
เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 การสู้รบกันระหว่างกองทัพพม่าและกองกำลังฝ่ายต่อต้านสภาบริหารแห่งรัฐพม่า(The State Administration Council -SAC)ซึ่งนำโดยกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง(Karen National Liberation Army–KNLA)กองพล 6 ภายใต้สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (Karen National Union-KNU)และกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (People’s Defence Force- PDF) บริเวณชายแดนไทยด้าน จ.ตาก ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง แต่ย้ายจุดปะทะจากชายแดนด้านอำเภอแม่สอด มาอยู่ที่ชายแดนด้านอำเภออุ้มผาง โดยเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมายังคงมีการสู้รบอย่างดุเดือดและได้ยินเสียงปืนและระเบิดชัดเจนจากฝั่งไทย
การสู้รบครั้งนี้ต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ วันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 โดยกองทัพพม่าได้ถอนกำลังออกจากค่ายโพชิมือ หลังจากถูกกองกำลังฝ่ายต่อต้านโจมตีอย่างหนักโดยใช้โดรนทิ้งระเบิดทหารพม่าในค่ายเพื่อหลบหนีเข้าประเทศไทยและมีการวางกำลังไว้ที่บริเวณสันเขาบอบอเนอทะ บ้านห้วยแดน อ.โจด่ง ในรัฐกะเหรี่ยง ตรงข้ามบ้านเปิ่งเคลิ่ง ต.แม่จัน อ.อุ้มผางของไทย ทำให้เกิดการปะทะกัน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากค่ายผู้พลัดถิ่นในประเทศ (Internally Displaced Person:IDP) ค่าย IDP บอเนอทะ ตั้งอยู่ตรงข้ามหมู่บ้านบ้านเปิ่งเคลิ่ง ตำบลแม่จัน อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากชายแดนไทยประมาณ 1 กิโลเมตร
ต่อมาเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2567 พบว่าชาวบ้านในพื้นที่เสียชีวิต 2 ราย เป็นชาย 1 ราย และสตรีมีครรภ์ 1 รายถูกทหารพม่าจับกุมเพื่อใช้เป็นเกราะป้องกันมนุษย์ในการเคลื่อนทัพ เวลาประมาณ 12:42 น. ในวันเดียวกันนั้น เฮลิคอปเตอร์โจมตี MI-35 ของกองทัพพม่าได้เข้าโจมตีพื้นที่ที่เชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของกองกำลังพันธมิตรฝ่ายต่อต้าน โดยเหตุการณ์นี้ส่งผลให้ผู้ลี้ภัยจากค่ายผู้พลัดถิ่นบอเนอทะต้องอยู่ด้วยความหวาดกลัว พื้นที่นี้ต้องมีการติดตามสถานการณ์เป็นพิเศษ รายงานล่าสุดแจ้งว่า ทหารพม่ายิงชาวบ้านเสียชีวิต 3 คน มีผู้หญิง อายุ 35 ปี กำลังตั้งครรภ์ เสียชีวิต
ขณะที่ Karen Information Center -KICรายงานว่า การประทะกันครั้งนี้ ทหารพม่าได้ยิงพลเรือนเสียชีวิต 4 ราย รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นระบุว่าทหารพม่าประมาณ 20 คนหลบหนีออกจากค่ายพร้อมอาวุธครบมือมุ่งสู่ชายแดนไทย ทำให้ชาวบ้านต่างหวาดกลัวและไม่กล้าเข้าไปทำสวน ทั้งนี้ยังมีทหารพม่าเกือบ 100 นายอยู่ในค่ายโพชิมือใกล้ชายแดนไทย-เมียนมาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองบังคับการยุทธวิธีที่ 13 กองพันทหารราบเบา (พัน.คร.558) , กองพันทหารราบเบา (พัน.คร. 561) และกองพันทหารราบเบา (พัน.คร.993) ซึ่งเป็นฐานทัพที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่นี้ ปัจจุบันเส้นทางลำเลียงเสบียงไปยังค่ายถูกตัดขาดทั้งหมด ดังนั้นเสบียงและกำลังเสริมจึงถูกส่งทางเครื่องบินเท่านั้น