เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2567 มีการเผยแพร่ประกาศของกองกำลังพิทักษ์ชายแดน (Border Guard Force-BGF) เมืองเมียวดี ที่นำโดย พ.อ.ชิตู โดยเป็นประกาศ 3 ภาษา คือพม่า จีน และอังกฤษ ซึ่งแปลได้ใจความว่า ”ต่างชาติทุกคนที่ประกอบธุรกิจในรัฐคะยิน (รัฐกะเหรี่ยง) ในเมียวดี ต้องออกไปในช่วงวันที่ 1 พฤษภาคม 2567-31 ตุลาคม 2567 ต่างชาติที่ข้ามพรมแดนมาโดยผิดกฎหมาย ต้องเดินทางออกนอกประเทศในช่องทางที่เข้ามา หากยังพบหลังวันที่ 31 ตุลาคม 2567 จะมีปฏิบัติการ“
ทั้งนี้สื่อออนไลน์พม่า Khit Thit Media รายงานข่าวโดยอ้างแหล่งข่าวด้านความมั่นคงชายแดนเมียวดี-แม่สอด ว่าคำสั่งของ BGF ที่ให้ชาวต่างชาติที่กำลังทำธุรกิจออนไลน์รอบๆ เมืองเมียวดีออกไปจากพื้นที่ภายใน 6 เดือนนั้น ไม่ใช่การปราบปรามอย่างแท้จริง แต่เป็นเพียงการแสดงเท่านั้น โดยแหล่งข่าวกล่าวกับสำนักข่าวพม่าว่าการประกาศของกองกำลัง BGF ซึ่งอยู่ภายใต้ทำสั่งของกองทัพพม่า SAC ที่ว่าชาวต่างชาติทุกคนที่ทำธุรกิจออนไลน์รอบๆ เมืองเมียวดีควรออกไปภายในวันที่ 31 ตุลาคมนั้น ไม่ใช่ความพยายามที่จะ ปราบปรามอาชญากรรมแต่เป็นแค่การแสดง
“แม้เดือนนี้เราจะรวบรวมเงินได้จากชาวต่างชาติ รวมทั้งคนจีนที่ทำงานอยู่ที่นั้น บางส่วนได้รับเงินไปแล้ว ธุรกิจก็ยังดำเนินอยู่ ต้องบอกว่าการประกาศขับไล่นี้เป็นเพียงการแสดงว่ามีการไล่ล่าเท่านั้น” แหล่งข่าวจากชเวก๊กโก่กล่าว และว่า ขณะนี้ทางเข้าและออกล้วนถูกควบคุมโดย BGF
สื่อออนไลน์พม่ายังรายงานอีกว่า ที่ฝั่งเมียวดี ในพื้นที่ชเวก๊กโก่ อาหารส่งมาจากประเทศไทย ผู้ค้าท้องถิ่นจากเมียวดีซึ่งเป็นผู้ขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคยืนยันข้อมูลนี้ แต่ขอไม่เปิดเผยชื่อเนื่องจากปัญหาด้านความปลอดภัย
ทางด้านแหล่งข่าวบุคคลที่มีชื่อเสียงซึ่งดำเนินกิจกรรมสนับสนุนบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา แสดงความเห็นว่า BGF ทำกำไรในการสู้รบเพื่อยึดเมืองเมียวดีและธุรกิจ และมองว่าประกาศดังกล่าวเป็นข้ออ้างในการปราบธุรกิจภายใต้แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากหลายฝ่ายเท่านั้น
ทางด้านสื่อกะเหรี่ยง (Karen Information Center-KIC) รายงานว่า พันตรีซอ ทิน วิน ผู้บัญชาการกองพัน BGF กองพันที่ 2 กล่าวกับ KIC ว่าชาวต่างชาติที่ทำธุรกิจฉ้อโกงเงินออนไลน์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษชเวก๊กโก่ รวมถึงเมืองเมียวดี บริเวณชายแดนไทย-เมียนมา จะต้องออกไปจากพื้นที่ตามทางช่องทางที่เข้ามา โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม และสิ้นสุดในวันที่ 31 ตุลาคม เขากล่าวว่า “มีการออกคำสั่ง ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน มีการวิจารณ์มากมายเกี่ยวกับธุรกิจทางออนไลน์ นั่นเป็นเหตุผลที่ต้องชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้ทางออนไลน์ ผู้ที่มาอย่างผิดกฎหมายจะต้องออกไปด้วย”
พ.ต.ซอ ติน วิน กล่าวว่า ในประกาศเตือนระบุว่าหากพบว่าชาวต่างชาติอาศัยอยู่เกินกำหนดเวลาในรัฐ กองกำลังพิทักษ์ชายแดน (BGF) เขียนไว้ว่าจะถูกลงโทษ แต่ชาวต่างชาติที่ไม่สบายใจที่จะเดินทางกลับประเทศของตน จะได้รับการพิจารณาให้อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง
BGF กล่าวว่าจำนวนชาวต่างชาติทั้งหมดที่ทำงานออนไลน์ในเขตเมืองเมียวดีและเขตชเวก๊กโก่มีประมาณหมื่นคน และมีผู้ที่ออกจากเมืองหลังจากมีหนังสือเตือนออกมา
อนึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าแหล่งอาชญากรรมริมแม่น้ำเมยฝั่งเมืองเมียวดี ทั้งชเวก๊กโก่และเคเคปาร์ค ต่างอยู่ในการดูแลของ พ.อ.ชุตูและกองกำลัง BGF โดยในแต่ละเดือนพวกเขาสามารถทำรายได้จากการเช่าที่ดิน การดูแลรักษาความปลอดภัย และธุรกิจต่อเนื่อง จำนวนมหาศาล โดยแบ่งปันรายได้ให้กับผู้บริหารระดับสูงในกองทัพพม่า นายตำรวจใหญ่และนักการเมืองจากประเทศไทย รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงในบางมลฑลของจีน ทำให้ธุรกิจสีดำเหล่านี้สามารถดำเนินอยู่ได้แม้จะตกอยู่ในสภาวะสงคราม ดังนั้นการออกประกาศของ BGF ในครั้งนี้จึงถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากว่าเป็นเพียงการเล่นละครเท่านั้น
————-


