Search

กอ.รมน.-หลายฝ่ายหวั่นผลกระทบเขตแดนหากสร้างเขื่อนปากแบง กรมน้ำแจงความเสี่ยงระดับน้ำ เห็นพ้องให้ สทนช.แจงชัด ทั้งผลกระทบน้ำท่วม ระบบนิเวศน์ และเรื่องเขตแดน

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ณ ที่ว่าการอำเภอเชียงของ จ.เชียงราย นายสุพจน์ ลังกาวีระนันท์ ปลัดอาวุโส อ.เชียงของ นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว  ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ ร่วมเป็นประธานการประชุมการชี้แจงให้ข้อมูลและเสนอแนะการใช้งานข้อมูลของโครงการสำรวจภูมิประเทศเพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมจังหวัดเชียงรายจากการพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนปากแบง สปป.ลาว  โดย นายวินัย วังพิมูล วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ กองวิจัย พัฒนาและอุทกวิทยา และคณะ กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เข้าร่วมชี้แจง  ทั้งนี้มี พ.อ.พักตร์พงษ์ เงสันเที๊ยะ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าวฯ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน(กอ.รมน.)จังหวัด  นายสุรพงษ์ มาลาวิลาศ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนฯ ปภ.เชียงของ  นายอภิธาร ทิพย์ตา  นายกเทศมนตรีตำบลม่วงยาย อ.เชียงแก่น  นายกษิดิศ  รองนายกเทศมนตรีเทศบาลเวียงเชียงของ นายทองสุข อินทะวงศ์ อดีตผู้ใหญ่บ้าน บ้านห้วยลึก ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น เข้าร่วมการประชุม 

นายนิวัฒน์  กล่าวว่า ด้วยโครงการเขื่อนปากแบงอยู่ระหว่างการลงนามรับซื้อไฟฟ้าของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) แต่ชาวบ้านหรือหน่วยงานในพื้นที่ยังไม่มีความชัดเจนถึงผลกระทบข้ามพรมแดนจากเขื่อนดังกล่าวที่ตั้งห่าง บ้านห้วยลึก ต.ม่วงยาย อ.เชียงแก่น 97 กม. และทราบว่าจากการศึกษาของคณะวิศวกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ได้ทำโครงการสำรวจภูมิประเทศเพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่เสี่ยง โดยการว่าจ้างของกรมทรัพยากรน้ำ ที่พบว่ามีพื้นที่เสี่ยงจำนวน 27 หมู่บ้าน ในพื้นที่ 3 อำเภอ คือ เวียงแก่น เชียงของ และเชียงแสน ที่ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่มีความกังวลใจ ว่าจะกระทบถึงพื้นที่การเกษตรของชุมชน หรือพื้นที่อยู่อาศัยถึงจุดไหนบ้าง

นอกจากนี้ทางกลุ่มรักษ์เชียงของและเครือข่ายที่ติดตามสถานการณ์แม่น้ำโขงมองเห็นว่าเป็นการศึกษาภายใต้เงื่อนระดับน้ำที่เขื่อนจะเก็บกัก  แต่ยังไม่รวมปัจจัยอื่น เช่นในเรื่องของฤดูน้ำหลากที่ยังไม่ทราบวิธีการจัดการบริหารน้ำ และที่จะมาจากน้ำป่าไหลหลากจากแม่น้ำสาขา และจากเขื่อนจีนตอนใต้

ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า การสร้างเขื่อนปากแบงจะทำให้น้ำยกระดับขึ้นส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในการตีความเรื่องสนธิสัญญาเขตแดน การที่มีหลายเกาะดอนที่ติดกับฝั่งไทย พอน้ำท่วมจะเป็นของลาว แม้จะติดกับไทย เช่น บ้านดอนมหาวัน เพราะน้ำท่วมพอกลายเป็นเกาะก็จะไม่ใช่ของไทย ที่ผ่านมามีการเอาสัตว์ เช่น แพะ มาเลี้ยงมาปล่อยบนดอนกลางแม่น้ำโขง ดังนั้นการสร้างเขื่อนปากแบงเป็นความเสี่ยงที่สุดแล้วในเรื่องของอธิปไตยของประเทศ ควรมีการทบทวนพูดคุยกันให้มากขึ้นกว่านี้ ลาวอาจอ้างอนุสนธิสัญญา 2469 มาพูด  ฝั่งลาวเริ่มขนอาหารเลี้ยงวัวเข้ามาบนเกาะดอนช้างตายแล้ว ชาวบ้านคุยกันว่าถ้าเกิดชาวบ้านไทยยอมก็จะเหมือนเกาะมโน

ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงความเสียหายต่อระบบนิเวศน์ สภาพน้ำที่เปลี่ยนไปจากน้ำเท้อ และการคงระดับน้ำหลังเขื่อนที่จะถูกเก็บกักจะอยู่สภาพน้ำนิ่ง ขณะที่แม่น้ำโขงเป็นระบบนิเวศน์น้ำไหล ดังสภาพชีวิตที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำจะเปลี่ยนไปและยังไม่มีการวิเคราะห์คำนวณเสียหายที่ชัดเจน แต่กำลังจะมีการลงนามรับซื้อสัญญาเพื่อเดินหน้าสร้างเขื่อนแล้ว จึงได้ทำหนังสือขอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาชี้แจ้งและแลกเปลี่ยนรับฟังชาวบ้านและหน่วยงานในพื้นที่

นายวินัย กล่าวว่า การสำรวจของกรมทรัพยากรน้ำพบว่าหมู่บ้านที่มีความเสี่ยงจำนวน 27 หมู่บ้าน ของ 3 อำเภอในจังหวัดเชียงรายที่ติดแม่น้ำโขงนั้น แบ่งความเสี่ยงเป็น 3 ระดับ โดยใช้เส้นชั้นความสูง (comtour line) ที่ระดับ 340 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางเป็นเกณฑ์ ซึ่งเป็นระดับของการเก็บน้ำของเขื่อนปากแบง ทำให้มีหมู่บ้านที่มีความ เสี่ยงสูง จำนวน  10 เช่น บ้านหัวเวียง เวียงแก้ว โจโก้ ปากอิงใต้ ปากอิง บ้านแต๋น แจ่มป๋อง ไทยเจริญ ห้วยลึก ส่วนอีก 10 หมู่บ้าน เสี่ยงปานกลางและ 7 หมู่บ้านมีความเสี่ยงต่ำ

นายวินัยกล่าวว่า ในรายงานได้ทำเส้นชั้นความสูงที่เป็นเส้นย่อยห่างกัน 1 เมตร ที่จะทำให้ทางพื้นที่สามารถเทียบระดับความสูงจากเสาวัดระดับที่ทางกรมฯ ได้ปักไว้ริมแม่น้ำโขง 27 จุด ส่วนในพื้นที่ลุ่มน้ำสาขาที่อาจได้รับผลกระทบน้ำเท้อจากการกักน้ำ ทางกรมไม่ได้ปักเสาวัดระดับน้ำไว้ ปัจจุบันผลกระทบจากเขื่อนบนแม่น้ำโขงจะอยู่ในการดูแลของ สำนักงานทรัพยากรน้ำ แต่ทางกรมทรัพยากรน้ำสามารถจะดำเนินการในส่วนดูแลที่ระดับน้ำที่จะกระทบประชาชนริมแม่น้ำโขง เช่นที่ห้วยลึกที่ชาวบ้านมีความกังวล เพราะ บ้านห้วยลึก เวียงแก่น มีโอกาสได้รับผลกระทบจากน้ำเท้อก่อนหมู่บ้านอื่น

นอกจากนี้ทางกรมทรัพยากรน้ำ จะทำให้ข้อมูลน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในปี 2551 เพื่อให้มองเห็นระดับการท่วมที่ทำให้ชาวบ้านสามารถเปรียบเทียบระดับน้ำได้

นายทองสุข กล่าวว่า  ชาวบ้านเราต่อสู้มาตลอด การสร้างเขื่อนปากแบงก็ยังเดินหน้า โดยมีบริษัทกัลฟ์ของไทยมาร่วมกับบริษัทต้าถังจากจีนอีก  และที่ผ่านมาบริษัทกัลฟ์ลงพื้นที่บ้านห้วยลึกบ่อยมาก ทั้งชุมชนและโรงเรียน หนักมาก  ข้อมูลที่ทางกรมทรัพยากรน้ำได้ทำขึ้นเป็นข้อมูลที่ดี แต่อาจยังไม่ครอบคลุมมากนัก

