เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2566 ที่บ้านบุ่งหวาย ต.สงเปือย อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร เครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีจังหวัดยโสธรและจังหวัดร้อยเอ็ด ประมาณกว่า 70 คน ได้ร่วมกันถือป้าย และอ่านจดหมายเปิดผนึก ถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งมีกำหนดการจะลงพื้นที่ดูปัญหาน้ำท่วมในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ในพื้นที่จังหวัดยโสธร
นายสิริศักดิ์ สะดวก ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีตอนล่าง กล่าวว่า ตัวแทนพี่น้องเครือข่ายลุ่มน้ำชีจังหวัดยโสธร ที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร จากปัญหาน้ำท่วมได้มาร่วมกันแสดงออกเพื่อสื่อสารให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ก่อนลงดูพื้นที่น้ำท่วมของจังหวัดยโสธรในวันที่ 7 ตุลาคม
“เป็นเรื่องดีที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ยโสธรเพื่อช่วยพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม แต่ถึงอย่างไรก็ให้ฟังเสียงและข้อเสนอของเครือข่ายชาวบ้านน้ำชี เพื่อให้ได้รับรู้ว่าปัญหาการบริหารจัดการน้ำของชลประทานได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรเป็นบริเวณกว้างแบบ ท่วมอีกแล้ว ท่วมอยู่ ท่วมต่อ ท่วมซ้ำ ท่วมซาก ท่วมกินระยะเวลายาวนาน จากนโยบายการจัดการน้ำขนาดใหญ่ภายใต้โครงการโขง ชี มูล เดิม”นายสิริศักดิ์ กล่าว
ผู้ประสานงานเครือข่ายชาวบ้านลุ่มชีตอนล่าง กล่าวว่าที่ผ่านมาเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีได้เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เป็นรูปธรรมและนายเศรษฐาจะต้องดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร และเขื่อนธาตุน้อย เพราะจะได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเขื่อนแม่น้ำชีที่พี่น้องได้รับผลกระทบ
นายนิมิต หาระพันธ์ กรรมการเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชี จังหวัดยโสธร กล่าวว่า การลงมาพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีนั้น มองว่าเป็นเรื่องดีที่นายกรัฐมนตรีจะได้เห็นปัญหาและผลกระทบจากการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร ที่ทำให้พื้นที่การเกษตรของพี่น้องได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมร่วม 1 เดือนแล้วต้นข้าวได้รับความเสียหายเน่าแน่นอน และครั้งนี้เป็นครั้งที่สองที่น้ำได้ยกระดับขึ้น อีกสาเหตุของปัญหาคือการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดของชลประทาน และหวังว่านายกรัฐมนตรีรัฐบาลปัจจุบันจะฟังเสียงพี่น้องและต้องดำเนินการตามข้อเสนอให้เร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร เขื่อนธาตุน้อย แม่น้ำชี จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด เหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา และจะต้องแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จตามรายงานการศึกษาผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายหลังจากการสร้างเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร เขื่อนธาตุน้อยในรัฐบาชุดนี้ และหลังน้ำลดก็อยากให้ลงมาดูพื้นที่อีกเพื่อจะได้เห็นสภาพผลกระทบหลังน้ำลด
ขณะที่นางสาวรสริน หาระพันธุ์ อายุ 41 ปี กรรมการเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชี จังหวัดยโสธร ได้อ่านจดหมายเปิดผนึกถึงนายเศรษฐา เรื่องกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำผิดพลาด ทำให้น้ำท่วมพื้นที่การเกษตรแบบ “ท่วมอีกแล้ว ท่วมอยู่ ท่วมต่อ ท่วมซ้ำ ท่วมซาก ท่วมกินระยะเวลายาวนาน” โดยเนื้อหาระบุว่าจากปรากฏการณ์ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านลุ่มน้ำชี ไม่ใช่ว่าจะพึ่งเกิดขึ้นในปีนี้ แต่เป็นปัญหาที่ทางเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชี จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด ได้ติดตามสถานการณ์ปัญหามาตลอดระยะเวลาที่เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหามาเข้าปีที่ 15 แล้ว
นางสาวรสริน กล่าวว่าสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น คือโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่โดยเฉพาะโครงการโขง ชี มูล เดิม ที่มีการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำชี เช่น เขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร เขื่อนธาตุน้อย และโครงสร้างที่มากับเขื่อน เช่น คันไดค์ที่สร้างปิดกั้นเส้นทางการไหลของน้ำ และประตูระบายน้ำที่สร้างไม่สัมพันธ์กับทิศทางการไหลของน้ำ นอกจากนี้ยังมีปัญหาใหญ่คือการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดทำให้พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมขังนานกว่าปกติ เพราะชลประทานได้ควบคุมการเปิด-ปิดเขื่อน แต่กลับไม่พร่องน้ำออกเพื่อเตรียมรองรับน้ำใหม่ที่จะมา ซึ่งต้องเข้าใจว่าแม่น้ำชีเดิมก่อนที่จะมีเขื่อน แม่น้ำสายนี้ในช่วงฤดูน้ำหลากจะทำหน้าที่เป็นทางน้ำเพื่อพร่องน้ำตามธรรมชาติ
“ทางเครือข่ายชาวบ้านลุ่มน้ำชีขอเรียกร้อง 1.ต้องการเร่งดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาเขื่อนร้อยเอ็ด เขื่อนยโสธร-พนมไพร เขื่อนธาตุน้อย แม่น้ำชี จังหวัดยโสธร จังหวัดร้อยเอ็ด 2.ให้ทบทวนแผนพัฒนาโครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล 3.ให้ดำเนินการจัดการน้ำขนาดเล็กระดับครัวเรือน ระดับชุมชน ที่ชาวบ้านเข้าถึงและเหมาะสมกับพื้นที่นั้น ๆ 4.ยกเลิกการบริหารจัดการน้ำแบบรวมศูนย์”จดหมายเปิดผนึก ระบุ
////////////



