
เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2566 สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองพม่า (AAPP) เปิดเผยว่า มีนักโทษการเมืองจำนวน 18,948 คน ที่ยังคงถูกกุมขังอยู่ในเรือนจำในพม่า และนับตั้งแต่รัฐประหาร กองทัพเผด็จการทหารพม่าจับกุมผู้เห็นต่างไปแล้วกว่า 23,275 คน และมีประชาชนจำนวน 3,622 คน ซึ่งในจำนวนนี้ มีทั้งนักเคลื่อนไหวถูกทหารสังหารเสียชีวิต
ทั้งนี้ AAPP ระบุว่า จำนวนนักโทษราว 157 คน ถูกศาลตัดสินให้ต้องโทษประหารชีวิต และมีนักโทษจำนวน 4,327 คน ที่ได้รับการปล่อยตัว อย่างไรก็ตาม ทาง AAPP ได้แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพม่า โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์โจมตีที่หมู่บ้านเมืองปาย ในเขตเป่โก่ง ในรัฐฉาน เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 3 มิถุนายน 2566 เมื่อเวลา 06.00 น. ซึ่งทำให้มีชาวบ้านรายหนึ่งต้องเสียชีวิต หรือเหตุการณ์ก่อนหน้านั้น 1 วัน ที่เขตตะนาวศรี ที่ทหารพม่ายิงใส่ชาวบ้าน 2 รายที่กำลังขับเรือโดยไม่มีเหตุผล ทำให้ชาวบ้านรายหนึ่งต้องเสียชีวิต
AAPP ยังระบุด้วยว่า สถานการณ์นักโทษการเมืองในเรือนจำพม่าเองก็กำลังเผชิญกับการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงในคุก โดยเฉพาะหลังจากมีเหตุการณ์นักโทษการเมืองในเรือนจำตองอู เขตพะโค จำนวน 9 – 10 ราย ได้แหกคุกหนีรอดไปได้ เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้หลังจากนั้น นักโทษการเมืองในพม่ามักถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำทำร้ายและทรมานร่างกายอยู่สมอๆ โดยเชื่อว่า น่าจะมีคำสั่งมาจากกองทัพพม่าโดยตรง
เช่นเหตุการณ์ระหว่างวันที่ 21 – 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่เจ้าหน้าที่เรือนจำหม่ายหงั่น ในเขตเมืองมัณฑะเลย์มัดมือเท้านักโทษการเมืองจำนวน 10 คน และทุบตีทำร้าย แม้ทั้งหมดจะถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บอย่างหนัก แต่ก็ถูกปฏิเสธการรักษา และถูกกักขังเดี่ยว มีรายงานด้วยว่า ทางเรือนจำยังห้ามญาติส่งอาหารหรือสิ่งของจำเป็นให้กับนักโทษในเรือนจำดังกล่าวเป็นเวลา 1 เดือนด้วย ขณะที่นักโทษรายหนึ่งที่เคยอยู่ในเรือนจำดังกล่าวเปิดเผยกับสำนักข่าว Irrawaddy ว่า เจ้าหน้าที่เรือนจำอนุญาตให้เขาทำอะไรก็ได้กับนักโทษการเมือง ซึ่งส่วนตัวเขาเชื่อว่า นักโทษการเมืองในเรือนจำดังกล่าวน่าจะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนมากยิ่งขึ้น
อดีตนักโทษการเมืองรายหนึ่งเปิดเผยว่า สถานการณ์เลวร้ายกว่าเมื่อก่อนมาก เช่น การพิจารณาคดีมีขึ้นภายในเรือนจำ รวมไปถึงไม่อนุญาตให้ทนายความพกโทรศัพท์เข้าไปในเรือนจำ เป็นต้น