
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2566 ที่ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี ชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี กว่า 100 คน ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เพื่อคัดค้านการจ่ายเงินค่าทดแทน กรณีโครงการเหมืองแร่โปแตช จังหวัดอุดรธานี โดยเนื้อในหนังสือระบุว่าตามที่รัฐบาลและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้อนุญาตออกประทานบัตร การทำเหมืองใต้ดิน ชนิดแร่โพแทช ให้แก่ บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งจำนวน 4 แปลง รวมเนื้อที่กว่า 26,400 ไร่ และมีอายุประทานบัตร 25 ปี และได้มีการดำเนินการตามพระราชบัญญัติ แร่ พ.ศ.2560 ว่าด้วยการกำหนดเงินค่าทดแทน โดยคณะกรรมการกำหนดเงินค่าทดแทน ซึ่งมีผู้ว่าราชการฯเป็นประธาน และอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานีเป็นผู้กำกับดูแลและประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนในพื้นที่ได้รับทราบ

หนังสือระบุว่า อย่างไรก็ดี ตามเอกสารปรากฏ เรื่อง แนวทางและขั้นตอนปฏิบัติ การขอรับเงินค่าทดแทนสำหรับการทำเหมืองใต้ดินของบริษัทเอกชนได้กำหนดเงินค่าทดแทน หรือชาวบ้านเรียกว่า “ค่าลอดใต้ถุน” ให้กับผู้มีกรรมสิทธิ์หรือมีสิทธิครอบครองในที่ดินในเขตประทานบัตร ในอัตรา 45,500 บาทต่อไร่ ซึ่งกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ได้พบเห็นการเอารัดเอาเปรียบและความไม่เป็นธรรมจากการกำหนดราคาเงินค่าทดแทนให้กับประชาชนผู้เป็นเจ้าของพื้นที่ในเขตเหมืองกว่า 26,400 ไร่

“กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี เป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 4 ตำบล คือ ตำบลห้วยสามพาด ตำบลนาม่วง อำเภอประจักษ์ศิลปาคม และตำบลโนนสูง ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ซึ่งอยู่ในขอบเขตการดำเนินโครงการเหมืองแร่โปแตช ไม่มีความประสงค์ที่จะรับเงินค่าทดแทนดังกล่าวแต่อย่างใด เราได้คัดค้านในทุกกระบวนการขอประทานบัตรมาโดยตลอด และพบว่าการออกประทานบัตรดังกล่าว มีความไม่ถูกต้องเหมาะสมตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย จึงดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองอุดรธานี เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนประทานบัตร และศาลก็ได้มีคำสั่งรับคำฟ้องไว้พิจารณาแล้ว” หนังสือระบุ
ทั้งนี้นายวิมล สุระเสน นายอำเภอเมืองอุดรธานี รักษาราชการแทนปลัดจังหวัดอุดรธานี และนายฐิติณัฏฐ์ มุณีรัตน์ อุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี เป็นตัวแทนผู้ว่าราชการฯรับหนังสือ โดยภายหลังจากที่มีการรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์ฯ นายฐิติณัฏฐ์ ชี้แจงว่า เรื่องของค่าลอดใต้ถุน ตนจะทำหนังสือเป็นทางการว่ามีเท่าไหร่ภายใน 1 สัปดาห์ และจะส่งไปยังกลุ่มอนุรักษ์ฯ
“เรื่องของศาลปกครอง โดยหน้าที่ของอุตสาหกรรม หรือผู้ถูกฟ้องก็มีหน้าที่ชี้แจงตามคำสั่งศาล

การที่กลุ่มอนุรักษ์ฯ อยากให้ศาลมีคำสั่งระงับ ผมว่าทางกลุ่มอนุรักษ์ฯ ก็มีสิทธิขอให้ศาลมีคำสั่งให้ระงับทุกอย่างได้ ซึ่งตรงนั้นถ้าหากทางศาลมีคำสั่งมายังอุตสาหกรรมจังหวัด ก็ยินดีปฏิบัติตามคำสั่งศาลอย่างเคร่งครัด”อุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี กล่าว
————-