
เหมืองหินร้างกว่า 26 ปี วันนี้เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพรรณ ภูเขาปกคลุมด้วยผืนป่าเขียวขจีในฤดูฝน ป่าเหนือเมืองแม่สะเรียงเวลานี้คึกคักเป็นอย่างยิ่ง
เยาวชนหลายกลุ่มในมือกำลังถือโทรศัพท์ บางกลุ่มมีกล้องถ่ายภาพ บางคนถือขาตั้งกล้องและไมโครโฟน เดินไปสัมภาษณ์คนนั้นคนนี้ ทำให้แหล่งธรรมชาติในป่าอันเคยเงียบเชียบกลับมีชีวิตชีวา
ทั้งกลุ่มนักเรียน เยาวชน ครู ผู้ใหญ่หลากหลายอาชีพ สื่อมวลชน กำลังร่วมกันทำความจริงให้ปรากฏเพื่อสื่อสารต่อสาธารณชน
ระหว่างวันที่ 18-19 สิงหาคม 2566 สำนักข่าวชายขอบ Transborder News และสำนักข่าว The Reporters สมาคมฟื้นฟูและพัฒนาลุ่มน้ำสาละวิน ร่วมกันจัดอบรมนักสื่อสารชุมชนแม่สะเรียง-สาละวิน ณ โรงเรียนแม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา” อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
การจัดอบรมครั้งนี้มีทั้งภาคทฤษฎีและปฎิบัติ โดยนักข่าวมืออาชีพและนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน อาทิ รศ.ดร.วิไลวรรณ จงวิไลเกษม อาจารย์คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคภูมิ ป้องภัย อดีตบรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์ ฐปณีย์ เอียดศรีไชย ผู้ก่อตั้งสำนักข่าว The Reporters มีกลุ่มนักเรียนเข้าร่วมราว 60 คน จาก 5 โรงเรียนได้แก่ โรงเรียนแม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา” โรงเรียนเฉลิมรัชวิทยาคม โรงเรียนสังวาลย์วิทยา โรงเรียนสบเมยวิทยาคม โรงเรียนแม่ลาน้อยดรุณสิกข์ และเยาวชนจากแม่น้ำสาละวิน บ้านท่าตาฝั่ง และคนรุ่นใหม่จาก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ พวกเขาต่างสนใจอยากเป็นนักสื่อสาร โดยเฉพาะชาวแม่สะเรียงที่กำลังเผชิญกับปัญหาการรุกคืบของเหมืองแร่
การฝึกอบรมเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้วิธีการเขียนข่าวเบื้องต้น ตามด้วยวิธีการสื่อสารด้วยคลิปวีดีโอและการไลฟ์ถ่ายทอดสดในช่องทางต่างๆ เทคนิคการสัมภาษณ์แหล่งข่าว และมีการฝึกปฏิบัติโดยลงพื้นที่ป่าชุมชนบ้านโป่งดอยช้าง ซึ่งเป็นป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณที่จะมีการให้ประทานบัตรเหมืองแร่แก่บริษัทเอกชน
ผู้รับการฝึกอบรมแบ่งกลุ่มย่อยออกเป็น 4 กองบรรณาธิการ (กองบก.) ได้แก่ สำนักข่าวไมลองยี สำนักข่าวมือหยื่อปู แม่สะเรียงนิวส์ และแฟลชนิวส์ โดยมีการบ้านเป็นชิ้นงาน 3 ชิ้นคือ การเขียนข่าว การทำสคูป และการไลฟ์ โดยทุกกลุ่มมีพี่เลี้ยงเป็นนักข่าวมืออาชีพคอยแนะนำอย่างใกล้ชิด
เสียงตั้งคำถาม เสียงจองตัวแหล่งข่าวซึ่งมีทั้งผู้นำหมู่บ้าน นายกอบต. ผู้ใหญ่บ้าน นักวิชาการ ผู้นำในการต่อสู้คัดค้านเหมืองและปกป้องสิทธิชุมชน ดังขึ้นไม่ขาดสายในผืนป่า
เหมืองหินร้างเต็มไปด้วยผู้คนนับร้อยที่ตั้งใจปกป้องธรรมชาติแหล่งนี้
นางสาวจิรัชยา พงศ์รัตน นักเรียนชั้น ม. 5 ประธานคณะกรรมการสภานักเรียน โรงเรียนแม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา” กล่าวว่า ครั้งแรกที่เห็นประกาศรับสมัครการอบรมนักสื่อสารชุมชน รู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้เห็นรายชื่อวิทยากรที่มากประสบการณ์ เพราะมีความชื่นชอบในการเป็นนักประชาสัมพันธ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตนมีความตั้งใจที่จะพัฒนาตนเองจากการเข้าอบรม
