เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 ที่บริเวณหาดผึ้งคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงขามกับ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย คณะสงฆ์-สามเณร ประชาชนลาวจากพื้นที่ต่างๆนับพันคน รวมทั้งคนไทยจำนวนไม่น้อยได้เดินทางมาร่วมพิธีเคลื่อนย้ายพระพุทธรูปองค์ใหญ่ซึ่งขุดบริเวณริมแม่น้ำโขงไปยังวัดทองทิบพัดทะนารามซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 2-3 กม.
ทั้งนี้บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นโดยผู้เข้าร่วมงานต่างแต่งชุดขาวและนำข้าวตรอกพร้อมกรวยดอกไม้เข้าไปถวายพระพุทธรูปองค์ใหญ่ นอกจากนี้ยังร่วมกันหยอดตู้บริจาค ขณะเดียวกันได้มีการนำน้ำและอาหารมาแจกจ่ายผู้ร่วมงาน
โฆษกภายในงานได้กล่าวผ่านเครื่องกระจายเสียงนับตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคม-6 เมษายน 2567 ได้ขุดพบพระพุทธรูป 204 องค์ และตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม-ปัจจุบัน พบพระพุทธรูป 79 องค์
“พระพุทธรูปทั้งหมดจะถูกนำไปไว้ที่วัดทองทิบพัดทะนารามเป็นการชั่วคราว โดยจะมีการสร้างหอพิพิธภัณฑ์ เพื่อจัดเก็บและแสดงให้ประชาชนมาสักการะต่อไป”โฆษก กล่าว
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเพิ่มเติมถึงกำหนดการการสร้างหอพิพิธภัณฑ์ โดยโฆษกภายในงานกล่าวว่า ยังไม่ชัดเจนว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อไร ส่วนการขุดค้นบริเวณริมแม่น้ำโขงนั้นจะเดินหน้าต่อไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ แต่หากยังพบพระพุทธรูปอีกก็อาจขุดค้นต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่ามีข่าวว่าการขุดค้นพบหีบสมบัติด้วยข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร โฆษกภายในงานกล่าวว่า เป็นเรื่องจริงที่มีการค้นพบหีบสีทอง 1 ใบ แต่ยังไม่ได้มีการเปิด คาดว่ารอให้การขุดค้นเสร็จและมีการเฉลิมฉลองแล้วเสร็จ
เมื่อถามว่าการขุดค้นมีวี่แววพระพุทธรูปองค์ใหญ่พระเจ้าล้านตื้อบ้างหรือไม่ โฆษกกล่าวว่า ยังไม่เจอ
ด้านพระอาจารย์วัชระ ขัตติยะ รองเจ้าคณะจังหวัดบ่อแก้ว ซึ่งทำหน้าที่สวมเกตุมาลารัศมีเปลวให้พระพุทธรูปองค์ใหญ่ กล่าวว่าพระเกตุมาลารัศมีเปลวที่สวมไปนั้นพอดีกับพระเศียรถือว่าเป็นความสุดยอดของช่างโบราณที่สามารถสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ได้อย่างสง่างามโดยไม่มีการอ๊อกเชื่อมแต่อย่าใดถือว่าผู้สร้างเป็นชั้นบรมครูอันดับ 1
ผู้สื่อข่าวถามว่าบริเวณองค์พระมีร่องรอยผุกร่อนจากการแช่น้ำเป็นเวลานาน เมื่อนำขึ้นมาไว้ข้างบนจะส่งผลหรือไม่ พระอาจารย์วัชระกล่าวว่า เกิดปัญหาแน่หากไม่มีการเก็บรักษาที่ดี เพราะจากการแช่อยู่ในน้ำต้องเจอกับออกซิเจนบนบก ดังนั้นจึงต้องหาวิธีการทำอย่างไรไม่ให้ขึ้นสนิม
————-
