สำนักข่าวชายขอบ
Transborder News

รมว.พม.ประกาศไม่ส่ง 19 เด็กไร้สัญชาติกลับพม่า ข้องใจต้นตอข่าว พระอาจารย์วัดสว่างอารมณ์แจงไม่มีการนำไปเดินเรี่ยไร ผอ.ศูนย์การเรียนไร่ส้มจับตาเป็นภาค 2 ของการส่งเด็กกลับประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่

เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์กรณีเด็กไร้สัญชาติ 19 คน อายุ 5-17 ปี จากเครือข่ายศูนย์การเรียนรู้ที่แม่สาย และมูลนิธิบ้านครูน้ำ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งไปบวชเรียนที่วัดสว่างอารมณ์ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี เป็นเวลา 1 ปี แต่ถูกส่งตัวกลับมาจังหวัดเชียงราย ว่ากระทรวงพม. และรัฐบาลไทย เป็นคู่สัญญาอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิเด็ก (United Nations Convention on the Rights of the Child: CRC, UNCRC) มาไม่ต่ำกว่า 30-40 ปีแล้ว ดังนั้นแนวทางที่ พม.จะส่งเด็กกลุ่มนี้กลับไป ต้องบอกว่าเป็นไปไม่ได้ 

“ข่าวที่ออกมาที่ออกมาจากแหล่งใดก็แล้วแต่ ต้องบอกว่าด้วยความสัตย์จริงว่าเราไม่เคยคิดทำ เพราะการเป็นคู่สัญญา CRC หน้าที่ของกระทรวง พม. เราจะต้องดูสิทธิของเด็ก และสวัสดิภาพของเด็กทั้งกายและใจ รวมถึงการศึกษาของเด็กด้วย ดังนั้นตามที่เป็นข่าวออกมาผ่านหลายช่องทาง ต้องเรียนว่าไม่แน่ใจว่าต้นตอของเขามีเจตนาใด แต่ต้องเรียนว่าตะเข็บชายแดนทั้ง 2 ประเทศนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ก่อนที่คนกลุ่มใด จะให้ข่าวอะไรก็แล้วแต่ขอให้ระมัดระวัง เพราะข่าวลักษณะนี้เป็นข่าวที่มีความละเอียดอ่อนต่อความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศเป็นอันมาก ขออย่าได้ให้ข่าวเพื่อความสนุกหรือมันปาก” นายวราวุธ กล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพม.กล่าวว่า ขอฝากไว้ด้วยเช่นกันว่าข่าวนี้เป็นการบั่นทอนกำลังใจของผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าราชการกระทรวง พม. ตลอดระยะหลายสิบปีที่ผ่านมานั้น เราทำงานแบบปิดทองหลังพระมาโดยตลอด 

“กระทรวงได้ส่งรายละเอียดมาให้ผมดูว่าในการประชุมไม่ได้พูดถึงการส่งเด็กกลับเลย มีแต่เพียงว่าจะให้เด็กนั้นไปอยู่ศูนย์พักพิงจังหวัดเชียงราย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เกิดมาจากได้มีความสงสัยว่ามีเด็กกลุ่มหนึ่งไปบวชเณรอยู่ที่วัดแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดลพบุรี และเอาเณรเหล่านี้ไปเรี่ยไร บอกว่าไปไถเงินก็ไม่ผิดนัก มีการตั้งข้อสงสัยขึ้นมา และเมื่อสงสัยก็ได้รีบส่งตัวเด็กกลุ่มนี้ไปที่ต้นทางคือจังหวัดเชียงราย พอถึงเชียงราย พมจ.เชียงรายก็ได้เช็คว่าไม่ได้อยู่ในความดูแลของกระทรวง พม.เลยตั้งแต่ต้น อยู่ในการดูแลของภาคเอกชนกลุ่มหนึ่ง”นายวราวุธ กล่าว 

นายวราวุธกล่าวว่า ขอขอบคุณภาคเอกชนกลุ่มหนึ่ง และหลาย ๆ กลุ่มที่ได้ดูแลเด็กกลุ่มนี้ แต่ต้องเรียนว่า เอกชนรู้ตัวดีว่ามีศักยภาพหรือมีอำนาจที่จะดูแลเด็กกลุ่มนี้ตามกฎหมายมากน้อยเท่าไหร่ อย่างไร ถ้าหากไม่มีอำนาจ ขอความกรุณาติดต่อมายังที่ กระทรวง พม. หรือจะติดต่อมาที่ 1300 หรือจะติดต่อเจ้าหน้าที่ พม.แต่ละจังหวัด รับเด็กเหล่านี้มาดูแลภายใต้สนธิสัญญา CRC ถ้าหากไม่ได้รับความร่วมมือจากทางเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ขอให้แจ้ง ตนจะดำเนินการเต็มที่ที่เจ้าหน้าที่เราไม่ดำเนินการตามกติกา

