สำนักข่าวชายขอบ
Transborder News

กสม.จี้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ในประเทศเพื่อนบ้าน เผยยังมีคนไทยอีกนับร้อยถูกกักขังทรมาน หวั่นถูกฆ่าปิดปาก

ความคืบหน้ากรณีที่คนไทยหลายร้อยคนถูกหลอกไปทำงานในเขตกองกำลังชนกลุ่มน้อยในประเทศพม่า และถูกทรมานเมื่อทำงานไม่เป็นไปตามเป้านอกจากนี้ยังถูกกักขัง และได้มีการร้องขอความช่วยเหลือไปยังผู้บริหารประเทศไทยทั้งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ รวมถึงองค์กรอิสระและหน่วยงานราชการ จนกระทั่งทางการพม่าบุกเข้าไปช่วยเหลือได้กว่า 100 คน แต่ยังมีคนไทยอีกนับร้อยคนถูกกักขังอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่ายังมีคนไทยอีกหลายสิบคนยังคงถูกคุมขังและถูกทรมานอยู่ในอาคารซึ่งเป็นที่ตั้งของธุรกิจหลอกลวงต้มตุ๋นออนไลน์ที่มีคนจีนเป็นเจ้าของ แม้มีความพยายามป้อนข้อมูลให้กับสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำพม่าเพื่อประสานไปยังรัฐบาลพม่าให้ช่วยเหลือ แต่กลับยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ทำให้หลายฝ่ายรู้สึกเป็นกังวลเป็นอย่างมากเนื่องจากได้รับข้อมูลว่า คนไทยที่เหลือตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากและถูกทรมานอย่างหนัก เช่น ถูกช็อตไฟฟ้า ที่สำคัญคือกังวลว่าคนไทยที่ถูกทำร้ายเหล่านี้จะถูกฆ่าปิดปาก เพื่อกลบเกลื่อนหลักฐาน

ข่าวแจ้งว่า สำหรับคนกรณีที่ทางการพม่าได้ช่วยเหลือกว่า 100 คน แม้ขณะนี้อยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว โดยอยู่ในกระบวนการคัดแยกเนื่องจากมีบางส่วนไม่ใช่คนไทย อย่างไรก็ตามที่คนไทยกลุ่มนี้รู้สึกเป็นกังวลคือไม่รู้ว่าจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยอย่างไร เพราะยังไม่มีคำตอบจากรัฐบาลไทยว่าจะเข้าไปช่วยเหลืออย่างไร

ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า ขณะนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.)ได้ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าได้รับการร้องเรียนจากครอบครัวของผู้เสียหายเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2566 ขอให้ช่วยเหลือแรงงานไทยหญิงและชายมากกว่า 400 คน ซึ่งถูกหลอกไปทำงานที่ประเทศเมียนมา และถูกกักขังในเขตปกครองพิเศษแห่งหนึ่งโดยถูกกลุ่มธุรกิจชาวจีนบังคับให้ทำงานผิดกฎหมาย หากไม่ทำตามจะถูกกระทำทรมาน ใช้ไฟฟ้าช็อต เฆี่ยนตี
ให้อดอาหารและน้ำ ถูกล่วงละเมิดทางเพศ บังคับให้ค้าประเวณี และถูกเรียกรับเงินจำนวนมากเพื่อให้นำตัว
ออกจากพื้นที่ดังกล่าว ตกอยู่ในภาวะวิกฤติอันตรายแก่ชีวิตร่างกายและหวาดกลัว กลุ่มคนไทยดังกล่าวประสงค์
จะกลับประเทศไทย และขอให้ช่วยประสานงานกับผู้ที่สามารถช่วยเหลือได้

หนังสือที่กสม.ส่งถึงนายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่ามีข้อพิจารณา ดังนี้ 1. กสม.ประสานกับภาคีเครือข่ายป้องกันการค้ามนุษย์ได้รับข้อมูลว่า กลุ่มคนไทยที่เป็นเหยื่อพยายามหาช่องทางหลบหนีด้วยตนเอง หรือหาเงินไปจ่ายให้นายจ้าง แต่กังวลเรื่องความปลอดภัย หรือเกรงจะถูกนำตัวไปขายต่อให้คนอื่น 2. กสม. ได้ประสานการช่วยเหลือในเรื่องนี้กับกระทรวงที่เกี่ยวข้องทราบว่า ได้มอบหมายหน่วยงานในสังกัดประสานความช่วยเหลืออย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการกับผู้มีอำนาจในพื้นที่เขตปกครองพิเศษ

3. ประเทศไทยมีพรมแดนติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นระยะทางหลายพันกิโลเมตร มีช่องทางเข้าออกทางธรรมชาติจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือเขตติดต่อชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งยังเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ต้องเร่งหาทางป้องกันการลักลอบออกนอกประเทศไปทำงานโดยผิดกฎหมาย 4. ข้อพิจารณา กรณีข้างต้นเป็นสถานการณ์สิทธิมนุษยชนที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม และย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงต่อสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของผู้ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์และการทำธุรกิจผิดกฎหมาย ควรมีการป้องกันและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ จึงขอกราบเรียนเสนอแนวทางการดำเนินการในเรื่องนี้

หนังสือที่ กสม.ส่งถึงนายกรัฐมนตรีระบุข้อเสนอแนวทางดำเนินการว่า 1. ให้มีกลไกระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาในภาพรวมต่อการล่อลวงไปค้ามนุษย์ในเขตปกครองพิเศษแห่งนี้ 2. ให้กระทรวงแรงงานประชาสัมพันธ์และรณรงค์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แรงงานไทยรู้เท่าทันการโฆษณาที่ล่อลวงและตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ รวมทั้งหาแนวทางป้องกันมิให้คนไทยหลงเชื่อการโฆษณารับสมัครงานที่นำไปสู่การค้ามนุษย์ในต่างประเทศ 3. ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทยตรวจสอบแนวชายแดนอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการลักลอบออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติ ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งของการค้ามนุษย์

On Key

Related Posts

คำประกาศแม่น้ำโขงชี้เขื่อนไม่ใช่พลังงานสะอาด-ส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชน-สิ่งแวดล้อมรุนแรง แนะรัฐฟังเสียงประชาชน “วิโรจน์”เตรียมส่ง สตง.-ป.ป.ช.จี้นายกฯตรวจสอบอย่างโปร่งใส-รับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2566 ที่โฮงเฮียนแม่น้ำโขง อRead More →

ผู้แทนสถานทูตจีนแจงวิสัยทัศน์แม่น้ำโขงให้ชุมชนริมโขง เผย 5 ประเทศร่วมดื่มน้ำสายเดียวกัน  ศ.สุริชัยชี้ความโปร่งใสในการสร้างเขื่อนไม่มีจริง สส.ก้าวไกลถามหามาตรฐานอีไอเอ

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2566 ที่โฮงเฮียนแม่น้ำของ อ.Read More →

แนะดึง ป.ป.ช.-สตง.ตรวจสอบเขื่อนปากแบง “วิโรจน์”ชี้ยุทธวิธีแม่น้ำ 4 สายร่วมกสม.-สภาส่งจัดทำข้อเสนอส่งนายกฯ ผู้นำท้องถิ่นน้อยใจรัฐไม่เคยฟังเสียงชาวบ้าน ระบุพื้นที่เกษตรนับพันไร่ได้รับผลกระทบแต่ไม่เคยมีหน่วยงานรัฐแจง

เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2566 ที่โฮงเฮียนแม่น้ำของ อ.Read More →