สำนักข่าวชายขอบ
Transborder News

3 นักวิชาการแนะ “รัฐบาลเศรษฐา”ทบทวนนโยบายพม่า เผยสถานการณ์สู้รบรุนแรง-ควรเร่งรับมือ

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2566 ที่โรงแรมราชพฤกษ์ เพลส อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ได้มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการในพื้นที่ “ผู้สื่อข่าว สื่อสารมวลชนกับการนำเสนอความขัดแย้งและการทารุณกรรมหมู่” ทั้งนี้ก่อนการอบรม ดร. ศรีประภา เพชรมีศรี นักวิชาการคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร. ศิรดา เขมานิฏฐาไท นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และดร.ภาณุภัทร จิตเที่ยง นักวิชาการคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ในประเทศเมียนมา ซึ่งกำลังสู้รบอย่างดุเดือดระหว่างกองทัพพม่าและกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ที่จับมือกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารพม่า (กองกำลังพิทักษ์ประชาชน -People’s Defence Force :PDF) 

ดร.ศิรดากล่าวว่า เหตุการณ์ช่วยเหลือคนไทยในเมืองเล้าก์ก่าย เขตปกครองโกก้าง ในรัฐฉานเหนือ แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้งที่ไม่สิ้นสุดในเมียนมา และทหารพม่าไม่สามารถควบคุมพื้นที่ได้เด็ดขาด จึงส่งผลกระทบคนไทยในนั้น ซึ่งเราเห็นการแย่งชิงพื้นที่กัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการ 1027 ทำให้เป็นขวัญและกำลังใจของฝ่ายต่อต้านดีขึ้น ทั้งในพื้นที่รัฐฉานเหนือ คะฉิ่น และชายแดนไทยทั้งในรัฐกะหรี่ยงและคะเรนนี ซึ่งการสู้รบไม่มีท่าทีจะสงบ หรือกรณีในภาคสะกายก็เช่นกัน ทั้งหมดเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ในขณะที่พื้นที่ควบคุมจริงๆ ของกองทัพพม่าเหลือแค่ในภาคกลาง เช่น เนปีดอว์ มัณฑะเลย์ ย่างกุ้ง ซึ่งมีไม่ถึงครึ่ง

ดร.ศิรดากล่าวว่า สถานการณ์การสู้รบในเมียนมายังคงยืดเยื้อต่อไปและไม่มีท่าทีที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะชนะกันเด็ดขาด ซึ่งจากเดิมที่ประเทศพม่าก็ไม่สงบอยู่แล้ว แต่ภายหลังรัฐประหารเมื่อปี 2564 ยิ่งทำให้การสู้รบรุนแรงขึ้น แม้กระทั่งคนพม่าแท้ๆ ที่เป็นชนชาติเดียวกันก็ออกมาต่อสู้กับทหารพม่าด้วยเช่นกัน แม้ตอนแรกเป็นการสู้ด้วยสันติวิธี แต่เมื่อเห็นว่าไม่สำเร็จจึงหาวิธีการอื่นที่มีความรุนแรง ซึ่งเป็นวิธีเดียวที่เขาทำได้ โดยในเชิงพื้นที่ แต่ละกลุ่มกองกำลังต่างพยายามควบคุมและขยายการควบคุมออกไป เพื่อให้ทหารพม่าออกจากพื้นที่ที่เป็นเมืองให้ได้ ขณะที่ในเชิงการเมืองก็มีการเสนอการปกครองในรูปแบบสหพันธรัฐ มากกว่ารวมศูนย์อำนาจโดยรัฐบาลทหารพม่า ซึ่งตอนนี้กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ กำลังหาจุดร่วมในเรื่องนี้ซึ่งท้าทายมาก เพราะกระบวนการสันติภาพที่ผ่านมาไม่ได้ตอบโจทย์

“กรณีการช่วยเหลือคนไทยในเล้าก์ก่าย ทำให้เห็นว่าการทำงานกับรัฐบาลทหารพม่าอย่างเดียวไม่สามารถช่วยเหลือเหยื่อได้ทั้งหมด แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์กับกองกำลังชาติพันธุ์ด้วย แต่เพราะรัฐไทยยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจน ความยากลำบากคือเรื่องระดับนโยบาย เราจะมองไปที่ผลประโยชน์แห่งชาติหรือผลประโยชน์ส่วนบุคคล นอกจากกรณีการค้ามนุษย์แล้ว ยังมีเรื่องอื่นๆ เช่น ยาเสพติดที่เราได้รับผลกระทบแน่นอน และเรื่องสาธารณสุขที่เราควรร่วมมือกับกลุ่มชาติพันธุ์อย่างไรในการสกัดกั้นโรค

ดร.ภาณุภัทรกล่าวว่า นอกจากรูปแบบการใช้อาวุธแล้ว ที่น่าสนใจคือความเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการเมือง ซึ่งเดิมมองว่ากองทัพพม่ามีความเข้มแข็งสุดตั้งแต่นายพลเนวินปกครองประเทศเรื่อยมา สถาบันทหารเป็นหลัก แต่ช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีความเปลี่ยนแปลงทำให้คนพม่าเห็นการเปลี่ยนผ่าน ดังนั้นเมื่อมีรัฐประหารโดยทหาร พวกเขาจึงออกมาต่อต้าน แม้แต่คนพม่าเอง ทำให้ความเชื่อมั่นของกองทัพพม่าถูกสั่นคลอน และโครงสร้างการเมืองถูกพัฒนาในระดับชาติพันธุ์ให้เป็นสถาบันทางการเมืองคู่ขนาน สิ่งที่จับตามองคือการแบ่งอำนาจใหม่ๆ ของกองกำลังต่างๆ ระหว่างมลรัฐกับรัฐบาลกลางจะเป็นอย่างไร ซึ่งจะเป็นข้อถกเถียงกระบวนการสร้างชาติต่อไป คาดว่าภายในไม่นานเกิน 1 ปี เราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น

