ส่งมอบงานแก่ท้องถิ่น โครงการดังกล่าวนั้นเป็นโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นรูปแบบคอนกรีตเสริมเหล็กขั้นบันไดทำให้เมื่อน้ำกระทบกับกำแพงกันคลื่นจึงเกิดตะไคร่น้ำ ที่ผ่านมาบริเวณพื้นที่โครงการไม่มีป้ายเตือนภัยอันตรายจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น และยังไม่มีมาตรการอื่นๆที่ป้องกันมิให้ผู้ใช้ประโยชน์ริมชายหาดมีความปลอดภัยจากการใช้ประโยชน์ริมชายหาดชะอำใต้

“กรณีนี้ถือเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากโครงการของรัฐที่ไม่มีความรอบคอบ ทำให้ประชาชนต้องเผชิญกับความไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หลังจากนี้หวังว่ากรมโยธาธิการฯ จะเยียวยากับความเสียหายที่เกิดขึ้นและมีมาตรการในการทำให้การใช้ประโยชน์พื้นที่ที่เป็นกำแพงกันคลื่นมีความปลอดภัยมากขึ้น” Beach for life ระบุ

Beach for life มีคำเเนะนำสำหรับการดูเเลตัวเอง เเละคนใกล้ชิด เมื่อต้องพักผ่อนบนกำแพงกันคลื่นที่ตะไคร่น้ำปกคลุม ดังนี้ 1. หลีกเลี่ยงการเดินลงเล่นน้ำ บริเวณที่มีตะไคร่น้ำปกคลุมกำแพงกันคลื่นอย่างหนาเเน่น

2. ไม่ควรเดินบนกำแพงกันคลื่น หรือ ลงเล่นน้ำในจุดที่มีกำแพงกันคลื่นในช่วงกลางคืน 3. ดูแลบุตรหลาน – ผู้สูงอายุอย่างใกล้ชิด ไม่ปล่อยให้เดินบนกำแพงกันคลื่นโดยลำพัง 4. หากมีความจำเป็นต้องเดินบนกำแพงกันคลื่นควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง ค่อยๆ เดินลง

ภาพจากแฟ้มภาพ



ด้าน น.ส.เฉลิมศรี ประเสริฐศรี ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน กล่าวว่าผู้ประสบอุบัติเหตุสามารถฟ้องร้องค่าเสียหายได้ หากเป็นการลื่นในจุดที่ตะไคร่น้ำเขียวเพราะหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ดูแลความสะอาด อย่างไรก็ตามต้องดูบริบทโดยรอบด้วยว่าเป็นอย่างไร และต้องดูด้วยว่าหน่วยงานไหนรับผิดชอบ เพราะไม่แน่ใจว่ากรมโยธาธิการฯได้ส่งมอบงานให้เทศบาลชะอำแล้วหรือยัง

“โครงการแบบนี้ไม่ควรมีเพราะเรามาเที่ยวเพื่อต้องการดูชายหาด ไม่ต้องการดูกำแพงกันคลื่น การมีของแปลกปลอมบนชายหาดทำให้เกิดอุบัติและอันตรายเช่นนี้เป็นเรื่องที่น่าห่วงใย เรามีข้อมูลว่าในบางพื้นที่ที่สร้างกำแพงกันคลื่น มีนักท่องเที่ยวขับเจ็ตสกีไปชนกำแพงกันคลื่นจนขาหักเพราะน้ำขึ้นและมองไม่เห็นกำแพงกันคลื่น เป็นเรื่องน่าเสียใจที่ไม่มีการดูแลเรื่องความปลอดภัยของชีวิตสำหรับคนที่ต้องการไปพักผ่อน กลายเป็นว่าคนที่ได้รับอุบัติเหตุต้องฟ้องร้องค่าเสียหายเอาเอง” ทนายความจากมูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน กล่าว