ชาวบ้านรายหนึ่งเปิดเผยว่า กองกำลังผิ่วซอว์ตี ได้ลักพาตัวพระสงฆ์จำนวน 7 รูปจากเมืองฉ่วยโบ่ เพื่อนำไปเป็นโล่มนุษย์ เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ราว 2,000 คน ต้องหนีไปยังหมู่บ้านใกล้เคียงหรือหลบซ่อนตัวอยู่ในป่า ซึ่งชาวบ้านที่ประสบเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนในครั้งนี้กำลังต้องการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมอย่างเร่งด่วน
อีกเหตุการณ์หนึ่ง เมื่อเร็วๆนี้ สื่อ Irrawaddy ได้ออกมารายงานเช่นเดียวกันว่า กองกำลังโกก้าง MNDAA ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ทางเหนือของรัฐฉานได้ถูกกล่าวหาว่า ได้บังคับเกณฑ์แรงงานในพื้นที่ควบคุมของตนเองเข้ารับการฝึกทหารและส่งไปเป็นทหารประจำในพื้นที่สู้รบ โดยหากประชาชนที่ถูกเกณฑ์รายใดฝ่าฝืน จะถูกลงโทษด้วยการใช้วิธีการรุนแรงเช่นถูกสังหารชีวิต ทั้งนี้คาดว่ามีแรงงานราว 1,000 คน ได้ถูกส่งไปยังแนวหน้าสนามรบ หลังจากกองกำลังโกก้างสามารถกลับมายึดเมืองเล่าก์ก่ายได้
มีรายงานว่า ช่วงที่เกิดเหตุสู้รบระหว่างกองทัพพม่าและกองกำลังโกก้างในปฏิบัติการโจมตี 1027 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่กองกำลังสามพี่น้องอย่างกองกำลังโกก้าง MNDAA กองกำลังปะหล่องหรือตะอาง TNLA และกองทัพอาระกัน AA ได้เข้าโจมตีกองทัพพม่าพร้อมกันในหลายเมืองของทางเหนือรัฐฉานเมื่อเดือนตุลาคมของปีที่แล้ว ก่อนที่จะหยุดยิงกันชั่วคราวจนถึงขณะนี้เพราะมีจีนเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย โดยระหว่างเกิดเหตุสู้รบกันนั้น มีแรงงานหนีออกจากเมืองเล่าก์ก่าย และหลังจากเหตุสงครามสงบลงแรงงานเหล่านั้นกลับมายังเมืองเล่าก์ก่าย ได้ถูกกองกำลังโกก้างบังคับให้เข้ารับการฝึกทหารตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 ถึงเดือนเมษายน 2567 ที่ผ่านมา และหลังการฝึกทหารเสร็จสิ้น แรงงานทั้งหมดถูกส่งไปเสริมกำลังให้กับกองกำลังโกก้างที่ประจำอยู่ใกล้กับเมืองล่าเสี้ยว และอยู่ไม่ไกลจากพื้นที่ที่กองทัพพม่าประจำการอยู่
นอกจากนี้ยังถูกส่งตัวไปประจำยังเมืองแสนหวี เมืองน้ำตู้ และเมืองสี่ป้อเพื่อร่วมกับกองกำลังปะหล่อง TNLA เหยื่อรายหนึ่งที่หนีออกมาได้ ให้สัมภาษณ์กับสื่อพม่าว่า ส่วนใหญ่ที่ถูกเกณฑ์เป็นทหารเป็นชาวคะฉิ่น ชาวไทใหญ่ ตะอาง (ปะหล่อง) ชาวยะไข่และชาวคะเรนนี และคาดว่าน่าจะมีแรงงานถูกบังคับให้เป็นทหารภายใต้กองกำลังกำลังโกก้าง MNDAA มากกว่า 2,000 คน