“วันแรกได้ความรู้จักกับวิทยากรอย่างใกล้ชิด ได้เรียนรู้วิธีการเขียนข่าวเบื้องต้น การทำสกู๊ปข่าว และการรายงานข่าวสด มีการแบ่งกลุ่มกันเพื่อทดลองทำข่าว แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันระหว่างเพื่อนๆ ที่มาจากต่างโรงเรียนได้สัมผัสและเรียนรู้ปัญหาของชุมชนผ่านการลงพื้นที่ที่เคยเป็นเหมืองแร่-โรงโม่หิน เมื่อ 26 ปีก่อน บริเวณพื้นที่โดยรอบเต็มไปด้วยต้นไม้ที่สมบูรณ์ แต่เมื่อครั้งมีการระเบิดหินครั้งนั้นป่าบางส่วนที่ได้รับผลกระทบเกิดเป็นแอ่งน้ำที่ปนเปื้อนสารพิษ ชาวบ้านต้องอยู่กับผลกระทบเหล่านี้เป็นเวลาหลายปี ได้สัมภาษณ์ชาวบ้านผู้ที่ได้รับผลกระทบเพื่อนำข้อมูลจริงมาฝึกรายงานข่าว
“วิทยากรได้ช่วยแนะนำ ปรับปรุงผลงานเพื่อเพิ่มความเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น การอบรม 2 วันนี้ได้เรียนรู้การเป็นนักสื่อสารเพื่อชุมชน มองเห็นความเดือดร้อนของคนในชุมชน ยังได้เห็นความร่วมมือของคนในชุมชน คุณครู ผู้นำชุมชน และเยาวชนที่ต้องการปกป้องพื้นที่ของตนเอง แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ทำให้เราอยากพัฒนาตนเองเพื่อเป็นนักสื่อสารที่ดีและเอาความรู้เหล่านี้ไปส่งต่อให้กับคนอื่นๆ และมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงชุมชนอำเภอแม่สะเรียง และสังคมในอนาคต” ประธานคณะกรรมการสภานักเรียนกล่าว
ขณะที่นางสาวทักษพร พานทอง นักเรียนโรงเรียนแม่สะเรียง “บริพัตรศึกษา” กล่าวว่า มีความสุขมากที่ได้มีโอกาสในการเข้าอบรม ซึ่งได้รับความรู้ใหม่เกี่ยวกับการเขียนข่าวและงานสื่อสาร
“รู้สึกว่าอยากให้มีการจัดอบรมแบบนี้อีกและเพิ่มเวลา เพิ่มฐานเกมต่างๆ เพื่อเพิ่มความเข้าใจมากขึ้น จะนำประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มาต่อสู้เพื่อคนแม่สะเรียงและใช้หนึ่งเสียงของเรา เพื่อสื่อสารให้คนภายนอกได้รับรู้ปัญหาและสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนแม่สะเรียง ให้ผู้คนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ตรงไปตรงมา” นักเรียนแม่สะเรียง กล่าว
นายณัฐธพงษ์ เลิศอนันต์วิมล นักเรียนโรงเรียนสังวาลย์วิทยา กล่าวว่า สิ่งที่ได้จากการอบรมได้เรียนรู้การรวบรวมข้อมูลการสัมภาษณ์และการตัดต่อสกู๊ปข่าว ได้เจอเพื่อนๆ หลายโรงเรียนที่มีความสามารถตัดต่อได้ดีกว่า ก็อยากจะพัฒนาตัวเองเพิ่มขึ้นและจะนำไปใช้ประโยชน์เพื่อชุมชนในอนาคตอย่างแน่นอน และรู้สึกเสียดายที่การอบรมนี้เป็นเพียงระยะเวลาสั้น
นางสาวสายธาร ชวาลกิจสมบูรณ์ ครูการศึกษาพิเศษประจำศูนย์คริสเตียนเพื่อพัฒนาผู้พิการ ซึ่งเข้ารับการฝึกอบรมครั้งนี้กล่าวสนใจเข้าร่วมการอบรมเพื่อพัฒนาตนเอง เมื่อได้เข้าอบรมวันแรกก็รู้สึกเลยว่าการอบรมในครั้งนี้ตอบโจทย์ขมากเพราะได้เทคนิคการเขียนข่าว การนำภาพหรือวิดีโอมานำเสนอ