 ด้านพระอาจารย์วิโรจน์ วัดสว่างอารมณ์ อ.บ้านหมี่ จ.ลพบุรี กล่าวถึงกรณีการส่งเด็กจำนวน 20 คน กลับ จ.เชียงราย ว่า เด็กกลุ่มดังกล่าวเป็นเด็กไทย 1 คน และเด็กไม่มีสัญชาติจำนวน 19 คน เหตุที่ส่งกลับเนื่องจากวันที่ 10 มี.ค. ทาง พมจ.ลพบุรี และ ฝ่ายปกครองอำเภอ ได้เข้ามาตรวจสอบที่วัด โดยทางเจ้าหน้าที่ถามว่าทางวัดมีเด็กเหมือนที่จังหวัดอ่างทองหรือไม่ ซึ่งทางพระอาจารย์เองก็ไม่ได้ปิดบังและแจ้งข้อมูลไปตามข้อเท็จจริงโดยเด็กได้มาบวชเณรภาคฤดูร้อนในปีที่ผ่านมา และเด็กต้องการอยู่เรียนต่อจึงอยู่ที่วัดและไปเรียน โดยทางเจ้าหน้าที่มาคุยอย่างละมุนละม่อมว่าจะเป็นการส่งเด็กกลับอย่างเงียบ ๆ โดยวัดเป็นคนส่งเอง 

พระอาจารย์วิโรจน์กล่าวว่า หาก ตม.ส่งจะทำให้ลำบากกับเด็ก ๆ ทางพระอาจารย์จึงดำเนินการตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง โดยวันส่งทาง พมจ.ได้มาส่ง โดยมีปกครอง และ ตม.มาส่งด้วย จึงให้พระที่วัดเป็นตัวแทนไปส่ง โดยได้ทำพิธีสึกสามเณร เพื่อให้การเดินทางสะดวก เพราะเมื่อไปถึงเชียงรายไม่แน่จะอยู่อย่างไร ส่วนเรื่องการเรียนเหลือเวลาอีก 1 สัปดาห์โรงเรียนจะปิดเทอม เด็กกลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเรียนพื้นฐานเป็นการฝึกอ่าน โดยบางวิชาก็แยกห้องเรียนเพราะต้องฝึกภาษาก่อน เมื่อเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบจึงบอกเด็กๆ ว่า ให้กลับบ้านก่อนเพราะเป็นช่วงปิดเทอมเพื่อให้เด็กไม่ตื่นตกใจ โดยทางวัดได้ไปส่งเด็กวันที่ 12 มีนาคม 

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มีการนำสามเณรไปเรี่ยไร่เงินหรือไม่ พระอาจารย์วิโรจน์กล่าวว่า ทางวัดไม่ได้ดำเนินการเช่นนั้น เป็นเพียงการบอกบุญตามปกติที่ปรากฎหน้าเพจของวัด และการนำสามเณรไปบิณฑบาตตามกิจสงฆ์ และทางญาติโยมที่ศรัทธาก็ได้บริจาคและทำบุญตามปกติ 

นายโสภณ แก้วล้อมทรัพย์ พมจ.เชียงราย กล่าวว่า ในวันที่ 12 มีนาคม ทราบว่าทาง พมจ.ลพบุรีส่งเด็กกลับมาที่ มูลนิธิบ้านครูน้ำ อ.เชียงแสน ทาง พมจ.จึงไปรับเด็กเพื่อไปพักที่บ้านพักเด็กและครอบครัว เป็นไปตามกระบวนการคุ้มครองเด็ก คุ้มครองสวัสดิภาพตามกฎหมาย และสืบเสาะข้อเท็จจริง โดยไม่ได้ดำเนินคดีกับเด็ก และไม่ได้ดูแลเด็กอย่างเคร่งครัด มีเจ้าหน้าที่พัฒนาการเด็กดูแลตามสิทธิเด็กที่ควรได้รับ โดยยึดถือสวัสดิภาพและประโยชน์ของเด็กเป็นหลัก และส่วนจะใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองหรือกฎหมายคุ้มครองเด็กนั้น การตรวจสอบก็ดำเนินการอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ดังนั้นการส่งเด็กจากชายแดนไปยังพื้นที่ชั้นใน หรือส่งไปเรียนที่ไหนก็ได้ไม่น่าจะทำได้ เด็กควรได้ศึกษาในพื้นที่ 

