สำนักข่าวชายขอบ
Transborder News

เมียทหารพม่าชั้นผู้น้อยโวยถูกบังคับเฝ้าทัพ แต่บิ๊กทหารกลับหอบเมียหนีภัยการสู้รบ

ภาพจาก The Irrawaddy

เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 สำนักข่าว Irrawaddy รายว่า ทหารพม่าจำนวน 177 นาย ได้หนีข้ามไปยังชายแดนประเทศบังกลาเทศ หลังถูกโจมตีอย่างหนักจากกองทัพอาระกัน โดยทหารพม่าเหล่านี้ข้ามมายังฝั่งบังกลาเทศ ได้มีการปลดอาวุธ และทางรัฐบาลบังกลาเทศกำลังประสานไปยังกองทัพพม่าเพื่อส่งทหารพม่าเหล่านี้กลับ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีทหารพม่าจำนวน 330 คน ได้ข้ามมายังบังกลาเทศและถูกส่งตัวกลับพม่าแล้ว

ทางด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองกำลังชายแดนของบังกลาเทศระบุว่า จะไม่ยอมให้มีการข้ามชายแดนเช่นนี้อีก ขณะที่กองทัพอาระกัน AA สามารถยึดฐานทัพสำคัญของกองทัพพม่าได้แล้ว 170 แห่ง ใน 9 เมืองทั้งในรัฐอาระกันและรัฐชิน ที่ทางกลุ่มเคลื่อนไหวอยู่

ขณะที่สำนักข่าว DVB และ Tai TV Online รายงานว่ากองทัพพม่าในรัฐกะเหรี่ยงออกคำสั่งให้ภรรยาของทหารชั้นผู้น้อยต้องเฝ้าและปกป้องฐานทัพในติ่นกาวหยี่นหน่าว ในเมืองเมียวดี ในระหว่างที่กองทัพพม่าสู้รบกับกองทัพสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง ( KNU) และกองทัพพิทักษ์ประชาชน (PDF) ขณะที่ผู้บัญชาการและรองผู้บัญชาการกองทัพพม่าในพื้นที่กลับอพยพครอบครัวของตนไปไว้ในที่ปลอดภัย เรื่องนี้สร้างความไม่พอใจให้ภรรยาทหารชั้นผู้น้อย เนื่องจากไม่มีความเท่าเทียม นอกจากนี้ยังกังวลในด้านความปลอดภัย

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับกองทัพพม่าเผยว่า ภรรยาของทหารชั้นผู้น้อยต้องเข้าร่วมรบกับสามีในพื้นที่ที่เกิดสงครามในรัฐกะเหรี่ยง โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่กองทัพพม่ากองพันที่ 355 โดยสาเหตุเชื่อว่า น่าจะเป็นที่กองทัพพม่ากำลังขาดแคลนกำลังพล โดยทหารพม่ารายหนึ่งเผยว่า แม้จะมีธรรมเนียมปฏิบัติมายาวนานที่ภรรยาของทหารพม่าต้องร่วมฝึกทหารและปฏิบัติหน้าที่ในกองทัพด้วย แต่เหตุการณ์เลือกปฏิบัติที่ภรรยาเจ้าหน้าที่ระดับสูงไม่ต้องเฝ้าทัพด้วยนั้น เป็นเรื่องที่ตนยอมรับไม่ได้

ทั้งนี้ สื่อรายงานว่า เหตุการณ์สู้รบอย่างหนักเกิดขึ้นในรัฐคะฉิ่น รัฐอาระกันและรัฐกะเหรี่ยงนั้น มีการออกคำสั่งให้ภรรยาทหารพม่าชั้นผู้น้อยเข้าร่วมรบและเฝ้าฐานทัพด้วยเช่นเดียวกัน หญิงรายหนึ่งในรัฐอาระกันเปิดเผยว่า ลูกสาวของตนแต่งงานกับทหารพม่า ในค่ายทหารที่เธอประจำอยู่นั้นได้รับคำสั่งให้ภรรยาทหารเข้าร่วมรบ และไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากค่ายทหารกลับมาบ้าน จนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถติดต่อและทราบชะตากรรมของลูกสาว

ด้านสื่อ Myanmar Now รายงานเช่นกันว่า มีการบังคับเกณฑ์ชาวมุสลิมโรฮิงญาในค่ายผู้พลัดถิ่นภายใน เจ้าก์ตะโลน ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองเจ้าก์ผิ่ว ทางใต้ของรัฐอาระกัน มีการรวบรวมเด็กหนุ่มและชายหนุ่มในค่ายทั้งสิ้น 127 คนเพื่อส่งไปเป็นทหารในกองทัพพม่าซึ่งหลายฝ่ายเป็นห่วงว่า ชายหนุ่มชาวมุสลิมเหล่านี้จะถูกใช้เป็นโล่มนุษย์

On Key

Related Posts

โฆษก KNU ประกาศไม่เหลือพื้นที่เจรจาให้ SAC ระบุต้องรบให้ชนะเท่านั้น ชวนประชาชนร่วมกำจัดปีศาจร้ายออกจากแผ่นดินกอทูเล เผยพยายามให้กระทบเศรษฐกิจน้อยที่สุด “เศรษฐา” ตั้งกก.ชุดใหญ่ติดตามดูแลสถานการณ์ความไม่สงบในพม่า ให้ปานปรีย์เป็นประธาน

วันที่ 18 เมษายน 2567 พะโดซอตอนี (Padoh Saw Taw NeRead More →

NUG เชื่อการปฏิวัติเข้าใกล้ชัยชนะ ส่งจดหมายกระชับไมตรีกองทัพว้า ชื่นชมมีส่วนสำคัญถอนรากSAC จับตาความเปลี่ยนแปลงภายหลังทูตจีนพบอดีต 3 นายพลผู้นำพม่า

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 สำนักข่าว Irrawaddy รายRead More →