สำนักข่าวชายขอบ
Transborder News

สถานการณ์ในรัฐกะเหรี่ยงสุดเลวร้าย ตัวเลขผู้พลัดถิ่นพุ่งขึ้นกว่าล้าน ชาวบ้านหนีตายมุ่งชายแดน ภาคประชาสังคมวอนส่งตรงความช่วยเหลือให้ผู้เดือดร้อน “ศ.สุรชาติ”จี้นโยบายรัฐบาลไทยต้องชัด เชื่อแล้งนี้สงครามใหญ่

เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567 นายเลกะปอ รองผู้อำนวยการเครือข่ายสันติภาพกะเหรี่ยง (Karen Peace Support Network-KPSN) กล่าวว่าขณะนี้สถานการณ์มนุษยธรรมในรัฐกะเหรี่ยงเลวร้ายลงอย่างมาก มีการต่อสู้เกิดทั่วทุกพื้นที่ มีจำนวนผู้พลัดถิ่นเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล ตลอดช่วงที่ผ่านมาทหารพม่ารุกรานพลเรือน มีการใช้ปืนใหญ่ยิงไปยังหมู่บ้าน หรือแหล่งชุมชน ส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิด ส่งผลให้ชาวบ้านไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ในหมู่บ้านตามปกติได้ ต้องพยายามหนีภัยความตายมาใกล้ชายแดน ตลอดทั่วทั้งรัฐกะเหรี่ยงและพื้นที่ในอิทธิพลของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU) ปัจจุบันมีประชาชนต้องกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายใน (Internally Displaced persons-IDPs) มากกว่า 1 ล้านคน รวมถึงในเขตพะโคตะวันออก และตะนาวศรี

นายเลกะปอกล่าวว่า การให้ความช่วยเหลือมนุษยธรรมจากทางการไทย หรือกระทรวงการต่างประเทศ ยังไม่ได้มีการติดต่อมา ทราบว่าแผนคือจะส่งผ่านไปยังหน่วยงานกาชาดพม่า ซึ่งต้องผ่านทางการกองทัพพม่า รายละเอียดยังไม่ทราบไม่มีใครติดต่อมาที่เรา

“สำหรับผมคิดว่าการช่วยเหลือผ่านกองทัพพม่าที่ก่อรัฐประหารแบบนี้มันจะเป็นไปได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมางานส่งความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์เป็นการทำงานผ่านภาคประชาสังคม ผ่านองค์กรชุมชน ส่งต่อไปยังชุมชนผู้พลัดถิ่นในพื้นที่ต่างๆ ขนาดนั้นก็ยังเสี่ยงมาก หากส่งสิ่งของบรรเทาทุกข์ผ่านทหารพม่า เขาจะมาช่วยเราได้อย่างไร ขนาดเส้นทางขนส่งข้าวของจำเป็นที่ผ่านมาทหารพม่าก็ยังสกัดกั้นไว้ ตามแผนที่ได้ยินก็คงมีการส่งสิ่งของไปให้ทางฝั่งพม่าตามกำหนด แต่เราจะเชื่อได้อย่างไรว่าการช่วยเหลือนี้จะส่งมือผู้เดือดร้อนจริง” รอง ผอ. KPSN กล่าว

นายเลกะปอกล่าวว่า ความช่วยเหลือเหล่านั้นจะสามารถส่งไปถึงมือประชาชนผู้พลัดถิ่นผู้เผชิญภัยสงครามและต้องการความช่วยเหลือได้อย่างไร ตอนนี้กองทัพพม่าเสียฐานที่มั่น เสียกำลังพลอย่างหนักในการสู้รบในเดือนที่ผ่านมา เรากังวลว่าสิ่งของบรรเทาทุกข์เหล่านี้อาจจะกลายเป็นว่าถูกส่งไปให้ทหารพม่าหรือไม่

ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักวิชาการด้านความมั่นคง ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand

