วันที่ 17 พฤษภาคม 2567 กลุ่มติดตามสันติภาพพม่า BNI – Myanmar Peace Monitor ได้เผยแพร่แผนที่ล่าสุดของเมืองต่างๆ ในพม่าที่ถูกฝ่ายต่อต้านยึดครองได้ จำนวนทั้งสิ้น 55 เมืองทั่วประเทศจากเหนือจรดใต้ โดยจำนวนเมืองที่ถูกยึดมาจากสภาบริหารแห่งรัฐพม่า หรือ SAC (State Administration Council) มีจำนวนมากที่รัฐฉานเหนือ 18 เมือง ถูกยึดมาโดยกองกำลังสามพี่น้อง ซึ่งประกอบด้วย กองกำลังโกก้าง MNDAA กองกำลังปะหล่อง TNLA หรือกองกำลังตะอาง และกองทัพอาระกัน AA
สำหรับพื้นที่รัฐคะเรนนี ติดชายแดนไทย ตรงข้าม อ.เมืองแม่ฮ่องสอน อ.ขุนยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ข้อมูลของกลุ่มติดตามสันติภาพพม่าระบุว่ากองกำลังฝ่ายต่อต้านซึ่งนำโดยกองกำลังคะเรนนี (Karennni Army-KA) ร่วมกับ กองกำลังแห่งชาติคะเรนนี (Karenni Nationalities Defense Force-KDNF) และกลุ่มอื่นๆ สามารถยึดเมืองหลักๆ มาได้ทั้งสิ้น 5 เมือง ได้แก่ ชาดอ มอชี ยวาติ๊ด (ใกล้สบปาย ที่แม่น้ำปายไหลลงสู่แม่น้ำสาละวิน) และแม่แจ๊ะ Muse ตรงข้ามบ้านเสาหิน อ.แม่สะเรียง
ทางด้านสำนักข่าวญี่ปุ่น นิเคอิเอเชีย รายงานข่าวผู้นำกลุ่มต่อต้านพม่าได้มาแสดงจุดยืนร่วมกันที่โตเกียว โดยรัฐบาลเอกภาพ หรือรัฐบาลเงาNUG และกลุ่มชาติพันธุ์เรียกร้องให้ทหารพม่า SAC ถอนตัวออกจากการเมืองโดยสิ้นเชิง โดยมีการจัดงานแถลงข่าวที่กรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมาซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวร่วมกันซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในดินแดนต่างประเทศ
สำนักข่าวนิเคอิรายงานว่าผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นายซอ ไว โซ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการและสาธารณสุขของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ นายซาไล ทลา เฮย เลขาธิการแนวร่วมแห่งชาติชิน Chin National Front นายซอนิมรอด เลขาธิการต่างประเทศของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) และนายหลุยซ์ เลขาธิการคณะกรรมการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของพรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี (KNPP)
ในการแถลงข่าวผู้แทน NUG กล่าวว่ารัฐธรรมนูญของเมียนมาปี 2551 ซึ่งรับประกันอำนาจทางการเมืองของกองทัพพม่าโดยกำหนดว่าหนึ่งในสี่ของสมาชิกของทั้งสองสภาต้องได้รับการแต่งตั้งโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุด รัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวควรถูกยกเลิก โดย NUG ประกาศใช้อาวุธต่อต้านทหารพม่า หลังจากปราบปรามการประท้วงของพลเรือน มีการฝึกกองกำลังประชาชนในพื้นที่ห่างไกล
“ขณะนี้เรามี 56 เมืองที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเราแล้ว” ผู้แทน NUG กล่าว
เลขาธิการแนวร่วมแห่งชาติชินกล่าวว่าขณะนี้ในพม่ามีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศมากกว่า 3 ล้านคน มีความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ เช่นการศึกษา สาธารณสุข ซึ่งเราต้องการขอความร่วมมือจากญี่ปุ่น
สำนักข่าวนิเคอิรายงานว่าผู้แทนจากพม่าได้เดินทางมาถึงโตเกียวเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม โดยมีภารกิจเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดยองค์กรพัฒนาเอกชนในญี่ปุ่น โดยมีการเข้าพบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นด้วย ทั้งนี้กลุ่มดังกล่าวร้องขอให้รัฐบาลญี่ปุ่นสนับสนุนการรรณรงค์ป้องกันไม่ให้รัฐบาลทหารนำเข้าเชื้อเพลิงการบิน เพื่อโน้มน้าวอินเดียไม่ให้ส่งอาวุธให้กับรัฐบาล และส่งเสริมความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผ่านช่องทางอื่นๆ
นิเคอิรายงานว่ากระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นประกาศว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นได้พบคณะผู้แทนกลุ่มดังกล่าวแต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อใดๆ แต่มีภาพที่รัฐมนตรีช่วยรายนี้กำลังพบปะกับประธานของ KNU และ KNPP แต่ก็ไม่เป็นที่แน่ชัดในทันทีว่ารัฐมนตรีของ NUG ก็เข้าร่วมด้วยหรือไม่ คณะผู้แทนปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดเพิ่มเติม
สำนักข่าวญี่ปุ่นรายงานว่าการเยือนครั้งนี้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปในจุดยืนอย่างเป็นทางการของญี่ปุ่นต่อพม่า ซึ่งมีบริษัทและประชาชนญี่ปุ่นในพม่าจำนวนมากเสียหายจากสงครามหลังรัฐประหารในพม่า





