สำนักข่าวชายขอบ
Transborder News

ผู้หนีภัยสงคราม 6 แสนคนประชิดแดนไทย ด้านแม่ฮ่องสอน-ประจวบฯ เหตุรบกันเดือดทุกพื้นที่-กองทัพพม่าปูพรมทิ้งระเบิด รอง ผอ.CIDKP คาดศึกใหญ่แล้งนี้-วอนรัฐบาลไทยเมตตาให้ที่หลบภัยชาวบ้านเมื่อสถานการณ์ขั้นวิกฤต

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2567 นายซอเคลลี่ (Saw Kelly) รองผู้อำนวยการคณะกรรมการผู้พลัดถิ่นกะเหรี่ยง (Committee of Internally Displaced Karen People-CIDKP) ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวชายขอบว่าพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของพม่า ตั้งแต่รัฐคะเรนนี รัฐกะเหรี่ยง ลงไปถึงรัฐมอญ ทวาย และตะนาวศรี ขณะนี้มีประชาชนต้องพลัดถิ่นกลายเป็นผู้พลัดถิ่นภายในประเทศจำนวนกว่า 1 ล้านคนแล้วที่มีการขึ้นทะเบียนไว้ โดยผู้พลัดถิ่นจำนวนมากเผชิญปัญหามากว่า 2 ปี และจำนวนหนึ่งต้องหนีภัยสงครามในช่วงนี้ โดยเฉพาะทางเหนือเมียวดี ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก ถูกสภาบริหารแห่งรัฐเมียนมา (State Administration Council-SAC) โจมตีด้วยระเบิดอย่างต่อเนื่อง เป็นระเบิดขนาด 500 ปอนด์ส่งผลเสียหายรุนแรงมาก การโจมตีในเขตกอกาเร็กรุนแรงมาก ตอนใต้ลงมาจากเมืองเมียวดี ตรงข้าม อ.พบพระ ก็มีการสู้รบที่รุนแรงส่งผลให้ประชาชนต้องพลัดถิ่น

นายซอเคลลี่ กล่าวว่า กองทัพพม่าได้ทิ้งระเบิดลงหลายพื้นที่ในเขตพะปุน (ตรงข้าม อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน) ในเขตของกองกำลังของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU) คือ KNLA พยายามยึดคือฐานทหารพม่าที่เหลืออยู่ในเขตกองพล 5 ของรัฐกะเหรี่ยง จึงมีการยิงปืน ค. รอบๆ ฐานทหารพม่าที่พยายามปกป้องฐานไว้ และอีกด้านคือพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองพะโคก็มีความรุนแรงตั้งแต่ปลายปีสืบเนื่องมาจนเวลานี้

“เราประเมินสถานการณ์ว่าประชาชนผู้พลัดถิ่นจะเผชิญการโจมตีโดย SAC และจำเป็นต้องข้ามพรมแดนเข้ามายังประเทศไทยยังไม่ชัดเจนว่าพื้นที่ไหน แต่มีผู้พลัดถิ่นราว 250,000 คนอยู่ในพื้นที่รอบๆ พรมแดนที่แม่น้ำสาละวิน และอีกราว 350,000 คนตลอดพรมแดนริมน้ำเมยและตอนล่างลงไปถึงตะนาวศรีตรงข้าม จ.ประจวบฯ ทุกคนต่างรอตามตะเข็บชายแดน หากสถานการณ์การโจมตีฉุกเฉิน เช่น มีเครื่องบินมาทิ้งระเบิด หรือยิงปืนใหญ่ ก็มีความจำเป็นต้องข้ามมา” นายซอเคลลี่ กล่าว

รองผู้อำนวยการ CIDKP กล่าวว่า หากสถานการณ์บังคับให้ข้ามพรมแดนมายังไทย สิ่งที่จำเป็นคือ ที่พักอาศัย โดยเมื่อปีก่อนที่ข้ามมาแถบ อ.แม่สอด ชาวบ้านเข้ามาพักที่คอกวัว แต่อยู่ได้เพียงไม่กี่วันก็ส่งกลับไปเผชิญอันตราย ชาวบ้านต่างตกอยู่ในความหวาดกลัว รู้สึกไม่ปลอดภัย หากสามารถให้เวลาในการปรับความรู้สึก ให้ความกลัวภัยสงครามจางลงไปแล้วจึงค่อยส่งกลับก็จะเป็นความเมตตาเป็นอย่างมาก  

นายซอเคลลี่ กล่าวว่าในขณะนี้ประชาชนยังไม่ถึงกับวิกฤติจนต้องข้ามมา อย่างไรก็ตามหากมีการให้ความช่วยเหลือข้ามพรมแดนไปยังฝั่งรัฐกะเหรี่ยงจะช่วยให้ประชาชนผู้พลัดถิ่นยังพออยู่ได้ในสถานการณ์นี้

