ลัดเลาะท้ายน้ำสาละวิน จากรัฐมอญสู่รัฐกะเหรี่ยง ฟังเสียงชุมชนตะโกน “ไม่เอาเขื่อน” (2)

 พะอัน11

แม่น้ำสาละวินช่วงผ่านเมืองพะอัน รัฐกะเหรี่ยง ก่อนจะลงทะเลที่เมืองมะละแหม่ง ในรัฐมอญ ประเทศพม่า ไหลเอื่อยๆแตกต่างจากช่วงที่ลัดเลาะชายแดนไทยด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอนซึ่งเชี่ยวกราด ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสายน้ำตอนบนไหลผ่านหุบเขามีความลาดชันและมีเกาะแก่งมากมาย แต่เมื่อไหลสู่พื้นราบในตอนล่าง ลำน้ำได้ขยายกว้าง และมีแรงดันจากน้ำทะเลในอ่าวเมาะตะมะหนุน ทำให้ลดทอนความแรงของสาละวินลงไปมาก

 

ผมพร้อมเพื่อนนักข่าว 3-4 จากเมืองไทย และทีมถ่ายทำสารคดีใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงนั่งรถยนต์จากมะละแหม่งไปเก็บข้อมูลที่เมืองพะอันต่อ

 

เพื่อนชาวกะเหรี่ยงซึ่งเกิดที่พะอันให้ความรู้ว่า เดิมทีพะอันไม่ใช่เมืองหลวงของรัฐกะเหรี่ยง โดยเมืองหลวงเดิมอยู่ในดินแดนหุบเขาลึกเข้าไปอีก แต่ยุคล่าอาณานิคมของอังกฤษ พม่าได้กดดันให้ย้ายมาอยู่ในพื้นที่ปัจจุบัน เพราะง่ายต่อการควบคุม ดังนั้นเมื่อเราคุยถึงเมืองพะอันกับรัฐกะเหรี่ยง เพื่อนชาวปกาเกอะญอมักมีท่าทีไม่ค่อยอยากพูดถึง

ความรู้สึกและสำนึกเรื่อง “แผ่นดิน”ของคนชาติพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นกะเหรี่ยง มอญ ไทยใหญ่ คะฉิ่นและอื่นๆในพม่า ยังค่อนข้างสูง แม้คนพม่าจะแทรกซึมเข้าไปอยู่ทุกพื้นที่ แต่ยังไม่สามารถผสมกลมกลืนได้ แถมยังมีความหวาดระแวงกันค่อนข้างมาก เนื่องกลุ่มชาติพันธุ์เป็นผู้ถูกกระทำจากรัฐบาลทหารพม่ามายาวนาน

“แม่น้ำสาละวินไม่เคยเหือดแห้ง พวกเราอาศัยที่นี่มานาน แม้เป็นคนกะเหรี่ยง แต่ก็ไม่จำเป็นต้องอยู่บนดอยเสมอไป เราอยู่ที่นี่มีข้าวกิน มีปลากิน เหลือเราก็เอาไปขาย ไม่มีเงินเราก็อยู่ได้” ชาวบ้านเก๊าะกูกว่า 10 คน ในหมู่บ้านริมน้ำสาละวินชานเมืองพะอัน ร่วมกันถ่ายทอดข้อเท็จจริง พวกเขาต่างพูดในทำนองเดียวกันว่าเคยได้ยินเกี่ยวกับโครงการสร้างเขื่อนฮัตจีกั้นแม่น้ำสาละวินมาบ้าง ส่วนใหญ่เป็นการบอกเล่าจากปากต่อปาก แต่ไม่เคยได้รับข้อมูลจากทางการพม่าหรือผู้ที่รับสัมปทานโครงการ คือการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)

 

หมู่บ้านเก๊าะกูมีความอุดมสมบูรณ์มาก โดยนอกฤดูทำนา ชาวบ้านสามารถปลูกพืชอื่นๆ เช่น ถั่ว ข้าวโพด ได้ตลอดทั้งปี เพราะแม่น้ำสาละวินไม่เคยหยุดทำหน้าที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตในแผ่นดินผืนนี้

 

“พวกเราไม่ยอมย้ายไปอยู่ที่อื่นแน่” ชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน หมู่บ้านเก๊อะกูอยู่ไม่ห่างจากจุดสร้างเขื่อนฮัตจีมากนัก แน่นอนว่าชุมชนแห่งนี้ย่อมหนีไม่พ้นผลกระทบใหญ่หลวง “ชีวิตทุกวันนี้ก็อยู่กันมีความสุขดีแล้ว จะให้ย้ายไปไหนก็ยังไม่รู้”

