Search

กองทัพคะฉิ่นยึดเมืองหลอยเจ่-ด่านการค้าติดชายแดนจีน-ฝ่ายต่อต้านรุกหนักส่งโดรนทิ้งระเบิดสังหาย “มินอ่องหลาย”และ”โซวิน”เผยเจาะระบบป้องกันภัย SAC ทะลุถึงเป้าหมาย

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2567 สำนักข่าว Kachin News Group รายงานว่า กองทัพเอกราชคะฉิ่น (Kachin Independence Army: KIA) สามารถยึดเมืองหลอยเจ่ ในเมืองโมหมอก รัฐคะฉิ่น ทางเหนือสุดของประเทศพม่า ได้ทั้งหมดแล้ว และยังสามารถยึดด่านการค้าสำคัญเชื่อมกับจีน รวมทั้งเงินพม่าอีกจำนวนมาก ซึ่งคาดว่า เป็นรายได้จากการค้าขายและการเก็บภาษีตรงชายแดนแห่งนี้

ทั้งนี้กองทัพคะฉิ่นได้เชิญธงชาติของคะฉิ่นขึ้นแทนธงชาติประเทศพม่าตามสถานที่สำคัญต่างๆอย่างโรงพยาบาล โรงเรียน สำนักงานปกครองท้องถิ่นเป็นต้น

สำนักข่าว Irrawaddy รายงานว่า กองทัพคะฉิ่น KIA สามารถยึดเงินจำนวน 5 พันล้านจั้ต หรือราว 2.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯจากฐานทัพของกองพันที่ 142 ในเมืองหลอยเจ่ และทองคำแท่งอีกจำนวนหนึ่งโดยเงินและทองคำแท่งถูกเก็บไว้ที่โกดังภายในฐานทัพดังกล่าว

ภาพจาก Kachin News Group

“มันมาจากภาษีการค้าชายแดนและอาจมาจากธนาคารของรัฐบาลด้วย เจ้าหน้าที่รัฐบาลคงคิดว่าฐานทัพเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด” แหล่งข่าวกล่าว นอกจากนี้ ยังสามารถยึดรถทหารได้อีกจำนวนหลายคัน และอาวุธอีกจำนวนมาก

ทั้งนี้ชาวบ้านในเมืองหลอยเจ่เปิดเผยว่า กองทัพพม่ากองพันที่ 142 ที่ประจำอยู่ในเมืองหลอยเจ่ได้ยอมแพ้วางอาวุธ โดยทหารพม่าจำนวน 62 นาย ได้หนีข้ามไปยังประเทศจีน ขณะที่ข้าราชการของทางการพม่านั้นได้เดินทางออกจากพื้นที่ตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว

ด้านโฆษกของ KIA เผยกับสำนักข่าว Myanmar Now ว่า ไม่ทราบว่าทหารพม่าทิ้งฐานทัพไปอยู่ที่ไหน แต่ยอมรับว่ากองทัพ KIA ได้ไล่ทหารพม่าออกจากพื้นที่จริง และขณะนี้เมืองหลอยเจ่ได้อยู่ในการควบคุมของ KIA โดยสมบูรณ์ รวมถึงด่านการค้าสำคัญที่เชื่อมกับมณฑลยูนนานของจีนด้วย

ส่วนความคืบหน้าการใช้โดรนทิ้งระเบิดในระหว่างการประชุมของ พล.อ.โซวินและคณะที่เมืองมะละแหม่ง ทางกลุ่ม Alpha Bats Drone Force ซึ่งปฏิบัติการโจมตีครั้งนี้อ้างว่า ผู้นำระดับสูงรวมทั้ง พล.อ.โซวิน ผู้นำกองทัพพม่าอันดับ 2 รองจาก พล.อ.มินอ่องหลาย โดยคาดว่าน่าจะได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทางกลุ่มยังอ้างว่า มีทหารพม่าเสียชีวิตจากเหตุโจมตีครั้งนี้ 3 นาย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก แต่ข้อมูลนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน อย่างไรก็ตาม จากคำบอกเล่าของประชาชนในพื้นที่เผยว่า หลังเกิดเหตุได้มีรถ 3 คันมุ่งหน้าสู่สนามบินทันที แต่ยังไม่สามารถยืนยันความเสียหาย เพราะสำนักงานบัญชาการของทหารพม่า ซึ่งเป็นที่เกิดเหตุนั้นถูกปิด หลังเกิดเหตุ ขณะที่กองทัพได้ยิงปืนใหญ่โดยไม่สนใจว่าจะสร้างความเสียหายแก่ในพื้นที่ เพื่อป้องกันการเข้ามาโจมตีของฝ่ายต่อต้าน นอกจากนี้ยังมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ภาพจาก Kachin News Group

ขณะที่กลุ่ม Alpha Bats Drone Force ระบุว่า โดรนที่โจมตีคณะของ พล.อ.โซวินนั้นสามารถเจาะระบบป้องกันหลายชั้นของกองทัพพม่า และโดรนได้ติดระเบิดลูกใหญ่และมีพลังทำลายล้างรุนแรง โดยพบว่า ระเบิดทั้งสองลูกที่ติดไปกับโดรนนั้นได้ระเบิดตามเป้าหมาย ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา ทางฝ่ายต่อต้านเองก็ได้ใช้โดรนติดระเบิดโจมตีบ้านพักของพล.อ.มินอ่องหลาย ที่เมืองเนปีดอว์ ฐานบัญชาการสำคัญของกองทัพพม่า