2
แม่น้ำอูที่เมืองขัว ยังเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่รักธรรมชาติ

“ตรงนี้ไปไม่ได้แล้ว ต้องเปลี่ยนเรือเล็ก เดี๋ยวไปถามหาเรือชาวบ้านในหมู่บ้านก่อน” หนุ่มลาวเจ้าถิ่นบอกเราเมื่อเรือโดยสารจอดลงที่แก่งใหญ่แห่งหนึ่งที่แม่น้ำอูตอนเหนือ เสียงน้ำไหลผ่านแก่งดังสะท้อนหน้าผาหินสูงชัน ไม่นานเขาก็กลับมาพร้อมกับคนขับเรือ เราออกเดินทางต่อด้วยเรือหาปลาลำเล็ก ผ่านแก่งหินแคบที่บีบลำน้ำเหลือความกว้างเพียงไม่กี่เมตร แต่ใต้น้ำกลับลึกมีวังน้ำวนดูดทุกสิ่งลงไปเบื้องล่าง

 

เรากำลังอยู่ที่แขวงพงสาลี ลาวตอนเหนือ ออกเดินทางเพื่อสำรวจ “แม่น้ำอู” น้ำสาขาสายสำคัญสายหนึ่งของแม่น้ำโขง ที่ไหลจากเทือกเขาระหว่างชายแดนลาว-จีน ไหลเป็นระยะทาง 450 กิโลเมตร และไหลลงสู่งแม่น้ำโขงที่ปากอู ไม่ไกลจากเมืองหลวงพระบาง

 

จากต้นกำเนิดที่ “ยอดอู” แม่น้ำอูไหลผ่านป่าสมบูรณ์ มีอุทยานแห่งชาติที่มีความหลากหลายทางชีวภาพทั้งพรรณพืชและสัตว์ป่า แม่น้ำช่วงนี้มีหมู่บ้านตั้งอยู่ห่างๆ กัน ชาวบ้านส่วนมากเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ โดยเฉพาะชาวขมุซึ่งเชี่ยวชาญการอยู่กับป่า ทำไร่ปลูกข้าวปลูกงา เมื่อเราล่องเรือก็เห็นคนหาปลาอยู่ตลอดทาง มีทั้งทอดแห ไซลั่น และวางตาข่ายดักปลาตามหาดกรวดและวังน้ำลึก การศึกษาจนปัจจุบันพบว่าแม่น้ำอูมีปลาอาศัยอยู่ 84 ชนิด โดยในจำนวนนี้มี 29 ชนิดที่คาดว่าน่าจะเป็นพันธุ์เฉพาะถิ่น พบในแม่น้ำอูเท่านั้น

 

ล่องลงมาอีกสองฟากแม่น้ำอูเริ่มมีเรือกสวน แปลงเกษตรริมน้ำ มีหมู่บ้านบ้านให้เห็นมากขึ้น ลักษณะที่โดดเด่นของแม่น้ำอูบริเวณนี้เป็นภูเขาหินปูนสูงชันเป็นเอกลักษณ์ ตลอดลำน้ำอูชุมชนที่นี่ยังคงมีวิถีชีวิตดั้งเดิม ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากมาเยือนแม่น้ำแห่งนี้ โดยมีจุดขายที่สำคัญคือการล่องแก่งแม่น้ำอูทางตอนบน ตั้งแต่หาดหิน ลงมาหาดสา สามพัน และเมืองขัว และการล่องเรือจากหลวงพระบาง เข้าปากอู ขึ้นมาถึงหนองเขียว เมืองงอย ซึ่งการท่องเที่ยวได้สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนไม่น้อย

 

แต่เมื่อปลายปีที่ผ่านมาการล่องแก่งและเรือ ทั้งเรือท่องเที่ยวและเรือโดยสารของชาวบ้าน จากหาดสาถึงเมืองขัว ต้องถูกปิดเส้นทางเนื่องจากมีการก่อสร้างเขื่อนน้ำอู 5 เริ่มก่อสร้าง ผู้ที่จะเดินทางต้องจอดเรือที่หน้าเขื่อน แล้วเดินหรือโดยสารรถผ่านถนนลูกรังฝุ่นตลบผ่านไซต์ก่อสร้าง ไปลงเรืออีกครั้งที่เหนือเขื่อน

 

