Search

ชาวบ้านอมก๋อยค้านโครงสายส่ง กฟผ.เชื่อมต่อโครงการผันน้ำยวม ผู้แทน มน.เชื่อมีคนปั่นให้ชาวบ้านตื่นกลัว

เมื่อวันที่   22 เมษายน 2566 เวลา 13.00 น. ที่วัดแม่อ่างขาง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 (เพิ่มเติม) การศึกษาและจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการระบบโครงข่ายไฟฟ้า 230 กิโลโวลต์ ลำพูน 3 สบเมย ส่วนที่พาดผ่านพื้นที่ชั้นคุณภาพลุ่มน้ำชั้นที่ 1 โดยผู้นำของชุมชนไม่ได้เข้าร่วมเนื่องจากไม่เห็นด้วยกับโครงการผันแม่น้ำยวมของกรมชลประทานซึ่งโครงการระบบโครงข่ายไฟฟ้าฯนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนโครงการผันแม่น้ำยวม ทั้งนี้ชาวบ้านชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง รวมทั้งผู้หญิงและเยาวชน ประมาณ 40 คนมาถือป้ายเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบร้อย

ในเวทีดังกล่าว ผู้แทนของ กฟผ. กล่าวว่าวันนี้ไม่ได้จะมาโหวตว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เราแค่จะมาบอกว่าสายส่งหน้าตาเป็นอย่างไร อันตรายหรือไม่ จะอยู่กับสายส่งได้หรือไม่ถ้ามันมา

 “ผมจะบอกไว้ก่อนว่าโครงการของรัฐบาลนั้น หากเขาจะทำยังไงเขาก็ทำ แต่เราที่ไม่ได้รับประโยชน์  ไม่ใช่ว่าทุกคนต้องเห็นด้วย เรื่องที่เราอยากรู้ว่าความกังวลของชาวบ้านคืออะไร หากไม่เอาก็เป็นความเห็นของเรา” ผู้แทนกฟผ. กล่าว

ทั้งนี้โครงการระบบโครงข่ายไฟฟ้าดังกล่าวเป็นโครงการที่เกี่ยวเนื่องและสนับสนุนโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภมิพล (ผันน้ำยวม) ของกรมชลประทาน ซึ่งผลการศึกษาโครงการ โครงการศึกษาวิเคราะห์โครงการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนโครงการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้เขื่อนภูมิพล และกฟผ.มีบทบาทในการส่งไฟฟ้าแรงสูงเพื่อสูบน้ำ (ที่สถานีสูบน้ำแม่เงา จ.แม่ฮ่องสอน) โดยเอกสารระบุว่ามูลค่าการลงทุน ค่าใช้จ่ายโครงการ งานดำเนินงานและบำรุงรักษา และค่าลงทุนโครงการ อยู่ที่ราว 172,200.34 ล้านบาท โครงการประกอบด้วย เขื่อนน้ำยวม จ.ตากและแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติอย่างน้อย 5 แห่ง ได้แก่ ป่าแม่แจ่มและป่าแม่ตื่น ป่าแม่ยวมฝั่งซ้าย-ขวา ป่าอมก๋อย และป่าท่าสองยาง สถานีสูบน้ำบ้านสบเงา จ.แม่ฮ่องสอน ระบบอุโมงค์ส่งน้ำ (โครงสร้างใต้ดิน) ระยะทาง 61.52 กิโลเมตร จาก อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ผ่าน อ.อมก๋อย ไปยัง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ประกอบด้วย อุโมงค์อัดน้ำ อุโมงค์พักน้ำ และอุโมงค์ส่งน้ำ คาดว่าจะผันน้ำเฉลี่ยปีละ 1,795 ล้านลูกบาศก์เมตร

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคม กรมชลประทาน ได้จัดเวทีเสวนา ได้หรือเสียโครงการผันน้ำยวม โดยมีนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมและมีการถ่ายทอดผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งในเวทีดังกล่าวผู้แทนมหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งได้รับการว่าจ้างให้จัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ได้นำเสนอส่วนหนึ่งว่า ก่อนหน้านี้ทุกคนที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ได้เงินชดเชยเยียวยาดูแล จากการสำรวจของเราอยากบอกว่าราคาที่ค่อนข้างสูง และที่สำคัญเนื่องจาก (ชาวบ้าน)ตื่นกลัว มีคนไปสื่อสารแล้วก็ให้เกิดความเข้าใจผิดแบบไม่น่าเชื่อ ก็คือบอกว่าไม่มีเอกสารสิทธิ์ไม่ได้เงิน ไม่ถูกต้อง ราคาก็มี ที่เราทำการสำรวจเราเช็คตามภาพถ่ายดาวเทียม วางระบบพิกัดของพื้นที่กำหนดให้ ครับปักหมดแล้วก็ทุกรายละเอียดได้ประเมินราคาเบื้องต้นในการชดเชยนะครับ รายต่ำสุด ระดับแสน สูงสุด 2.4 ล้านบาท

“การอพยพโยกย้าย ที่เข้าใจผิดแล้วก็อย่าพยายามสื่อสารให้ชาวบ้านตื่นกลัว ต้องเรียนความจริงแล้วก็จริงๆ เอกสารสำรวจเนี่ยก็ได้มีการยืนยันแล้ว มีการรับทราบทุกราย มีผู้ได้รับผลกระทบเพียง 29 ราย 15 แปลง แล้วเป็นพี่น้องชาวชาติพันธ์ แต่ละท่านก็จะมีที่ดินหลายแปลง ปลูกพืชหมุนเวียน ทุกแปลงที่เราเข้าสำรวจจะมีตัวเลข การดูแลเนี่ยมันทั่วถึงอยู่แล้ว สำรวจดูแลแล้วก็ชดเชยเยียวยาโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอยู่แล้ว ส่วนเรื่องของปลาก็มีการทำการศึกษา (ผลกระทบจากการชุดเจาะ) เจาะโดยใช้สว่าน เจาะมีการติดตามตรวจสอบเราก็ทำศึกษาเปรียบเทียบ จริงๆ แล้วเทคโนโลยีสมัยใหม่ โครงสร้างคืองานด้านธรณีวิทยามีการสำรวจหมดแล้ว” ผู้แทนมหาวิทยาลัยนเรศวรกล่าว

ทางด้านนายวันชัย ศรีนวน ผู้ใหญ่บ้านแม่งูด ต.นาคอเรือ อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ กล่าวว่าสัปดาห์นี้ชาวบ้านแม่งูด ซึ่งถูกกำหนดเป็นปลายอุโมงค์ผันน้ำ  ได้จัดพิธีกรรมแสดงความเคารพต่อลำห้วยแม่งูดและธรรมชาติในพื้นที่ โดยมีมีพิธีสงฆ์ตามประเพณี มีชาวบ้านเข้าร่วมกว่า 200 คน

ผู้ใหญ่บ้านกล่าวว่าชาวบ้านขอยืนยันเจตนารมณ์ในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และไม่ต้องการให้ถูกทำลายโดยโครงการผันน้ำยวม

“ประชาชนแม่งูด พร้อมทั้งชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.ฮอด ยืนยันชัดเจนว่าเราไม่เอาโครงการผันน้ำยวมอย่างเด็ดขาด ขอปกป้องดิน น้ำ ป่า ของพวกเราเพื่อให้สืบทอดให้ลูกหลาน หากสูญเสียไปย่อมไม่สามารถมีอะไรทดแทนให้ได้” นายวันชัย กล่าว