นางสาวเพียรพร ดีเทศน์ เลขาธิการมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) กล่าวว่าจากการประชุมของ องค์กรภาคประชาสังคมด้านการคุ้มครองเด็กในจังหวัดเชียงราย พบว่าสถานการณ์ปัจจุบันในประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะพม่า อยู่ในความไม่สงบต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และยังมีแนวโน้มที่จะรุนแรงยิ่งขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้เด็กต้องข้ามมาเพื่อหนีภัยความตาย ความอยู่รอด และโอกาสในชีวิต เมื่อเด็กข้ามมาแล้วการดูแลให้การศึกษาตามนโยบายของไทย Education for All เป็นกลไกที่รองรับให้เด็กเหล่านี้สามารถอยู่ในแผ่นดินไทยอย่างมีคุณภาพ ลดโอกาสที่จะเข้าไปสู่อาชญากรรมหรือปัญหาสังคมในปัจจุบันและอนาคต เราเลือกไม่ได้ว่าเด็กคือใคร มากจากไหน แต่เมื่อเวลานี้เด็กอยู่บนแผ่นดินไทยแล้วก็ต้องได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย การใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองยุติการศึกษาของเด็ก และส่งกลับไปสู่ภัยความตายนั้นไม่ทำให้ภาพพจน์ของไทยดูดีได้เลยในสังคมนานาชาติ 

นายวีระ อยู่รัมย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา อ.ฝาง จ.เชียงใหม่กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับเด็ก 19 คนนี้กำลังเฝ้าติดตามว่าเป็น ภาค 2 อ่างทองหรือไม่ ที่มีการนำเด็ก 126 คนกลับมาเชียงรายแล้วถูกผลักดันกลับประเทศเพื่อนบ้านเกือบทั้งหมด และสถานการณ์ชายแดนทั้งชายแดนทางเมียนมาและลาว ผู้ปกครองไม่ศักยภาพที่จะดูแลลูกหลาน เพราะมีปัญหาเศรษฐกิจ ความไม่สงบในประเทศ โรงเรียนหยุดสอน โรงพยาบาลไม่ทำการ ทั้งการถูกไล่ที่ ทำให้มีความพยายามส่งลูก ๆ มาเรียนในไทย เพื่อให้มีคุณภาพชีวิต 

นายวีระกล่าวว่า ตนไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับ พม. ขณะที่ นายรัฐมนตรีประกาศ Thailand Zero Dropout’ เพื่อให้เด็กไทยต้องได้รับการศึกษาเท่าเทียม แต่กลับมีเด็กหลุดหายไปจากระบบการศึกษา กรณีเหตุที่ลพบุรี ทำให้เด็กถูกนำออกจากระบบการศึกษาหรือไม่ ซึ่งตาม พ.ร.บ.การศึกษา ไม่สามารถเอาเด็กออกจากโรงเรียนได้ เป็นกฎหมายที่เป็นคุณกับเด็ก 

“ที่บอกว่ามีการให้เด็กไปบวชเณรแล้วเอาไปประเด็นเรี่ยไร ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรสืบสวนให้ชัดเจน แบบไหนที่จะเรียกว่านำเด็กไปหาประโยชน์ แบบไหนเป็นการค้ามนุษย์ แบบไหนเป็นการสงเคราะห์เด็ก เป็นการสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ ส่วน กฏหมายตรวจคนเข้าเมืองเป็นกฎหมายที่ใช้มากว่า 47 ปีแล้วต้องมีการทบทวนหรือไม่ นอกจากนี้สถานการณ์ทางตะเข็บชายแดนปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะมีการเคลื่อนย้ายทะลักเข้ามาเป็นหลักแสน ทางรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรับมืออย่างไรให้ทันการณ์กับสถานการณ์ที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น”ผอ.ศูนย์การเรียนไร่ส้ม กล่าว

————

On Key

Related Posts

โฆษก KNU ประกาศไม่เหลือพื้นที่เจรจาให้ SAC ระบุต้องรบให้ชนะเท่านั้น ชวนประชาชนร่วมกำจัดปีศาจร้ายออกจากแผ่นดินกอทูเล เผยพยายามให้กระทบเศรษฐกิจน้อยที่สุด “เศรษฐา” ตั้งกก.ชุดใหญ่ติดตามดูแลสถานการณ์ความไม่สงบในพม่า ให้ปานปรีย์เป็นประธาน

วันที่ 18 เมษายน 2567 พะโดซอตอนี (Padoh Saw Taw NeRead More →

NUG เชื่อการปฏิวัติเข้าใกล้ชัยชนะ ส่งจดหมายกระชับไมตรีกองทัพว้า ชื่นชมมีส่วนสำคัญถอนรากSAC จับตาความเปลี่ยนแปลงภายหลังทูตจีนพบอดีต 3 นายพลผู้นำพม่า

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 สำนักข่าว Irrawaddy รายRead More →

นักวิชาการหลายสถาบันเห็นพ้องทบทวนโครงการผันน้ำยวม ชี้ไม่คุ้มค่าการลงทุนนับแสนล้าน-ปริมาณน้ำไม่พอ-อีไอเอไม่คลอบคลุม ชาวบ้านผู้รับผลกระทบวอนให้ลงดูพื้นที่จริง

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 เวลา 9.00 น. ที่ห้องประRead More →