เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2566 ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลบ้านเดื่อ อำเภอเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ได้มีการประชุมเพื่อหารือแผนการดำเนินงานให้เป็นไปตามรายงานผลการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(EIA) ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวล ทั้งนี้การประชุมดังกล่าวชาวบ้านต่างไม่เห็นด้วยเพราะมองว่าไตรภาคีชุดนี้ไม่ได้มาจากตัวแทนชุมชนอย่างแท้จริง ขณะที่บริเวณหมู่บ้านโนนสวรรค์ ต.บ้านเดื่อ ตัวแทนเครือข่ายชาวบ้าน “กลุ่มคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงงานไฟฟ้าชีวมวล เกษตรสมบูรณ์-หนองบัวแดง” ได้ร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์โดยการชูป้ายข้อความต่างๆ อาทิ เรายืนยันไม่เอาโรงงานน้ำตาลและโรงงานไฟฟ้าชีวมวล , EIA อัปยศ, โรงงานอยู่กับชุมชนไม่ได้
นายไพฑูรย์ แสนขยัน ตัวแทนเครือข่ายกลุ่มคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงงานไฟฟ้าชีว กล่าวว่า เครือข่ายชาวบ้านได้มีการต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิต และคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดี แต่การเข้ามาตั้งของโรงงานทั้ง 2 แห่ง ห่างจากชุมชนเพียง 32 เมตรนั้น ได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องมลพิษทางเสียง ฝุ่น และอากาศ รวมทั้งชาวบ้านในพื้นที่โดนกีดกันการมีส่วนร่วมในการจัดทำรายงานศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมทุกกระบวนการโดยยืนยันว่า รายงานEIAฉบับนี้ไม่ได้มีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง และสุดท้ายคณะกรรมการเฝ้าระวังผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ที่โรงงานทั้ง 2 แต่งตั้งขึ้นมาเองนั้นไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาผลกระทบได้ เป็นเพียงคณะกรรมการที่สร้างความชอบธรรมให้กับโรงงานเพียงเท่านั้น
นายภานุพงศ์ ศรีธนานุวัฒน์ 1 ในคณะกรรมการประชาชนคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงงานไฟฟ้าชีวมวล (คปน.) ภาคอีสาน ได้กล่าวไว้ว่า กระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนในการทำรายงานศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นี้นั้น ชาวบ้านในพื้นที่โดนกีดกันมาตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งเรื่องการปิดกั้นข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานรัฐที่ไม่เคยถูกเผยแพร่มามายังชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่จัดขึ้นก็มีการคัดเอาแค่ผู้นำหมู่บ้าน และผู้ที่เห็นด้วยกับโครงการเข้าร่วมเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นเวทีไม่รับฟังเสียงจากประชาชน
นายภานุพงศ์กล่าวว่า การแต่งตั้งคณะกรรมการเฝ้าระวังผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมโดยโรงงานเองนั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง เป็นเพียงสิ่งที่สร้างชอบธรรมในทางสังคมให้กับโรงงานเพียงเท่านั้น ซึ่งเครือข่ายกลุ่มคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงงานไฟฟ้าชีวมวล เกษตรสมบูรณ์-หนองบัวแดง ยืนยันว่าจะต่อสู้ และเคลื่อนไหวเพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตต่อไป เพราะชุมชนไม่สามารถอยู่ร่วมกับโรงงานได้ อีกทั้งชาวบ้านในพื้นที่ได้ข้อเสนอทางเลือกว่าไม่จำเป็นต้องมีโรงงานน้ำตาลและโรงงานไฟฟ้าชีวมวลในพื้นที่ เพียงแค่เพิ่มจุดรับซื้ออ้อยให้มากขึ้นเนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่นั้นประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรไร่อ้อยและทำงานรับจ้างตัดอ้อยอยู่แล้ว
ด้านนายสิริศักดิ์ สะดวก ผู้ประสานงานคณะกรรมการคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคอีสาน กล่าวว่า การจะประชุมคณะกรรมการเฝ้าระวังผลกระทบสิ่งแวดล้อมครั้งนี้ ของบริษัทในพื้นเกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมินั้น สะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินการของกิจการอาจจะก่อให้เกิดผลกระทบ ต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน ระบบนิเวศ ทั้งเสียง ฝุ่น การคมนาคม ในรัศมี 5 กิโลเมตรหรืออาจมากกว่านั้น ดังนั้นสิ่งสำคัญของคณะกรรมการคัดค้านโรงงานน้ำตาลและโรงไฟฟ้าชีวมวลภาคอีสาน จึงมีข้อเสนอต่อรัฐบาลใหม่ว่าควรฟังเสียงของคนในพื้นที่ด้วย ไม่ใช่มายัดเยียดการพัฒนาที่ละเมิดสิทธิของคนในชุมชน