ผมแจ้งไปให้มีการเก็บข้อมูลเรื่องนี้แต่ชาวบ้านไม่ค่อยได้รับข้อมูลจากหน่วยงาน แม้แต่ทางเทศบาลเอง จึง อยากฝากทางอำเภอสำรวจผลกระทบที่จะเกิดกับพื้นที่ทำกินและพื้นที่การเกษตร ให้สำรวจด้วยการปักเสาเข้าไปในพื้นที่เหล่านี้ด้วย เป็นไปได้ก็อยากให้มีการปักหลัก 340 เพิ่มเข้าไปในพื้นที่บ้านห้วยลึก ลุ่มน้ำอิงและลุ่มน้ำงาวอีก และต้องมีการศึกษาผลกระทบในระบบนิเวศด้วย บางพื้นที่หลักหายไปแล้ว” นายทองสุขกล่าว

รองนายกเทศมนตรีเชียงของ  กล่าวว่า  ผลกระทบโดยทั่วไปหลังจากการสร้างเขื่อนเป็นเรื่องที่ทาง อปท. เทศบาลต้องมานั่งคิดไว้ว่าจะกันเงินส่วนไหนไว้รองรับสำหรับกรณีฉุกเฉินหากมีผลกระทบจากเขื่อนที่จะเกิดขึ้น

“เรายอมรับได้หรือที่จะให้เขื่อนเกิดขึ้น ในเมื่อการศึกษาอาจยังไม่ทั่วถึง เราสามารถให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบได้รับการชดเชยเป็นพิเศษ  กองทุนเยียวยา 45.6 ล้านบาท จะแน่ใจได้ไงว่าครอบคลุมประชาชนและผลกระทบอย่างเพียงพอ มีมาตรการอะไรที่จะไปเจรจาต่อรองกับเขา  สิ่งที่น่ากังวลที่สุด คือเรื่องไฟฟ้าที่เรามีสำรองถึง 60% จำเป็นหรือไม่ที่เราจะต้องลงนามสัญญาซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมในขณะนี้โดยที่ไม่คำนึงถึงผลกระทบโดยรวมเลย” นายกษิดิศกล่าว

นายมนตรี จันทวงศ์ ผู้จัดการกลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง  กล่าวว่า  เส้นชั้นระดับความสูง 340 จะขนานแม่น้ำโขงมาตลอดแนว พอถึงบ้านแจ่มป๋องกับน้ำงาว ปรากฏว่าเส้น 340 เมตร กลับขาดหายไปทำให้ไม่สามารถประเมินได้น้ำจะท่วมถึงเท่าไหร่ ทั้งนี้ในแม่น้ำโขง เส้น 340 เมตร จะวกกลับที่ดอนกูดของบ้านโจโก้ เมื่อกักน้ำสันเขื่อนอยู่ระดับ 340 เมตร จะส่งผลให้แก่งผาไดก็จะเป็นเกาะทันทีในฤดูแล้ง  จะเหลือดอนเล็ก ๆ กลางน้ำ สิ่งที่เปลี่ยนไปแก่งผาไดจะไม่แห้งในหน้าแล้งอีกต่อไป ที่ทำให้มีผลในเรื่องข้อตกลงเรื่องเขตแดนหรือไม่ และถ้าเป็นช่วงหน้าฝน บวกกับน้ำเท้อหากสร้างเขื่อนปากแบง ก็จะขึ้นไปอีกราว 3 เมตร

นายมนตรี  กล่าวว่า เมื่อเขื่อนกักน้ำทำให้ ตรงหัวน้ำบริเวณบ้านโจ้โก้ ต.เวียง อ.เชียงของ  เลยบ้านดอนมหาวันที่อยู่เชิงสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 ขึ้นไปทางตอนเหนือ การตกตะดอนจะมากขึ้น และจะส่งผลกระทบต่อการเกิดไกอย่างไร  ซึ่งไกเป็นสาหร่ายที่อยู่ในน้ำไหล เมื่อสภาพน้ำนิ่งคล้ายอ่างเก็บน้ำระบบนิเวศน์นี้ก็จะเปลี่ยนไป อีกทั้งความเกี่ยวพันกับผลกระทบต่อนก และระบบนิเวศวิทยาโดยรวมซึ่งมีผลกระบต่อวิถีชีวิตโดยตรงของชุมชน รวมถึงประเด็นเขตแดนไทย – ลาว ด้วย

