Search

ประชาชนในรัฐมอญขาดแคลนน้ำรุนแรงสุดในรอบหลายปี เหตุอากาศร้อนทำให้ทะเลสาบแห้งเหือด แถมเดือดร้อนซ้ำไม่มีไฟฟ้าใช้

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2567 สำนักข่าว Than Lwin Times รายงานว่า พบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มน้ำใช้เกือบทุกเมืองในรัฐมอญ หลังจากสภาพอากาศร้อนจัดและส่งผลให้น้ำบ่อและทะเลสาบที่กักเก็บน้ำในเมืองเมาะละแหม่ง เมืองเช่าก์โซน เมืองเผ่า เมืองไจ้กหม่าหร่อ และเมืองบิลีน แห้งเหือด ส่งผลให้สถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้รุนแรงกว่าปีที่ผ่านๆมา ขณะที่ประชาชนไม่มีไฟฟ้าใช้ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้ประชาชนในรัฐมอญต้องเผชิญกับความยากลำบากในการดำเนินชีวิต

ทั้งนี้ สื่อพม่ารายงานว่า แหล่งน้ำสะอาดเริ่มส่อเค้าลดน้อยลงตั้งแต่เดือนมีนาคม 2567 ที่ผ่านมา และเมื่อถึงปลายเดือนเมษายน เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว การขาดแคลนน้ำและสถานการณ์แล้งจัดถึงระดับสูงสุด ชาวเมืองบิลินคนหนึ่งเปิดเผยว่า การขาดแคลนน้ำในปีนี้กลายเป็นวิกฤตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยผู้คนถึงกับต้องดิ้นรนเพื่อให้ได้น้ำดื่ม

“ฤดูร้อนนี้ บ่อน้ำเกือบทั้งหมดแห้งเหือด ทำให้เมืองขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง ความร้อนที่แผดเผาเป็นสาเหตุหลักของวิกฤตในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งทะเล ซึ่งการขาดแคลนส่งผลกระทบต่อทั้งน้ำดื่มและน้ำใช้ ชาวบ้านถูกบังคับให้ใช้น้ำที่มีความจำเป็นเท่านั้น เช่น สำหรับใช้ดื่มและประกอบอาหาร โดยเหลือไว้เพียงเล็กน้อยสำหรับการอาบน้ำ ปัจจุบันแต่ละครัวเรือนถูกจำกัดน้ำไว้เพียงสองถังต่อวัน” ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวกับ Than Lwin Times

ผลจากการขาดแคลนน้ำในเมืองบิลีน ทำให้ประชาชนบางส่วนต้องอาศัยการบริจาคน้ำจากผู้มีจิตศรัทธา ในวันที่ไม่มีการบริจาคน้ำ ชาวบ้านหันไปแปรรูปน้ำทะเลเพื่อใช้เป็นน้ำใช้ ทางด้านเจ้าหน้าที่ ที่ให้ความช่วยเหลือในพื้นที่เปิดเผยว่า ในปีนี้ ผู้บริจาคน้ำนั้นน้อยลงมากเมื่อเทียบกับปีก่อนๆ เนื่องจากนับตั้งแต่ทหารยึดอำนาจเป็นต้นมา ค่าขนส่งและค่าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นมีราคาสูงขึ้นมาก เช่นเดียวกับผู้บริจาคยังต้องคำนึงถึงการปลอดภัยที่จะขนส่งน้ำมาบริจาคให้กับหมู่บ้านประสบภัยแล้งเหล่านี้ด้วย

นอกจากต้องประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำแล้ว ชาวบ้านในรัฐมอญยังต้องเผชิญกับความเครียดที่เพิ่มขึ้นในการดำรงชีวิตอันเนื่องมาจากไฟฟ้าดับบ่อย ชาวบ้านในเมืองเมาะละแหม่งได้เปิดเผยว่า ไฟฟ้าดับบ่อยครั้งและต่อเนื่องยาวนานทุกวัน ทำให้ส่งผลกระทบต่อการนอนหลับในเวลากลางคืนของชาวบ้าน ในช่วงฤดูที่ร้อนจัดในปัจจุบันนี้

“ในแต่ละวัน จะมีไฟฟ้าใช้เป็นเวลาสองชั่วโมงเป็นระยะๆ เท่านั้น หลังจากนั้นไฟฟ้าก็จะดับเป็นเวลานาน ก่อนที่จะมีเวลาอีกสองชั่วโมงสั้นๆที่ไฟฟ้าจะกลับมาอีกครั้ง สถานการณ์นี้นำมาซึ่งความยากลำบากอย่างมากสำหรับทุกคน ในตอนกลางคืนที่มีอากาศร้อนจัด ทำให้ใครๆ ก็นอนหลับไม่สนิท” เขากล่าว

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2567 ที่ผ่านมา รัฐบาลทหารพม่าประกาศ โดยคาดการณ์ว่าจะเกิดไฟฟ้าดับทั่วประเทศในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เนื่องจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้ายังคงไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และเนื่องจากระดับน้ำในเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำเยวา (Yeywa) นั้นลดลง ซึ่งเป็นเขื่อนที่ผลิตและจ่ายไฟฟ้าให้ทั่วประเทศพม่า จึงทำให้ต้องพึ่งพาการจ่ายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำฉ่วยหลี่ (Shweli) และเมื่อการผลิตไฟฟ้าลดลง มีแนวโน้มว่าสถานการณ์ไฟฟ้าดับจะแย่ลงตามไปด้วย โดยเฉพาะในพื้นที่ตอนใต้ของพม่า รวมถึงรัฐมอญ เช่นเดียวกับในเขตย่างกุ้ง เขตอิระวดี และเขตพะโค โดยในปีนี้นับเป็นการขาดแคลนน้ำและไฟฟ้าดับที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่รัฐประหาร