เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2567 พ.อ.เนอดาทู ผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ Cobra Column กองพล 6 กองทัพปลดปล่อยชาติกะเหรี่ยง (Karen National Liberation Army-KNLA ) แห่งสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวชายขอบทางโทรศัพท์ถึงสถานการณ์ในเมืองเมียวดี ที่กองกำลังร่วมนำโดย KNLA กองพล 6และ7 จับมือกับทหา กองทัพประชาชน (People’s Defense Force-PDF) เข้ายึดฐานทหารของสภาบริหารแห่งรัฐพม่า (SAC) ว่าได้ยึดฐาน 275 ไว้เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เวลา 22.00 น. ของคืนวันที่ 10 เมษายน โดยกลุ่มทหารพม่ากว่า 200 คนในฐานดังกล่าวได้หนีออกจากค่าย ทางทหารกองกำลังผสมจึงได้เข้าไปเคลียร์ฐานจนภารกิจเสร็จสิ้นเมื่อเวลา 06.00 น. เช้าวันนี้ ตอนนี้ทราบว่าทหารพม่ากลุ่มดังกล่าวได้พากันหนีไปอยู่ที่เชิงสะพาน 2 ตรงข้าม อ.แม่สอด จ.ตาก
“เราสามารถยึดอาวุธของทหารพม่าไว้ได้จำนวนมากและกำลังจัดทำรายการ ขณะนี้ KNLA ขณะนี้พูดได้ว่าฐานทหารพม่าในเมียวดีไม่มีแล้ว แต่กำลังพลพม่าที่ทิ้งฐานพร้อมอาวุธและเครื่องกระสุนได้พากันไปรวมอยู่ที่เชิงสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2” พ.อ.เนอดาทู กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากนี้จะดูแลพื้นที่กันอย่างไร ผู้บัญชาการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ Cobra Column กล่าวว่าหากมีปฏิบัติการในเมือง คาดว่าพม่าจะต้องทิ้งระเบิดแน่นอน ดังนั้นอาจต้องเจรจาก่อน แต่หากไม่เป็นผลก็ต้องมีปฏิบัติการกันต่อ
เมื่อถามถึงการที่ SAC กำลังส่งกำลังเสริมพร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ เข้ามาทางเมืองพะอันมุ่งเข้าสู่เมียวดี ขณะนี้เป็นอย่างไร พ.อ.เนอดาทูกล่าวว่า เชื่อว่าทหารKNLAและพันธมิตรได้ร่วมกันสกัดกั้นเต็มที่ อย่างไรก็ตามขณะนี้กำลังพลพม่ายังเดินทางมาไม่ถึงกอกาเร็ก แต่มีการปะทะกันไป 2-3 รอบแล้ว
รายงานข่าวแจ้งว่า ทหารจากกองกำลัง KNLA และPDF ได้บุกโจมตีฐานทหารพม่า 275 ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 11 เมษายน แต่พบว่าทหารฝ่ายพม่ามีการติดตั้งซุ้มปืนกลและสไนเปอร์ไว้โดยรอบ ทำให้ต้องมีการปรับแผนโดยในช่วยค่ำได้ใช้โดรนติดอาวุธบินเข้าไปทิ้งระเบิดตามหลุมที่ทหารพม่าประจำการอยู่ครั้งละ 4 ลำ ในที่สุดทหารพม่าจึงได้ล่าถอยเข้าไปพื้นที่ชั้นในของค่าย 275 ทำให้กองกำลังผสมกว่า 200 คนสามารถบุกเข้าไปได้ ขณะที่ทหารพม่าได้ใช้จังหวะในช่วงชุลมุนหนีออกจากค่าย 275 และมาอยู่ที่บริเวณคอสะพานมิตรภาพไทย-พม่าแห่งที่ 2

(ขอบคุณ ภาพจาก KIC)
ด้านนายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคเป็นธรรมซึ่งได้ลงพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ให้สัมภาษณ์ว่า การยึดพื้นที่โดย KNU หากทหารพม่าร้อยกว่าคนที่แตกทัพมา เขาหนีภัยความตายมา และหากประสงค์จะเดินทางกลับก็สามารถให้กลับ ตามหลักการมนุษยธรรม โดยทหารพม่าจะเข้ามาตาม SOP(มาตรฐานการปฎิบัติงาน) ต้องปลดอาวุธเป็นพลเรือนและไม่สามารถใส่เครื่องแบบทหารได้ ซึ่งประเทศที่เป็นกลางสามารถให้ความช่วยเหลือได้
นายกัณวีร์กล่าวว่า หากทหารพม่ากลุ่มนี้ไม่อยากกลับก็ใช้กฎหมายจารีต คือการไม่ส่งกลับ หากไม่สมัครใจ (principle of non-refoulement) คือ ห้ามไม่ให้ส่งกลับบุคคลไม่ว่าในกรณีใดๆ ก็ตาม หากบุคคลดังกล่าวเสี่ยงภัยที่จะได้รับการทรมานหรือการละเ มิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงอื่นๆ ซึ่ง KNU ก็บอกชัดเจนแล้วว่าเชลยศึกที่อยู่ที่ชเวก๊กโก่ เขาได้ดูแลตามมาตรฐานของสนธิสัญญาเจนีวา เขามองไปอีกระดับแล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี นายกัณวีรกล่าวว่า เชื่อว่าหากมีแนวนโยบายที่ดีจะต้องมีแผนในการรับมือผู้ลี้ภัยว่าจะทำอย่างไร การวางแผนหารือและกำหนด focal point กับกลุ่มชาติพันธุ์ได้วางไว้แล้วหรือไม่ ดังนั้นต้องกางแผนออกมาให้เห็น