นายกเทศมนตรีเทศบาลม่วงยาย กล่าวว่า ชาวบ้านตำบลม่วงยายมีความกังวลเรื่องระดับน้ำท่วม ที่จะท่วมพื้นที่เกษตรชาวบ้านที่เป็นส่วนส้มโอที่เป็นพืชเศรษฐกิจที่อยู่พื้นที่ลุ่มน้ำงาว และการที่จะดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยว หรือลงทุนในพื้นที่จะไม่สามารถคาดการได้หากไม่ทราบระดับน้ำในพื้นที่ความเสี่ยง จึงต้องการให้ทางหน่วยงานมาให้ข้อมูลโดยไม่ปิดบัง เพราะที่ผ่านมาหาข้อมูลยากมาก สำหรับในปี 2509 น้ำเคยท่วมด้านหลังพื้นที่ที่ว่าการอำเภอเวียงแก่น และในปี 2551 พื้นที่ลุ่มน้ำงาวเป็นพื้นที่ทุ่งน้ำถนนขาด

พ.อ.พักตร์พงษ์ กล่าวว่า  จะขอรับเรื่องไว้ ในเรื่องของเกาะช้างตายและเกาะมโนอยู่ในความรับผิดชอบของ นรข. ซึ่งเป็นของกองทัพเรือเขตเชียงแสนและเชียงของ  จะนำเสนอต่อเจ้ากรมกิจการชายแดนทหารอีกครั้งหนึ่ง ที่มีชาวบ้านฝั่งสปป.ลาวนำสัตว์มาเลี้ยงในเกาะดอน Ffpในเรื่องเขตแดน บริเวณแก่งผาได ล่าสุดเข้าไปประชุมที่หลายงาว หากมีการสร้างเขื่อนเราจะเสียเปรียบ เราจะยื้อ เราได้พูดคุยกับทหารฝั่งประเทศลาว เราพยายามอะลุ่มอล่วย ให้พี่น้องไทยได้ดำเนินชีวิตตามปกติ เช่น หาปูปลาทางฝ่ายความมั่นคงเราพยายามคุยให้ชะลอออกไป เรากลัวกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และยังไม่มีการเขตแดนก็จะยังไม่มีการปักปันเขตแดนในแม่น้ำโขง

“ในเรื่องของเขื่อนปากแบง ในกรณีที่กรมกิจการชายแดนทหาร หากเราไม่สามารถระงับการสร้างเขื่อนได้ เราจะมีแนวทางการป้องกันอย่างไร เนื่องจากโครงการอยู่ในพื้นที่ของลาว เรามีการพูดคุยกับทางนั้นและถามถึงการทำประเมินผลกระทบว่ามีหรือไม่ เพราะหลายฝ่ายกังวล โดยเฉพาะจุดเช็กอินที่เป็นพื้นที่สุดท้ายของไทยก่อนที่น้ำโขงจะวกเข้าฝั่งลาว ควรมีการพูดคุยกันว่าแต่ละหน่วยจะร่วมกันแก้ไขเรื่องนี้” พ.อ. พักตร์พงษ์ .

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนของ ปภ.เชียงราย เป็นห่วงเรื่องผลกระทบเข้าไปในพื้นที่ลุ่มน้ำสาขา ตั้งแต่น้ำสบน้ำรวก น้ำคำ น้ำอิง น้ำงาว จึงต้องการผลักดันให้รู้ระดับความเสี่ยงในลุ่มน้ำสาขาอยู่ตรงไหน ในระดับ 340 เมตร  อยากให้ช่วยกันผลักดันเรื่องการสร้างประตูน้ำหรือเขื่อนกั้นไม่ให้ลำน้ำโขงเข้ามาลำน้ำสาขา อย่างน้อยเป็นการกันพื้นที่การเกษตรได้

อย่างไรก็ตามในที่ประชุมเห็นว่า ประเด็นเรื่องผลกระทบข้ามพรมแดน  การปักเสาวัดระดับน้ำในแม่น้ำสาขาเพื่อให้เห็นระดับความเสี่ยงของผลกระทบจากเขื่อนปากแบง ประเด็นเขตแดนเป็นส่วนที่ค่อนข้างอ่อนไหวมาก เท่าที่เห็นข้อมูลและติดต่อกับชาวบ้าน  มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเชิญ สำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช) มาอีกรอบ เพราะข้อมูลหลายเรื่องจะเป็นเรื่องที่ สทนช.ชี้แจง การประชุมจึงไม่ได้มีการให้ข้อมูลในส่วนผลกระทบและการป้องกันผลกระทบ

————-