 

เสียงของชาวบ้านตลอดริมน้ำสาละวินเป็นไปในทำนองเดียวกับชาวบ้านเก๊าะกู โดยผู้ที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกของชาวกะเหรี่ยงได้อย่างชัดเจนคือหลวงพ่อปินยาทามี (Pyin Nyar Thar Mi) เจ้าอาวาสวัด ตองกาเล (Taung Ga Lay)

หลวงพ่อปินยาทามี นอกจากเป็นที่เลื่อมใสของชาวกะเหรี่ยงแล้ว ชนชั้นปกครองทั้งในรัฐพะอันและรัฐบาลกลาง ตลอดจนผู้นำกองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงหรือเคเอ็นยู ต่างแวะเวียนเข้ามานมัสการท่านเป็นประจำ ทำให้หลวงพ่อรับทราบถึงสถานการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างดี

 

พะอัน21

 

“จุดที่จะสร้างเขื่อนเป็นพื้นที่ของชุมชน ไม่ใช่ของรัฐบาลพม่า ที่สำคัญคือรัฐบาลก็ยังไม่เคยลงมาคุยกันชาวบ้านเลย หากกฟผ.เดินหน้าโครงการย่อมเกิดปัญหาแน่เพราะจะเกิดความขัดแย้งมากมาย โดยเฉพาะในพื้นที่ดังกล่าวมีกองกำลังเคเอ็นยูและดีเคบีเออยู่ หลวงพ่อได้ฟังข้อมูลมามากพอสมควร พูดได้เลยว่า ชาวบ้านเขาไม่ยอมหรอก” เจ้าอาวาสวัดตองกาเล ซึ่งเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ของเมืองพะอันกล่าวอย่างมั่นใจ ท่านเชื่อว่าคำตอบทั้งหมดอยู่ที่หมู่บ้าน หากชาวบ้านไม่ยอมก็สร้างไม่ได้

 

“การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งย่อมมีผลดีและผลเสีย แต่ปัจจุบันมักคำนึกถึงผลประโยชน์มากกว่าผลดี ความจริงแล้ววิธีพัฒนามีมากมาย แต่ต้องค่อยๆคิด การสร้างเขื่อนไม่ใช่การพัฒนาอย่างยั่งยืน มีทางเลือกอื่นอีกมากมาย เช่น การหาพลังงานทดแทน” หลวงพ่อสะท้อนความแนบแน่นในธรรม ท่านรู้จักสภาพสังคมและบ้านเมืองไทยเป็นอย่างดี ทำให้อดเป็นห่วงคนไทยไม่ได้

 

“อาตมาเคยขึ้นเครื่องบินจากกรุงเทพฯในเวลากลางคืน เห็นแสงไฟสว่างจ้าไปทั่ว นั่นเป็นการใช้ไฟเกินความจำเป็นหรือไม่ หากเป็นเช่นนี้ต้อไป เชื่อว่าอีกไม่เกิน 10 ปีประเทศไทยคงมีปัญหาแน่”

 

หลวงพ่อปินยาทามี กล่าวว่า แม้กฟผ.จะเป็นรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลไทย แต่การไปตกลงกับรัฐบาลพม่าโดยตรงและไม่เคยบอกรัฐบาลท้องถิ่นเลย ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้ามาสร้างเขื่อนในพื้นที่

 

“หากเขาคิดว่าเรื่องจบลงแค่การไปตกลงกับรัฐบาลพม่า กฟผ.ก็อย่าหวังว่าจะได้มาเหยียบที่นี่เลย เพราะทั้งกองกำลังและประชาชนเขาคงไม่ยอม”

 

พระสงฆ์อีกรูปหนึ่งซึ่งพูดถึงโครงการสร้างเขื่อนฮัตจีไว้น่าสนใจคือหลวงพ่ออูซานดาวารา เจ้าอาวาสวัดทูเมดารยามา (Thumaydaryalma) ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการเจรจาสันติภาพของกะเหรี่ยง(Karen Affair Committee)