เหยื่อที่รอดชีวิตบางส่วนออกมาเปิดเผยว่า แม้ทางกองกำลังปะหล่อง TNLA จะเจรจาช่วยเหลือเหยื่อบางรายที่เป็นชาวปะหล่องด้วยกันให้ออกมาจากการถูกเกณฑ์เป็นทหาร แต่ก็ไม่สามารถช่วยได้สำเร็จ และแรงงานบางส่วนที่ถูกส่งตัวไปแนวหน้าได้พยายามหลบหนีเมื่อมีโอกาส อย่างไรก็ตาม แรงงานที่พยายามหลบหนีการถูกเกณฑ์และถูกทหารโกก้างจับตัวได้อีกครั้งถูกลงโทษด้วยการแขวนคอบนต้นไม้ หรือถูกจำคุกเป็นเวลา 3 เดือน แต่เหยื่อที่พยายามหลบหนีในพื้นที่สนามรบแนวหน้าและถูกจับได้ก็มักถูกยิงเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับรายงานการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับกองกำลังโกก้าง MNDAA ที่ออกมานี้ ยังไม่ได้รับการยืนยันจากกองกำลังโกก้างว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ โดยทางสื่อ Irrawaddy ยังไม่สามารถติดต่อเข้าถึงโฆษกของทางกลุ่มได้
อย่างไรก็ตาม เมื่อเดือนธันวาคมของปีที่แล้ว ทางองค์กรฮิวแมนไรตส์วอตช์(Human Rights Watch – HRW) ได้ออกรายงานว่า กองกำลังโกก้างนั้นมีส่วนในการลักพาตัว และบังคับพลเรือนเป็นทหาร “กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติพม่า (กองกำลังโกก้าง MNDAA) กำลังละเมิดกฎสงครามด้วยการลักพาตัวและเกณฑ์พลเรือน ส่งผลให้พลเรือนตกอยู่ในความเสี่ยงร้ายแรง” เอเลน เพียร์สัน ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของ HRW กล่าว
ขณะที่อีกด้านหนึ่ง กองทัพพม่าเองก็ยังคงเดินหน้าเกณฑ์ชายหนุ่มเข้ากองทัพอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด ในเมืองอ่องลานและพื้นที่ใกล้เคียง ในเขตมะโกย มีรายงานว่า กองทัพพม่าได้บังคับเกณฑ์ทหารจำนวน 140 คน ตั้งแต่เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยมุ่งเป้าไปที่ชายอายุระหว่าง 18 – 35 ปี โดยชายหนุ่มส่วนใหญ่ถูกจับตัวบริเวณด่านตรวจเข้าเมืองอ่องลาน ซึ่งขณะนี้ กองทัพพม่าพยายามที่จะเกณฑ์ทหารใหม่กลุ่มที่ 2 อีก 5,000 คนเข้ากองทัพ ซึ่งเริ่มเกณฑ์ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ทางด้านเจ้าของบริษัทรถโดยสารขนส่งแห่งหนึ่งในเมืองอ่องลานเผยว่า ลูกจ้างของเขา 2 ราย ได้ถูกกองทัพพม่าลักพาตัว แม้เขาจะเสนอเงินเพื่อแลกกับอิสรภาพของลูกจ้างทั้งสองรายก็ไม่เป็นผลสำเร็จ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่เมืองอ่องลานอีกรายเผยว่า เขาได้ยินข่าวว่า กองทัพพม่าจะลักพาตัวชายหนุ่มในเมืองนี้เพิ่มอีก ขณะที่ผู้นำท้องถิ่นปฏิเสธที่จะให้ความร่วมมือกับกองทัพพม่าในการหาทหารใหม่ เนื่องจากพวกเขาเองหากให้ความร่วมมือกับกับกองทัพพม่าก็มักถูกกองทัพฝ่ายต่อต้านสังหาร ทางด้านโฆษกของกองทัพฝ่ายต่อต้านกองทัพพม่าในพื้นที่เผยว่า ขณะนี้ชายในเมืองอ่องลานส่วนใหญ่ไม่ออกจากบ้านของตัวเอง และบางส่วนเข้าร่วมกับกลุ่มต่อต้าน “เราจะไม่ทอดทิ้งพวกเขาเพียงลำพัง” โฆษกของฝ่ายต่อต้านกล่าว
