เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2566 ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร หรือ BACC ได้มีการเปิดตัวนิทรรศการศิลปะภาพวาดภายใต้หัวข้อ “In Between: ชีวิตติดกับ” ว่าด้วยเรื่องราวของผู้พลัดถิ่นภายในและผู้ลี้ภัยเมียนมา หลังการทำรัฐประหาร เมื่อ 1 ก.พ. 2564 โดย พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งกองทัพเมียนมา
งานนิทรรศการ แนวคิด “In Between” จัดโดยมูลนิธิเสมสิกขาลัย (SEM) สะท้อนชีวิตของผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา ที่ไม่สามารถไปต่อได้ ในขณะเดียวกัน ก็ไม่สามารถกลับบ้านเกิดได้เนื่องจากสภาวะสงครามกลางเมืองในเมียนมา และไม่ได้เกิดขึ้นแค่ปัจจุบัน แต่ประวัติศาสตร์การเมืองเมียนมา เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ในอดีต นับตั้งแต่เนวิน ทำรัฐประหารยึดอำนาจครั้งแรก
ภายในงาน มีงานศิลปะจากศิลปินชาวเมียนจัดแสดงบนชั้น 5 ของ BACC และงานศิลปะบางส่วนวางจำหน่ายโดยรายได้ทั้งหมดสมทบทุนและช่วยเหลือผู้พลัดถิ่นภายในเมียนมาทั้งหมด นอกจากนิทรรศการศิลปะแล้ว มีวิดีโอ Installation ที่สัมภาษณ์ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา ถึงข้อเสนอการจัดการผู้ลี้ภัยถึงรัฐบาลใหม่ของประเทศไทย
นอกจากนี้ มีการจัดแสดงข้อมูลไทม์ไลน์ของผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาที่เข้ามาในไทย นับตั้งแต่หลังการทำรัฐประหาร 1 ก.พ. 2564 กองทัพเมียนมาใช้กองทัพอากาศโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย ในเขตกองพล 5 ของกำลังปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง หรือ KNLA ตรงข้าม อ.แม่สะเรียงและ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ทำให้มีผู้ลี้ภัยเข้ามาพักพิงในจังหวัดแม่ฮ่องสอน นอกจากกนี้มีการโจมตีที่เมืองเลเกก่อ รัฐกะเหรี่ยง ตรงข้าม จ.ตาก ปลายปี 2564 จนกระทั่งครั้งล่าสุด เมื่อ 24 มิ.ย. 2566 การโจมตีในรัฐกะเรนนี
กำหนดการเปิดนิทรรศการวันนี้เริ่มต้นด้วยการแสดงดนตรีจากอัญชลี อิสมันยี นักดนตรีวงคีตาญชลี โดยหนึ่งในเพลงที่เธอเล่น ชื่อว่า “รามัญคดี” ได้แรงบันดาลใจจากชีวิตแรงงานชาวมอญในประเทศไทยที่ไม่มีที่ไหนปลอดภัยสำหรับพวกเขา
จากนั้น ‘แจ๊ค’ หนึ่งในคิวเรเตอร์งานนิทรรศการศิลปะ ขึ้นมาพูดถึงความรู้สึกและแนวคิดของงานศิลปินชาวเมียนมาภายในงาน . ข้อมูลจากสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองพม่า หรือ AAPP เปิดเผยว่า ตั้งแต่ 1 ก.พ. 2564 จนถึง 7 ก.ค. 2566 มีผู้เสียชีวิตโดยกองทัพเมียนมา จำนวนอย่างน้อย 3,757 ราย มีผู้ถูกจับกุม 23,759 ราย และยังถูกควบคุมตัวในเมียนมา จำนวน 19,389 ราย
ขณะที่ข้อมูลจากข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่มีการทำรัฐประหาร ตัวเลขผู้พลัดถิ่นภายใน ‘ IDP ‘ ในเมียนมา พุ่งทะยานขึ้นราว 1,865,500 รายซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนรัฐประหาร ราว 1.5 ล้านคน โดยส่วนใหญ่มาจากภูมิภาคสะกาย ตอนกลางเมียนมา ราว 7.7 แสนราย รองลงมาเป็นภูมิภาค มะเกว่ ราว 2 แสนราย . สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมงานนิทรรศการระหว่าง 3-23 ก.ค. 2566







