Search

ดันเพิ่มสิทธิประโยชน์ประกันสังคม นักวิชาการแนะควร “ถ้วนหน้า”

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2566 ที่สำนักงานประกันสังคมสำนักงานใหญ่ จังหวัดนนทบุรี เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิมนุษยชนได้เดินทางไปยื่นหนังสือพร้อมแถลงยื่นข้อเรียกร้องปรับปรุงสิทธิประโยชน์ประกันสังคม 7 ประโยชน์ทดแทน และแก้ไขระเบียบให้ผู้ประกันตนทุกคนมีสิทธิเลือกตั้ง

‘ธนพร วิจันทร์’ นักปกป้องสิทธิมนุษยชนด้านสิทธิแรงงานและผู้นำแรงงาน กล่าวว่า เราต้องการเรียกร้องให้ปรับปรุงสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ทดแทน เพื่อตอบสนองแก่ผู้ประกันตนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เช่น สิทธิการลาป่วย เจ็บป่วย ลาคลอด ทุพพลภาพ ว่างงาน ชราภาพ สงเคราะห์บุตร

“หลายครั้งที่ได้มายื่นหนังสือแต่ทางประกันสังคมไม่ได้ตอบคำถามอย่างชัดเจนว่าจะมีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้พวกเราอย่างไร แต่วันนี้พวกเราได้มีข้อเสนอที่จะเพิ่มสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เช่น การรักษารากฟันเพิ่มประโยชน์ทดแทนเป็น 15,000 บาท การรักษาพยาบาลควรที่จะเลือกสิทธิในการรักษาได้ทั้งบัตรทองหรือบัตรประกันสังคม และกรณีเพิ่มค่าคลอดบุตรในโรงพยาบาลคู่สัญญา 20,000 บาท ไม่ต้องสำรองจ่าย และขยายวันลาคลอด 180 วัน โดยได้รับค่าจ้าง เป็นต้น รวมถึงแก้ไขระเบียบที่เป็นข้อจำกัดในเรื่องของสิทธิแรงงานข้ามชาติ” ธนพรกล่าว

ด้าน รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ผู้ศึกษาวิจัยด้านรัฐสวัสดิการ และอาจารย์วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ข้อเสนอของเราคือ “ประกันสังคมถ้วนหน้า” เพื่อเป็นหลักประกันว่าคนไทยในวัยทำงานทุกคนจะมีหลักประกันในการสูญเสียรายได้ระหว่างทำงาน ประกันสังคมถ้วนหน้า คือการไม่ตัดสิทธิประโยชน์ ไม่ว่าจะอยู่ในประกันสังคมมาตราใด มาตรา 33 หรือ มาตรา 39 ข้าราชการหรือรัฐวิสาหกิจ ให้รัฐเป็นผู้ที่เข้ามาจัดการสมทบเพื่อเป็นหลักประกันสำหรับคนทุกคน

“อีกด้านคือไม่ว่าคุณจะประกอบอาชีพใด อยู่ในประเทศนี้คุณต้องมีหลักประกันตัวนี้ที่รัฐเป็นผู้ยืนยัน ยกระดับประกันสังคม สำหรับกลุ่มผู้ประกันตน มาตรา 40 ที่มีอยู่ เป็นการขยายครอบคลุมโดยรัฐเป็นผู้สมทบให้ ชดเชยการเดินทางพบแพทย์วันละ 100 บาท ชดเชยเจ็บป่วยอยู่บ้านวันละ 500 บาท ชดเชยการตั้งครรภ์เดือนละ 3,000 บาทระยะเวลา 6 เดือน รวมทั้งเพิ่มเงินเสียชีวิตและทุพพลภาพ สำหรับประกันสังคมถ้วนหน้าเป็นหลักประกันพื้นฐานที่สำคัญอย่างมากที่เป็นการต่อยอดและก้าวไปสู่รัฐสวัสดิการถ้วนหน้าได้” รศ.ดร.ษัษฐรัมย์กล่าว

ในขณะที่ นายศิววงศ์ สุขทวี เครือข่าย เครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ (MWG) กล่าวว่า ตามกฎหมายประกันสังคม มาตรา 8 พระราชบัญญัติ ประกันสังคม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 การเลือกตั้งบอร์ดบริหารประกันสังคมต้องการการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง แต่ในตัวระเบียบทำให้ผู้ประกันตนยังคงไม่มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนเกือบ 1 ล้านคน ฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งต่อไป เราต้องการให้ผู้ประกันตนทุกคนมีสิทธิในการเลือกตั้ง รวมถึงให้อำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกันตนที่เป็นผู้พิการในการเข้าถึงหน่วยเลือกตั้งและตัวระเบียบของประกันสังคมยังจำกัดสิทธิและสร้างภาระให้กับผู้ประกันตนในการเข้าถึงสิทธิ

ขณะที่ ผศ.ดร.นครินทร์ ปิ่นปฐมรัฐ ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนา ในฐานะรองโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ประกันสังคมอยู่เคียงข้างผู้ได้รับวิกฤติในห้วงที่ผ่านมา จริง ๆ ในห้วงนี้ถือเป็นห่วงที่เหมาะสมเพราะเรามีการประเมินสภาพกองทุนอยู่ทุกๆ ไตรมาส ตอนนี้กองทุนได้มีการฟื้นตัวโดยเฉพาะมาตรา 40 และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อยู่ในการพิจารณา ส่วนมาตรา 33 จะยึดประโยชน์ผู้ประกันตนเป็นตัวตั้งเพื่อให้เพียงพอกับค่าครองชีพในปัจจุบัน

ด้าน นางสาวปาริฉัตร จันทร์อำไพ รองโฆษกสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคมยินดีรับข้อเสนอมาพิจารณาเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้ประกันตน ในส่วนของระเบียบการเลือกตั้งนั้นข้อเสนอในทุก ๆ ข้อเสนอจะถูกนำมาพิจารณาเพื่อปรับปรุงให้เกิดความเหมาะสม ซึ่งในวันนี้การเลือกตั้งกำลังเดินหน้าต่อไป เรื่องการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งยังต้องเป็นไปตามขั้นตอนของข้อกฎหมาย ในเรื่องของข้อห่วงใยต่าง ๆ

“ต้องเรียนตามตรงว่าทางสำนักงานประกันสังคมนั้นให้ความสำคัญทุกจุด แต่การดำเนินการต้องรอให้เป็นไปตามระเบียบ การเลือกตั้งในครั้งที่จะถึงนี้จะเกิดขึ้นตามกำหนดของระยะเวลาและยังไม่สามารถแก้ไขระเบียบในขณะนี้ได้ ซึ่งผู้ประกันตนส่วนใหญ่ต้องการเห็นการเลือกตั้งในวันที่ 24 ธันวาคม 2566 เพราะฉะนั้นประเด็นต่าง ๆ ทางเราจะรวบรวมเพื่อปรับปรุงและแก้ไขในการเลือกตั้งครั้งหน้าต่อไป” นางสาวปาริฉัตรกล่าว

On Key

Related Posts