“การทูตไทยควรหลายมิติ การทูตกับความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านอื่นในพม่า เช่น จีน อินเดีย เราจะมีนโยบายอย่างไร ที่จะเชื่อมต่อกับประเทศเหล่านี้ โจทย์ของอินเดียเขาอาจไม่ใช่แค่เชื่อมต่อกับพม่า แต่มีโรฮิงยาด้วย การทูตหลายมิติไปไกลกว่าแค่พม่าและลึกซึ้งมากขึ้น” ดร.ภาณุภัทร กล่าว

ดร.ศรีประภากล่าวว่า สมัยที่อังกฤษเป็นเจ้าอาณานิคมพม่าได้ใช้วิธีแบ่งแยกแล้วปกครอง ซึ่งตอนนั้นอังกฤษทำได้ แต่สมัยนี้ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้อีกแล้ว ตอนที่สอนนักศึกษาพม่าเคยถามว่าอะไรที่พวกเขาอยากวิจัยหรือทำการศึกษามากที่สุด คำตอบคือพวกเขาอยากเข้าใจเรื่องการปกครองในระบอบสหพันธรัฐมากที่สุด ที่น่าสนใจคือก่อนหน้านั้นนักศึกษาที่เข้ามาเรียนหรืออยู่ในไทย เขาไม่สามารถรวมตัวกันได้

“อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในเพื่อนบ้าน เป็นไปไม่ได้ที่ประเทศไทยจะหลีกเลี่ยง เช่น ผู้หนีภัย ทั้งหนีภัยชั่วคราว หรือบางส่วนไม่สามารถกลับประเทศได้ หากเปรียบเทียบกับเมื่อปี 88 มีความแตกต่างกัน ในยุคนั้นเขาหลบซ่อนก่อนเข้ามาและไปประเทศที่ 3 รัฐบาลไทยในอดีตยอมรับผู้ลี้ภัยทางการเมือง แต่ปัจจุบันไม่มี ทั้งๆ ที่ควรให้การคุ้มครองพวกเขา และก็ไม่มีการแยกแยะว่าคนกลุ่มหนึ่งมาตามตะเข็บชายแดน เมื่อการสู้รบจบลงเขาต้องการรีบกลับบ้าน แต่อีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาลึกในประเทศ การจัดการระหว่างคนสองกลุ่มควรแตกต่างกัน โดยสมัยก่อนเรามีที่พักพิงชั่วคราว แต่ตอนนี้รัฐไทยพูดเสมอว่าไม่ต้องการให้เกิดที่พักพิงชั่วคราวอีกแล้ว ดังนั้นรัฐไทยจะทำอย่างไร จริงๆ แล้วประเทศไทยต้อนรับแรงงานข้ามชาติ แทนที่เราผลักดันให้คนที่อยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราวซึ่งรอไปประเทศ 3 จำนวนหนึ่งที่ไปไม่ได้ก็ควรเอามาเป็นแรงงาน และกลุ่มที่หนีภัยชั่วคราว” ดร.ศรีประภา กล่าว

ดร.ศรีประภากล่าวว่า ควรทบทวนนโยบายรัฐไทย เพราะเราไม่มีความชัดเจนเลย ประเทศอื่นในอาเซียนเขาชัดเจนกว่า บางประเทศเขาไม่ยอมที่รัฐบาลเข่นฆ่าประชาชน หรือบางประเทศประกาศตนชัดว่าเห็นใจพม่า ถึงเวลาแล้วที่เรามีรัฐบาลใหม่ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ จึงควรทบทวนนโยบายด้านพม่า

On Key

Related Posts

ยังไม่รู้ชะตากรรมคนไทย 148 ถูกตำรวจพม่ากวาดล้างในบ่อนพนันออนไลน์เมืองท่าขี้เหล็ก นายอำเภอแม่สายเผยยังไม่มีญาติมาติดต่อ ขณะที่สถานการณ์เริ่มตึงเครียดหลังทางการพม่าเปิดให้ตำรวจจีนเข้าทลาย

ความคืบหน้ากรณีตำรวจและทหารของประเทศเมียนมา บุกจู่Read More →

คุมเข้มชายแดนแม่สาย-ท่าขี้เหล็ก ทหารพม่าบุกทลายพนันออนไลน์ – แก๊งคอลเซ็นเตอร์ คุมตัวคนไทย – จีนเทากว่า 100 คน เชื่อกระเจิงเข้าคิงส์โรมันส์-เมียวดี

เพจข่าวท้องถิ่น Maesaipress  รายงานว่า เมื่อเวลาปรRead More →

เร่งเปิดเผยข้อมูล สปส. ทีมประกันสังคมก้าวหน้าเดินเครื่องทันทีหลังรับเลือกเป็นบอร์ด ค้นหาเหตุงบบริหารสำนักงานพุ่งเป็น 5 พันล้าน เผยแปลกใจทำวารสาร 4.5 แสนฉบับสวนยุคสมัย สารพัดหน่วยงานรัฐรุมค้านให้สิทธิแรงงานข้ามชาติเลือกตั้งบอร์ดระบุส่งผลกระทบความมั่นคงชาติ

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรRead More →

หนุ่มสาวพม่ายังคงแห่ขอวีซ่าเข้าไทย-จีนวันละหลายพัน-เบียดเสียดเสียชีวิตแล้ว 2 นักวิเคราะห์ประเมินนับล้านคนมุ่งไทย ชี้รัฐไทยต้องมีนโยบายที่ซับซ้อนรองรับ

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2567 สื่อมวลชนและช่องทางRead More →