 ว่าคนที่ทำงานด้านพม่าในฝั่งไทยอยากเห็นความชัดเจนในเชิงนโยบายของรัฐบาล รวมทั้งเรื่องการส่งความช่วยเหลือต่างๆ และการเปิดโต๊ะเจรจา ขณะนี้ถ้ามองฝั่งไทยตั้งแต่แม่น้ำเมยไปถึงแม่น้ำสาละวิน พบว่ากองกำลังชนกลุ่มน้อยได้ผลักดันกองกำลังทหารพม่าออกไปจากแนวนี้เกือบหมด เหลือเพียงบางจุดที่เขาใช้วิธีปิดล้อมเพื่อให้ยอมแพ้ สิ่งที่หลายฝ่ายคิดตรงกันคือฤดูแล้งนี้กลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์จะเปิดปฏิบัติการเชิงรุกใหญ่เมื่อไร แล้วทหารพม่าจะเปิดการตอบโต้การรุกกลับได้หรือไม่ ทำให้คาดว่าสงครามในฤดูแล้งตั้งแต่หลังสงกรานต์น่าจะใหญ่ และเกิดคำถามว่าจะมีผู้อพยพจะทะลักและไทยจะเป็นหน้าด่านใช่หรือไม่

ศ.ดร.สุรชาติกล่าวว่า รัฐบาลไทยจะกำหนดนโยบายให้เห็นชัดเจนเพราะดูเหมือนว่าตอนนี้เป็นนโยบายสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่เปลี่ยนแปลงโดยมีความใกล้ชิดกับ พล.อ.มินอ่องหลาย ขณะที่การทูตทหารคือระดับผู้นำทางการทหารของไทยหรือที่ตนเรียกว่าทัวร์ทหาร ยังคงไปเยือนรัฐบาลทหารพม่าเสมอ ซึ่งพล.อ.มินอ่องหลายต้องการให้หน่วยงานภาครัฐของทางการไทยไปเยือนเช่นนั้น เพราะเขาสามารถเอาไปสร้างภาพว่ายังให้ความสำคัญกับเขา ซึ่งโจทย์ในลักษณะนี้ต้องลดลง

“รัฐบาลต้องเลิกใช้วิธีซื้อเวลาและใช้ความเชื่อว่าการที่ไทยไม่ทำอะไรจะเป็นกลาง เพราะเมื่อเป็นเช่นนี้จะเกิดคำถามในมิติการต่างประเทศว่าปานปรีย์-สีหศักดิ์(นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รมว.ต่างประเทศและนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ผช.รมว.ต่างประเทศ) ในยุคปัจจุบัน ไม่แตกต่างจากดอน-พรพิมล (นายดอน ปรมัตถ์วินัย อดีต รมว.ต่างประเทศ และนางพรพิมล กาญจนลักษณ์ ที่ปรึกษาฯ) ในยุคก่อนใช่มั้ย หรือหนักกว่านั้นคือสีหศักดิ์กำลังเป็นพรพิมลใช่หรือไม่” ศ.สุรชาติ กล่าว

ศ.สุรชาติ กล่าวว่า กรณีในวันที่ 25 มีนาคม ที่รัฐบาลจะนำความช่วยเหลือไปให้ชาวเมียนมาโดยผ่านทาง อ.แม่สอด จ.ตาก  เป็นเรื่องที่ต้องจับตาว่าใครเป็นเจ้าภาพซึ่งตอนนี้ได้ยินว่าเป็นกองทัพบก แต่ต้องดูว่าจะไปจับคู่กับใครในฝั่งพม่า

————-

On Key

Related Posts

โฆษก KNU ประกาศไม่เหลือพื้นที่เจรจาให้ SAC ระบุต้องรบให้ชนะเท่านั้น ชวนประชาชนร่วมกำจัดปีศาจร้ายออกจากแผ่นดินกอทูเล เผยพยายามให้กระทบเศรษฐกิจน้อยที่สุด “เศรษฐา” ตั้งกก.ชุดใหญ่ติดตามดูแลสถานการณ์ความไม่สงบในพม่า ให้ปานปรีย์เป็นประธาน

วันที่ 18 เมษายน 2567 พะโดซอตอนี (Padoh Saw Taw NeRead More →

NUG เชื่อการปฏิวัติเข้าใกล้ชัยชนะ ส่งจดหมายกระชับไมตรีกองทัพว้า ชื่นชมมีส่วนสำคัญถอนรากSAC จับตาความเปลี่ยนแปลงภายหลังทูตจีนพบอดีต 3 นายพลผู้นำพม่า

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 สำนักข่าว Irrawaddy รายRead More →