“อาจารย์และวิทยากรทุกคนน่ารัก ใส่ใจ พยายามผลักดันให้ได้แสดงความคิดเห็น ให้กำลังใจ รู้สึก อบอุ่น เหมือนครอบครัว และสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันได้ ขอบคุณตัวเองที่ตัดสินใจมาร่วมอบรมนักสื่อสารชุมชน เพราะทำให้เห็นถึงหลายมุมมองที่เราเคยมองข้าม ได้เรียนรู้ปัญหาในชุมชน เห็นความร่วมมือของคนในชุมชนที่ต่อสู้ไม่เอาเหมืองแร่ และรู้สึกโกรธรัฐส่วนกลางที่มองข้ามชาวบ้าน ชาวบ้านต้องการขอใช้พื้นที่ป่าเพื่อต่อไฟฟ้าแต่กลับไม่สามารถทำได้เพราะอ้างว่าติดเขตป่าสงวน แต่กลุ่มคนที่จะเข้ามาทำลายธรรมชาติ มาก่อมลพิษในชุมชนแม่สะเรียง กลับได้รับสิทธิ์ในการสัมปทานเหมืองแร่เพื่อผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม บทเรียน 26 ปีก่อนทำให้เรามองเห็นว่ากลุ่มคนเหล่านี้สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหาศาล
“หากรัฐเปิดให้กลุ่มทุนเข้ามาสัมปทานเหมืองแร่ง ซึ่งอยู่ใกล้เมืองแม่สะเรียง ชาวบ้านอาจจะต้องอพยพ ภูเขาที่สวยงามก็จะถูกทำลาย อากาศที่ปลอดโปร่งก็จะเต็มไปด้วยฝุ่นละอองจากการระเบิดภูเขา ปัญหาอีกหลายๆ อย่างจะตามมา ในฐานะคนแม่สะเรียงตนจะนำความรู้ที่ได้จากการอบรมมาต่อสู้เพื่อชุมชน เพื่อทรัพยากรธรรมชาติ และนำเสนอข่าวในมุมมองของคนชุมชนให้คนข้างนอกได้มองเห็น ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวให้ผู้ที่รับชมได้รู้จัก ทั้งนี้เราจะนำเสนอชีวิตคนพิการ และต่อสู้เพื่อพวกเขา” ครูผู้เข้าร่วมอบรมกล่าว
น.ส.อจินไตย พวงทอง ครูชำนาญการคุณครูประจำโรงเรียนสบเมยวิทยาคม ซึ่งพานักเรียนมาร่วมอบรมจำนวน 5 คน กล่าวว่าอยากพาเด็กมาเรียนรู้เรื่องการสื่อสารนำไปใช้ในอนาคต ได้ลงพื้นที่เข้าไปดูเหมืองเก่าเห็นต้นไม้เขียว แต่ที่เหมืองแร่เก่า มองเห็นต้นไม้หายไป เป็นป่าแหว่ง ตนรู้สึกไม่อยากให้มีการทำเหมืองแร่อีกแล้ว
“การระเบิดหินทำแร่จะทำให้เกิดปัญหาฝุ่น เสียง รถบรรทุกต้องวิ่งผ่านชุมชน ความสงบของแม่สะเรียงจะหายไป เพราะเสน่ห์ของแม่สะเรียงคือความเงียบสงบ หากเราหยุดเหมืองแร่ได้สำเร็จก็อยากให้ทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวแหล่งเรียนรู้ เราต้องพัฒนาดีกว่าทำลาย” คุณครูโรงเรียนสบเมยวิทยาคมกล่าว
หลังการลงพื้นที่ภาคสนาม กองบรรณาธิการทุกกลุ่มกลับเข้าห้องอบรม ได้นำเสนอผลงาน ทั้งข่าว สกู๊ป และการไลฟ์ถ่ายทอดสด ภาพและเสียงผลงานที่ฉายขึ้นจอเรียกเสียงหัวเราะได้เป็นระยะๆ คณะวิทยากรได้แนะนำอย่างละเอียด เช่น การตั้งกล้องเพื่อสัมภาษณ์แหล่งข่าว การใช้น้ำเสียงและภาษา การเลือกใช้ภาพเพื่อสื่อความหมาย การพาดหัวข่าวให้ครอบคลุมและน่าสนใจ การเก็บรายละเอียดในงานข่าว ฯลฯ เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งหมดเวลาของการอบรม นักเรียนหลายคนต่างบ่นว่าเวลาน้อยเกินไป อยากเรียนรู้มากกว่านี้
การฝึกอบรมครั้งนี้เห็นได้ชัดถึงความกระตือรือร้นของเยาวชนและชุมชนในพื้นที่ห่างไกลที่ต้องการเป็นนักสื่อสาร บอกเล่าเรื่องราวของชุมชนของตนเองให้สาธารณะรับรู้ ที่ผ่านมาพื้นที่ชายขอบและเสียงของคนเล็กคนน้อยในสังคมไทยมักเบาหวิว หรือถูกกลบฝัง
นักสื่อสารรุ่นใหม่เหล่านี้ อาจเป็นความหวังสำหรับการเป็นนักสื่อสารมวลชนในอนาคต