“หากรัฐบาลทั้งสองจับมือกันสร้างเขื่อนโดยที่พวกเราไม่รู้เลย เราก็ไม่รับผิดชอบกับเรื่องราวใดๆที่จะเกิดขึ้น หากชาวบ้านลุกขึ้นสู้ เราก็ห้ามเขาไม่ได้ได้ แต่ถึงห้ามก็ห้ามไม่ไหว” หลวงพ่ออูซานดาวารา มีมุมมองไปในทางเดียวกับหลวงพ่อปินยาทามี

หลวงพ่ออูซานดาวารา เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาอย่างกว้างขวางในกลุ่มคนทำงานภาคประชาสังคม เนื่องจากท่านมีบทบาทเรื่องการพัฒนาในหลายๆด้าน จึงมีโอกาสรับรู้ข้อมูลโครงการสร้างเขื่อนสาละวินมากพอสมควร

 

พะอัน61

 

 

“รัฐบาลพม่าอยากให้สร้างเขื่อนนี้มากเพราะอยากส่งทหารเข้ามายึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ โดยอ้างว่าจะเข้ามาดูแลความปลอดภัย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสงสัยมานานเพราะโครงการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำสาละวินในพม่าทั้ง 6 แห่งเป็นพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ โดยที่รัฐบาลพม่าไม่เคยประกาศให้ประชาชนรับรู้เลย มีแต่ไปคุยกับประเทศอื่นและองค์กรต่างๆ หากจริงใจก็ต้องประกาศให้รับรู้ทั่วกัน ไม่เช่นนั้นถือว่าไม่รั้บผิดชอบต่อสังคม”

ที่น่าจับตามองคือจุดสร้างเขื่อนฮัตจีเป็นพื้นที่เขตอิทธิพลของเคเอ็นยู แม้ที่ผ่านมาในหลายเขตการต่อสู้จะอ่อนตัวลงหลังจากนโยบายเปิดประเทศของรัฐบาลพม่า และผลประโยชน์ที่เข้ามา แต่ในพื้นที่สร้างเขื่อนฮัตจีอยู่ในการดูแลของกองพล 5 ซึ่งยังคงต่อสู้กับรัฐบาลพม่าอย่างเข้มข้น และได้รับความศรัทธาจากประชาชนชาวกะเหรี่ยงเพิ่มขึ้นทุกวันเนื่องจากไม่ยอมอ่อนค้อมเข้าหาผลประโยชน์

 

พล.อ.บอจ่อ แฮ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดเคเอ็นยู และอดีตผู้บัญชาการกองพล 5 กล่าวว่า ไม่ยอมให้มีการสร้างเขื่อนฮัตจี เพราะจะส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าและป่าไม้จำนวนมหาศาล เนื่องจากบริเวณจุดสร้างเขื่อนเป็นพื้นที่อนุรักษ์สัตว์ป่า

 

“เคยมีความพยายามมาขอเจรจา แต่เราบอกไปว่า หากกฟผ.อยากคุยด้วยก็ต้องคุยโดยตรงกับเราเลย รัฐบาลพม่าไม่เกี่ยว เพราะพื้นที่นี้เป็นบ้านของเรา”

 

เสียงคัดค้านการสร้างเขื่อนสาละวินในเมืองพะอันเป็นไปอย่างแข็งขันในทุกระดับ ดูท่าแล้วกฟผ.จะเดินหน้าโครงการ คงไม่ใช่เรื่องง่าย

 

สายน้ำสาละวินในช่วงล่างตั้งแต่เมืองพะอันในรัฐกะเหรี่ยงไปจรดปากน้ำที่เมืองมะละแหม่งในรัฐมอญ คงไหลเป็นอิสระอยู่ได้อีกนาน หากประชาชนยังยืนหยัดร่วมกันดูแลรักษาเส้นเลือดสำคัญสายนี้ดังเช่นที่เป็นอยู่

 

แม่น้ำสาละวินได้ชื่อว่าเป็นสายน้ำนานาชาติพันธุ์ เพราะไหลหล่อเลี้ยงและเชื่อมร้อยผู้คนหลากหลายเผ่าพันธุ์ในภูมิภาคมานับร้อยนับพันปี

 

มนุษย์บางจำพวกมักเห็นแก่ตัวและทำให้ภารกิจอันยิ่งใหญ่ของสายน้ำหดเล็กลง

—————————

ภาสกร จำลองราช
เนชั่นสุดสัปดาห์ 21 กุมภาพันธ์ 2557

 

 

 

 

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.