เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2567 นายสัญญา เพชรเศษ นายอำเภอแม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่กองกำลังผสม KNU, BGF, DKBA และ PDF ร่วมกันโจมตีฐานปฏิบัติการทางทหารของกองทัพพม่าในพื้นที่รอบเมืองเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง ฝั่งตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก และทหารพม่าพร้อมครอบครับยอมวางอาวุธกว่า 600 คน ทำให้เมืองเมียวดีตกอยู่ในการดูแลของกองกำลังกะเหรี่ยงอย่างเบ็ดเสร็จ ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเมืองแม่สอด ว่าในวันเดียวกันนี้การขนส่งสินค้าข้ามฟากยังคงดำเนินไปตามปกติ โดยเรามีจุดขนถ่ายสินค้าของแต่ละฟากทั้งฝั่งไทยและฝั่งพม่า
“เท่าที่ประเมินและน่าเป็นห่วงคือหากเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรง จะมีพี่น้องประชาชนจากฝั่งเมียนมาอพยพเข้ามาเยอะ แต่เราก็ได้เตรียมพร้อมเรื่องจัดพื้นที่รองรับซึ่งน่าจะเพียงพอ ทางผู้การฯ ฉก.เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมแล้ว” นายสัญญา กล่าว
นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคเป็นธรรม กล่าวว่าการปฏิบัติกับผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสงครามนั้นๆ เราต้องไม่แตะต้องเลย ส่วนคู่กรณีคือทหารต่อทหาร ต้องให้อีกฝ่ายปฏิบัติตามระเบียบในการดูแลผู้ที่ยอมมอบตัว กรณีการขอใช้สนามบินแม่สอดส่งกลับทหารพม่าในครั้งนี้ ไทยเป็นฝ่ายที่ 3 ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน ต้องพิจารณาว่าเป็นไปตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศหรือไม่ และต้องดูว่าการปฏิบัติของคู่กรณีเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ เพราะในบางกรณีทหารที่แพ้ก็ถูกซ้อมทรมาน เราก็ไม่สามารถช่วยได้ เราส่งคนกลับไปตายไม่ได้ จึงต้องคุยกับทหารพม่าว่าการที่เราช่วยนี้เป็นการช่วยตามหลักมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในภาวะสงคราม ต้องการันตีว่าการกลับไปแล้วต้องปราศจากการทำร้าย หากเป็นเช่นนั้นไทยเราเองจะถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้
“เราต้องเอามนุษย์เป็นศูนย์กลาง หากรู้ทั้งรู้ว่าอาจจะกลับไปตายต้องใช้กฎหมายมนุษยธรรม ทหารที่แพ้ศึกมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายระหว่างประเทศ หากเข้ามาอยู่ในประเทศไทย เรามีสิทธิในการดูแลทหาร Prisoner Of War-POW ไทยต้องใช้หลักการมนุษยธรรมนำ ไม่ว่าทหารหนีทัพ แตกทัพ ต้องก้าวให้พ้นข้อครหา” นายกัณวีร์ กล่าว
ส.ส.พรรคเป็นธรรมกล่าวว่า การที่ฝ่ายต่อต้านกองทัพพม่าสามารถยึดเมียวดีได้ ตนประเมินแล้วว่าภาคตะวันออกเฉียงใต้ของพม่าจะปกครองโดยกองกำลังชาติพันธุ์ทั้งหมด และจากนี้จะเป็นป่าล้อมเมือง ตอนนี้ยึดเมียวดีได้ ต่อไปคือเมืองพะอัน หากแตกอาจเป็นสงครามกลางเมือง ตั้งแต่เมืองมะละแหม่งในรัฐมอญ อาจมีการทิ้งระเบิดรุนแรงหากใช้เป็นฐานทหารเพราะมีสนามบิน สถานการณ์จะลามไปรัฐฉาน ตรงข้าม จ.เชียงราย รัฐบาลไทยจะสร้าง safety zone ทำอย่างไรให้ปราศจากปฏิบัติการทางการทหารภายในบริเวณ 5 กม. จากเส้นพรมแดน
รายงานข่าวแจ้งมีหนังสือจากสถานทูตเมียนมาประจำประเทศไทย ถนนสาธร กรุงเทพมหานคร ถึงกระทรวงการต่างประเทศไทย มีใจความสำคัญว่า ขออนุญาตในการบินขึ้นลงและเติมน้ำมัน ณ สนามบินแม่สอด ในระยะเวลา 72 ชั่วโมงในระหว่างวันที่ 7-9 เมษายนนี้ สำหรับเครื่องบิน ATR 72-600 ซึ่งเป็นเครื่องบินเช่าเหมาลำสายการบิน Myanmar National Airlines (MNA) เส้นทางบินย่างกุ้ง-แม่สอด-ย่างกุ้ง (route: Yangon-Mae Sot-Yangon)
ในหนังสือยังระบุวัตถุประสงค์ของเที่ยวบินว่าเป็นการเช่าเหมาลำพิเศษสำหรับผู้โดยสารและสินค้า ทั้งไปกลับ (Purpose of Flight: Special Charter for special charter passengers and cargo on both ways)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเครื่องบินเที่ยวแรกของพม่าได้มาถึงสนามบินแม่สอดในเวลา 20.40 น. โดยได้มีการขนข้าวของต่างๆ ของทหารพม่าออกไป
ด้านแหล่งข่าวด้านความมั่นคงชายแดนไทย-พม่า กล่าวว่า รัฐบาลทหารพม่าได้ขอทางการไทยใช้สนามบินแม่สอดเพื่อส่งทหารที่มอบตัวให้ฝ่ายต่อต้านรวมทั้งครอบครัว จำนวน 617 คน โดยเป็นทหาร 410 คน ครอบครัว 81 คน เป็นระดับ officer 67 คน เป็นทหารหญิง 59 คน อย่างไรก็ตามแม้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีจะยินยอมตามคำขอ แต่หน่วยงานด้านความมั่นคงบางแห่งยังรู้สึกกังวลในผลกระทบที่จะตามมา
แหล่งข่าวกล่าวว่า ในช่วงเย็นวันเดียวกันผู้ใหญ่บ้านในเมืองเมียวดีได้ประกาศให้ลูกบ้านออกจากพื้นที่และหาที่หลบภัยภายในวันพรุ่งนี้เนื่องจากเชื่อว่าทางกองทัพพม่าจะส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดปูพรมในเมืองเมียวดีในเร็วๆนี้ภายหลังจากกองทัพพม่าพ่ายแพ้และถูกทหารฝ่ายต่อต้านยึดพื้นที่ทางทหารไปแล้วเกือบทั้งสิ้น เหลือเพียงกองพัน 275 ที่อยู่ระหว่างการเจรจา โดยก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าทางการพม่าได้ประกาศให้พลเมืองของตนโดยเฉพาะที่เป็นข้าราชการออกจากเมืองเมียวดีโดยอพยพข้ามมาฝั่งไทยเพื่อขึ้นเครื่องบินกลับย่างกุ้ง จึงทำให้ทาง KNU เชื่อว่ากองทัพพม่ามีแผนที่จะทิ้งระเบิดเพื่อโจมตีทหารฝ่ายต่อต้านในเร็ววันนี้แน่ จึงได้ประกาศให้ชาวกะเหรี่ยงออกนอกพื้นที่เมืองเมียวดีภายในวันพรุ่งนี้






