เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2567 นายสมบัติ ชูมา ประธานกรรมการบริหารขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 15-17 พ.ค.ที่ผ่านมา คณะทำงานพีมูฟลงพื้นที่ติดตามปัญหาชุมชนบ้านป่าหมาก อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตามคำร้องเรียนของชาวบ้านชาติพันธุ์กะเหรี่ยง 27 ราย ที่เดือดร้อนจากกรณีอุทยานแห่งชาติกุยบุรีปักหลักเขตทับที่ทำกินของชาวบ้านบริเวณหุบมุโล่ โดยมีผู้นำชุมชน ตัวแทนหน่วยความมั่นคง และตัวแทนอุทยานฯ กุยบุรี ร่วมลงพื้นที่
นายสมบัติ กล่าวต่อว่า พื้นที่หุบมุโล่เป็นที่ทำกินของชาวบ้านที่ได้รับการจัดสรรตามนโยบาย 66/23 ซึ่งรัฐให้ชาวบ้านที่เข้าร่วมพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยกลับออกจากป่ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย โดยจัดสรรที่ดินทำกินให้ครอบครัวละ 5 ไร่ ต่อมาถูกอุทยานฯ กุยบุรี เข้ามาปักหลักเขตพื้นที่บริหารเพื่อการอนุรักษ์ ทำให้ชาวบ้านกังวลว่าจะสูญเสียที่ดินทำกิน
นายสมบัติ กล่าวอีกว่า ในการลงพื้นที่ของพีมูฟครั้งนี้ พบว่าอุทยานฯ กุยบุรี มีการเปลี่ยนแปลงแนวหลักเขต โดยย้ายหลักเขตออกจากบริเวณหุบมุโล่ไปปักทับที่ทำกินในจุดอื่นอีกหลายแปลง โดยบางแปลงถูกปักหลับเขตทับครึ่งแปลงและบางรายถูกทับทั้งแปลง จึงแนะนำให้ชาวบ้านรวบรวมข้อมูลที่ดินและผู้เสียหาย ยื่นคำร้องเรียนเพิ่มเข้ามา เพื่อนำข้อเท็จจริงเข้าสู่ที่ประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทั้งระบบที่รัฐบาลตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหานี้
“เราลงไปในพื้นที่เห็นข้อเท็จจริงว่าอุทยานมีการเปลี่ยนแปลงหลักเขตทับที่ทำกินของชาวบ้านอีกหลายแปลง หลังจากชาวบ้านรวบรวมข้อมูลและส่งคำร้องมา พีมูฟจะลงพื้นที่บ้านป่าหมากอีกครั้งในวันที่ 18-21 มิ.ย. พร้อมหน่วยงานความมั่นคงและอุทยาน เพื่อหาทางออกร่วมกัน” นายสมบัติ กล่าว
นายสมบัติ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้พีมูฟได้ลงพื้นที่ จ.กาญจนบุรี กรณีการเตรียมผนวกพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ และกรณีปัญหาที่ดินของชาวบ้านชุมชนบ้านป่าผาก บ้านกล้วย และบ้านห้วยหินดำ จ.สุพรรณบุรี เพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาตามข้อร้องเรียน




