Search

“บิ๊กโจ๊ก”รับปากชาวเลหลีเป๊ะใกล้ได้เส้นทางดั้งเดิมคืน จี้กรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนเอกสารสิทธิ เตรียมเอาผิดเจ้าหน้าที่อุทยานฯ-อบต.ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.)ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงกรณีปัญหาข้อพิพาทในที่ดินที่เกี่ยวข้องกับชุมชนชาวเล เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล พร้อมคณะได้ลงพื้นที่เกาะหลีเป๊ะ โดยมีชาวเลกว่า 300 คนคอยให้การต้อนรับ ซึ่งพล.ต.อ.สุรเชษณ์ได้ใช้ห้องประชุมหน่วยปฎิบัติการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ 491 กองทัพเรือเชิญผู้แทนหน่วยงานต่างๆและตัวแทนชาวเล 5 คนร่วมหารือ

รายงานแจ้งว่า การประชุมได้ข้อสรุปโดยเรื่องแผนการรังวัดที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะซึ่งให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องร่วมปฎิบัติการ และได้มอบหมายให้นายมงคล แดงกัน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติตารุเตา ร่วมกับที่ดินสตูล และ ภ.จว.สตูล นัดหมายเจ้าของที่ดิน โดยจะมีการจัดทำบัญชีที่ดินทั้งหมดซึ่งจะมีรายละเอียดที่ดิน ส.ค.1 ที่ยังไม่ได้แจ้งขอความร่วมมือรังวัด โดยให้อุทยาน และ ภ.จว.สตูล ไปสืบหาเจ้าของผู้ครอบครองปัจจุบัน และส่งชื่อกับที่อยู่ให้กับที่ดินจังหวัดสตูล เพื่อทำหนังสือขอความร่วมมือรังวัดต่อไป โดยการรังวัดรอบต่อไปคือ ห้วงวันที่ 1-5 พฤษภาคม

นอกจากนี้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้สั่งการโดยใช้อำนาจ คสช.ให้ทหารยศ ร.ต. ขึ้นไปเข้าไปร่วมรังวัด ตั้งแต่วันพรุ่งนี้(19 เมษายน) และมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ จัดทำแผนปฎิบัติการในการรังวัดที่ดินให้เรียบร้อย เพื่อกำหนดวันเวลาที่จะรังวัด โดยให้ระยะเวลาการรังวัดให้เสร็จสิ้นภายใน 1 เดือน นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยังได้กำชับให้นายบุญธรรม หอไพบูลย์สกุล รองอธิบดีกรมที่ดิน ให้ดำเนินการตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฏหมายที่ดิน ให้เรียบร้อยและให้กรมอุทยานที่ตรวจพบ ส.ค.1 ที่ทับซ้อนให้ไปแจ้งความต่อ สภ.เกาะหลีเป๊ะ

ข่าวแจ้งว่า ในเรื่องคดีที่ต้องดำเนินการบนเกาะหลีเป๊ะนั้น คดีที่อุทยานฯร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้บุกรุก จำนวน 8 คดี ซึ่งเป็นกรณีโรงแรมและโรงไฟฟ้า อยู่ระหว่างการสอบสวน ซึ่งจะนำไปสู่การดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่อุทยานฯที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และเจ้าหน้าที่ อบต. ที่ละเว้นไม่ได้ตรวจสอบการก่อสร้างอาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ คาดว่าสัปดาห์หน้าจะพิจารณากล่าวโทษผู้กระทำความผิดต่อไป ส่วนที่อบต. ร้องทุกข์กล่าวโทษกับโรงแรมที่ผิดกฎหมายต่อ สภ.เกาะหลีเป๊ะ จำนวน 108 แห่งนั้น ตอนนี้ทยอยร้องทุกข์ไปแล้วประมาณ 50 โรงแรม ซึ่ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ได้กำชับ อบต.ให้เร่งรัดดำเนินการ

ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม ชาวเลได้ร่วมกันยื่นหนังสือกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โดยนางสลวย หาญทะเล กล่าวว่ามีชาวเลจำนวนหนึ่งเป็นผู้ประกอบการรายเล็กๆและพร้อมทำตามกฏหมายทุกอย่าง แต่ทุกครั้งที่ยื่นขออนุญาตกลับไม่มีใครออกหนังสืออนุญาตให้ ดังนั้นจึงอยากร้องเรียนไปยัง พล.ต.อ.สุรเชษณ์

“ตอนที่ที่พวกเราเดือดร้อนกันมากคือเรื่องเส้นทางดั้งเดิมที่ใช้เดินลงทะเล แต่ถูกปิดเส้นทางมาแล้วนับเดือนทำให้ต้องอ้อมไปใช้เส้นทางอื่น”นางสลวยกล่าว

ขณะที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวกับชาวบ้านว่า เรื่องการปิดเส้นทางกำลังเร่งรัดให้มีการแก้ไขและมีความคืบหน้าไปมากแล้วโดยกำลังเพิกถอนเอกสารสิทธิที่ไม่ถูกต้องและคืนสิทธิให้ชาวเล