Search

แฉรัฐบาลไทยผลักดันผู้หนีภัยการสู้รบกลับพม่าโดยไม่สมัครใจ หวั่นส่งไปสู่อันตราย เผยเตรียมเดินหน้าอีก 610 คนที่สวนผึ้ง ภาคี 4 เครือข่ายออกแถลงการณ์เรียกร้องยุติด่วน

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 ภาคีเครือข่ายองค์กรที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน-สถานะบุคคลและผู้ลี้ภัย ซึ่งประกอบด้วย เครือข่ายปฏิรูปการโยกย้ายถิ่นฐาน (คปฐ.) เครือข่ายประชากรข้ามชาติ (MWG) เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยและคนไร้รัฐ (CRSP) และ เครือข่ายเพื่อผู้ลี้ภัยชาวเมียนมา (MRN) ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการผลักดันผู้ลี้ภัยกลับไปสู่อันตรายในพื้นที่ จ.กาญจนบุรีและราชบุรี โดยระบุว่า สถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเมียนมาเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้มีผู้หนีภัยเข้ามาในประเทศไทยในพื้นที่ บ้านบ้องตี้บน ต.บ้องตี้ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ประมาณ 2,300 คน โดยกระจายกันอยู่กับเครือญาติในชุมชนฝั่งไทย 

แถลงการณ์ระบุว่า ยังมีรายงานจากในพื้นที่ว่ามีผู้หนีภัยจากการสู้รบถูกผลักดันกลับไปแล้วมากกว่า 1,000 คน โดยยังมีผู้หนีภัยยังคงหลบซ่อนอยู่ตามแนวชายชายแดน เนื่องจากที่พักอาศัยถูกเผาทำลาย ซึ่งมีจำนวนประมาณ 500 คน เป็นกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้หญิง คนท้อง และผู้ป่วย ซึ่งตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเสี่ยงจากความไม่สงบในเมียนมา คาดการณ์ว่าจะมีผู้อพยพอีกมากกว่า 7,000 คน ที่อาจหนีภัยความไม่สงบข้ามชายแดนเข้ามาในพื้นที่ฝั่งไทยอีก หากสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมายังไม่ยุติลง

ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่าผู้อพยพหนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาที่เข้ามาอยู่ในพื้นที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ที่ได้เข้ามาพักอาศัยอยู่กับเครือญาติในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านถ้ำหินตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นมา และไม่ได้มีการจัดพื้นที่ปลอดภัยชั่วคราวตามแนวทางการบริหารจัดการผู้หนีภัยความไม่สงบที่ถูกกำหนดไว้ในแนวทางการบริหารจัดการผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมา (SOP) ซึ่งมีสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก กำลังถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจทัพพระยาเสือ กองกำลังสุรสีห์ กองพลทหารราบที่ 9 ดำเนินการผลักดันผู้หนีภัยความไม่สงบ จำนวน 610 คน กลับประเทศเมียนมาโดยไม่สมัครใจ แม้ว่าจะได้มีการประสานกับสหภาพแห่งชาติกระเหรี่ยง (เคเอ็นยู) เพื่อเตรียมพื้นที่รองรับไว้ที่หมู่บ้านบ่อหญ้าคา ในฝั่งประเทศเมียนมาซึ่งมีระยะห่างจากฝั่งไทย 30 กิโลเมตรก็ตามโดยได้มีการส่งผู้หนีภัยชุดแรกรวม 35 คน ไปเตรียมพื้นที่ในหมู่บ้านบ่อหญ้าคาแล้วเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 และเตรียมเดินหน้าบังคับส่งกลับอีกจำนวน 610 คน เป็นชุดถัดไป

“มีความกังวลเป็นอย่างยิ่งต่อการดำเนินการให้ความช่วยเหลือและการประเมินความปลอดภัยเพื่อการส่ง ผู้หนีภัยกลับคืนภูมิลำเนาในประเทศเมียนมาภายใต้สถานการณ์ที่ยังแนวโน้มอาจเกิดความไม่สงบได้ทุกเวลา และการดำเนินการผลักดันที่ไม่ได้มีความประเมินปลอดภัยที่เป็นกลาง ไม่ได้รับความยินยอมจากผู้หนีภัยอาจเป็นการละเมิดหลักการไม่ส่งกลับไปสู่อันตราย (principle of non-refoulement) ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศที่ทุกประเทศต้องเคารพ”แถลงการณ์ระบุ 

ทั้งนี้ไม่ส่งกลับไปสู่อันตราย ได้ห้ามรัฐในการปฏิเสธการเข้าบริเวณพรมแดน การดักจับ และการส่งกลับของบุคคลที่เสี่ยงจะเผชิญอันตรายและการประหัตประหาร รวมถึงเป็นการละเมิดพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 มาตรา 13 ระบุไว้ว่าห้ามมิให้หน่วยงานรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐขับไล่ ส่งกลับ หรือส่งบุคคล เป็นผู้ร้ายข้ามแดนไปยังอีกรัฐหนึ่ง หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลนั้น จะตกไปอยู่ในอันตรายที่จะถูกกระทำทรมาน ถูกกระทำการที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือ ถูกกระทำให้สูญหาย

แถลงการณ์ได้ระบุข้อเรียกร้องว่า 1.ขอให้รัฐบาลไทยยุติการดำเนินการส่งกลับผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาโดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ราชบุรีและ จ.กาญจนบุรีทันที เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามแนวทางการบริหารจัดการของ สมช. 

2. ขอให้สมช. กระทรวงยุติธรรม และคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานและการกระทำให้สูญหาย พ.ศ. 2565 เร่งกำหนดระเบียบ และแนวปฏิบัติตามมาตรา 13 เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้รับทราบ และดำเนินการต่อไป

3. ขอให้รัฐบาลไทยเร่งรัดจัดตั้งคณะทำงานระดับชาติ และกลไกดูแลคัดกรองกลุ่มผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาในระดับพื้นที่และจัดเตรียมแผนการให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมตามแนวทางการบริหารจัดการผู้หนีภัยความไม่สงบชาวเมียนมาตามหลักการที่ประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจฯได้ให้ไว้เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2567

4. ขอให้รัฐบาลไทยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของเด็กในการให้การปกป้อง และคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานสำหรับเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่เดินทางมาโดยลำพังและเด็กที่พัดพรากจากครอบครัว 

————