เขื่อนนี้เป็น 1 ในเขื่อนชุดขั้นบันไดที่จะกั้นแม่น้ำอูถึง 7 เขื่อน จากเขื่อนน้ำอู1-เขื่อนน้ำอู 7 มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 1,146 เมกกะวัตต์ ซึ่งบริษัทสัญชาติจีน ไซโนไฮโดร Sinohydro Corporation ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลลาวในการก่อสร้างและพัฒนาโครงการเพื่อผลิตไฟฟ้าขายแก่รัฐบาลลาว มีการแบ่งการก่อสร้างออกเป็นสองเฟส เริ่มด้วยเขื่อนน้ำอู 2 ,5 และ 6 สำหรับเขื่อนตอนบนนั้นไซโนไฮโดรวางแผนเป็นเขื่อนขนาดใหญ่เพื่อกักเก็บน้ำและค่อยๆ ปล่อยลงมาเพื่อให้ 5 เขื่อนทางตอนล่างผลิตไฟฟ้า

 

ทั้ง7 โครงการเขื่อนจะทำให้แม่น้ำอูกลายเป็นทะเลสาบหรืออ่างเก็บน้ำเรียงต่อๆ กันไปเป็นขั้นบันได้ รวมความยาวของอ่างเก็บน้ำ 350 กิโลเมตร แม้วัตถุประสงค์หลักของโครงการคือผลิตไฟฟ้า แต่รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA ของเขื่อน กลับระบุว่ายังไม่มีความชัดเจนว่าปลายทางของไฟฟ้าคือที่ใด ปัจจุบันยังไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าไฟฟ้าจะส่งขายจีน ส่งขายไทย หรือใช้ในระบบของลาวเอง

1 (1)
เขื่อนน้ำอู 5 Nam Ou 5 กำลังก่อสร้างอย่างรวดเร็วที่แขวงพงสาลี

บริษัทไซโนไฮโดรได้เริ่มก่อสร้างเขื่อนน้ำอู 2 และถัดมาคือเขื่อนน้ำอู 5 เมื่อปีที่แล้ว ทั้งสองเขื่อนกำลังจะเตรียมอพยพชาวบ้าน เอกสารโครงการระบุว่าเขื่อนน้ำอูทั้งหมดจะต้องย้ายชาวบ้านอย่างน้อย 89 หมู่บ้าน ซึ่งแปลงอพยพ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “หมู่บ้านจัดสรร” ของเขื่อนน้ำอู 5 นั้นยังไม่เริ่มก่อสร้าง แต่ชาวบ้านบอกเราว่าได้รับแจ้งจากทั้งทางการและบริษัทจีนว่าให้เตรียมอพยพชั่วคราวก่อน หากบ้านจัดสรรก่อสร้างเสร็จก็ค่อยย้ายไป

 

“เขาบอกให้ไปอยู่ตูบเล็กๆ บนเทิงโน่น เขาบอกอยู่ชั่วคราว ถ้าสร้างเขื่อนเสร็จ สร้างบ้านจัดสรรเสร็จเขาจะให้เราย้ายไปอยู่ อีกเดือนสองเดือนก็คงได้ย้ายแล้ว” แม่บ้านจากหมู่บ้านริมน้ำอูในแขวงพงสาลี เล่าด้วยความอัดอั้นใจ สามีเธอที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กล่าวเสริมว่า “เขาจะให้เงินก่อน 3 ล้านกีบ ให้ไปสร้างกระท่อมเล็กๆ อยู่กันเอง แต่ไม่ได้บอกว่ากี่เดือน หรือกี่ปีจะได้ไปบ้านจัดสรร”

 

วันนี้แม่น้ำอูทั้งสายถูกสัมปทานผูกขาดโดยบริษัทจีนอย่างเด็ดขาด โดยจีนได้รับสิทธิในการบริหารจัดการน้ำตลอดลำน้ำอูโดยที่ชาวบ้านไม่มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมแม้แต่น้อย ทั้งๆ ที่ตลอดสองฝั่งของแม่น้ำอูเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และร่องรอยการต่อสู้ในการกอบกู้บ้านเมืองให้พ้นจากจักวรรดินิยม แต่สุดท้ายมรดกทางธรรมชาติชิ้นนี้กลับตกอยู่ในมือทุนจีน

 

เรื่องและภาพ โลมาอิรวดี
เนชั่นสุดสัปดาห์

ใส่ความเห็น

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.