“ในฤดูแล้งนี้คาดว่า SAC จะโจมตีประชาชนมากขึ้น ตามที่เขาบังคับใช้กฎหมายเกณฑ์ทหารเข้ากองทัพพม่าทำให้คนหนุ่มคนสาวหนีมาไทยจำนวนมากในช่วงเวลาสองเดือนที่ผ่านมา และมีคนหนุ่มสาวจากในเมืองต่างๆ ของพม่าก็หนีมาตามชายแดนมาอยู่กับกองกำลังชาติพันธุ์และกองกำลังประชาชน ดังนั้น SACจึงจงใจโจมตีพื้นที่ของกองกำลัง PDF KNLA และกองกำลังคะเรนนี (KA)”รองผู้อำนวยการ CIDKP กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่รัฐบาลไทยส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไปเมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง นายซอเคลลี่กล่าวว่า การบริจาคจากรัฐบาลไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาสามารถช่วยได้มาก แต่ที่น่าตกใจคือขณะแจกของกลับมีเครื่องบินของกองทัพพม่ามาทำให้ตกใจกลัว และช่วยได้เพียง 20,000 คน ขณะที่มีผู้เดือดร้อนอีกจำนวนมาก หากเป็นไปได้อยากแนะนำให้หลีกเลี่ยงการทำงานร่วมกับ SAC โดยประสานส่งมอบความช่วยเหลือได้โดยตรงได้เลย เพราะเราสามารถประสานงานเพื่อส่งของบรรเทาทุกข์ไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาผู้ประสานงานสมาคมฟื้นฟูและพัฒนาลุ่มน้ำสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน ได้ลงพื้นที่เพื่อส่งมอบข้าวของเครื่องใช้ให้กับชาวบ้านที่หนีภัยการสู้รบซึ่งขณะนี้กระจัดกระจายหลบซ่อนอยู่ตามป่าเขาสาละวินตรงข้ามกับ อ.สบเมยและ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน โดยข้าวของที่นำไปมอบให้ถูกส่งต่อไปยังชาวบ้านกว่า 40 ครอบครัวซึ่งทำเพิงพักอาศัยอยู่ห่างจากแม่น้ำสาละวินไปราว 2 ชั่วโมง โดยชาวบ้านหนีมาจากรอบๆเมืองผาปูน ซึ่งขณะนี้กองกำลัง KNU และกองทัพพม่ากำลังสู้รบกันอย่างรุนแรงโดยกองทัพพม่าส่งเครื่องบินมาทิ้งระเบิดอย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพความเป็นอยู่ของผู้หนีภัยกำลังขาดแคลนโดยเฉพาะเด็กๆที่มีอยู่จำนวนไม่น้อย โดยปัจจุบันได้รับการแบ่งปันข้าวจากชาวบ้านที่อยู่ตามริมแม่น้ำสาละวิน ขณะที่อาหารแห่งต่างๆ เช่น พริก เกลือ ซึ่งเป็นอาหารหลักยังแทบไม่มี

On Key

Related Posts

โฆษก KNU ประกาศไม่เหลือพื้นที่เจรจาให้ SAC ระบุต้องรบให้ชนะเท่านั้น ชวนประชาชนร่วมกำจัดปีศาจร้ายออกจากแผ่นดินกอทูเล เผยพยายามให้กระทบเศรษฐกิจน้อยที่สุด “เศรษฐา” ตั้งกก.ชุดใหญ่ติดตามดูแลสถานการณ์ความไม่สงบในพม่า ให้ปานปรีย์เป็นประธาน

วันที่ 18 เมษายน 2567 พะโดซอตอนี (Padoh Saw Taw NeRead More →

NUG เชื่อการปฏิวัติเข้าใกล้ชัยชนะ ส่งจดหมายกระชับไมตรีกองทัพว้า ชื่นชมมีส่วนสำคัญถอนรากSAC จับตาความเปลี่ยนแปลงภายหลังทูตจีนพบอดีต 3 นายพลผู้นำพม่า

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 สำนักข่าว Irrawaddy รายRead More →

นักวิชาการหลายสถาบันเห็นพ้องทบทวนโครงการผันน้ำยวม ชี้ไม่คุ้มค่าการลงทุนนับแสนล้าน-ปริมาณน้ำไม่พอ-อีไอเอไม่คลอบคลุม ชาวบ้านผู้รับผลกระทบวอนให้ลงดูพื้นที่จริง

เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2567 เวลา 9.00 น. ที่ห้องประRead More →