
เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 นายโกบันยา โฆษกสภาบริหารชั่วคราวรัฐคะเรนนี (Interim Executive Council- IEC) ให้สัมภาษณ์ “สำนักข่าวชายขอบ” ถึงสถานการณ์ในรัฐคะเรนนีล่าสุด ว่าการสู้รบระหว่างกองกำลังฝ่ายปฏิวัติที่นำโดยกองทัพคะเรนนี (Karenni Army-KA) ของพรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี (Karenni National Progressive Party-KNPP) และกองทัพของสภาบริหารแห่งรัฐพม่า (SAC) โดยภาพรวมสถานการณ์ยังเหมือนเดิม ที่เมืองลอยก่อซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐคะเรนนี ทหารพม่าเข้ามายึดพื้นที่ไว้ โดยได้พยายามกลับไปตั้งระบบเดิมเท่าที่ทำได้ แต่ก็ดำเนินการได้เพียงบางเขตในลอยก่อ ในขณะที่อีกหลายเขตยังไม่สามารถให้ประชาชนกลับมาอยู่อาศัยได้อย่างปกติ
“2-3วันนี้มีการแจ้งว่านอกเมืองเขตที่มีการสู้รบ ใกล้ๆ มหาวิทยาลัยลอยก่อ เขาประกาศว่าคนที่อยากกลับไปอยู่ในลอยก่อให้ไปขอทหารพม่า แต่ยังไม่มีใครสมัคร ขณะนี้พอมีประชาชนอาศัยอยู่ในลอยก่อที่ใจกลางเมืองจำนวนหนึ่ง แต่ยังมีการสู้รบนอกเมืองทุกวัน โดยเฉพาะบนเส้นทางไปแพคน (Pekon) เขาก็มายึดไปได้แล้ว และพยายามบุกไปทางโมบีเย (Moe Bye) แต่ก็มีการสู้รบทุกที่ ระหว่างลอยก่อไปลอยลินเลก็ตรึงกำลังกันอยู่ ที่ผาซอง (Pasawng) ก็มีกำลังทหารพม่าอยู่ในฐานเราก็ไปตีเขาบ้าง และมีปะทะกันบ้างแถวๆ บอลาแค (Bawlakhe)”โฆษก IEC กล่าว

นายโกบันยา กล่าวว่า SAC ส่งกำลังเข้ามาเสริมเยอะมาก ขณะที่ KA ไม่สามารถปฏิบัติการตัดเส้นทางลำเลียงเสบียงของพม่าที่ส่งมาจากตองยีได้ โดยเส้นทางนั้นมีกองกำลังประชาชน (PDF) อยู่บ้าง แต่ก็อาจจะเยอะเพียงพอที่จะสามารถยึดได้ ทำให้ทหารพม่า SAC สามารถยึดคืนเมืองต่างๆ ลงมาเรื่อยๆ แต่ก็ถือว่าเป็นปกติที่เราบุกบ้าง เขาบุกบ้าง ขณะเดียวกันฝ่ายปฏิวัติมีกำลังอาวุธ ไม่เพียงพอ ทำให้การสู้รบเป็นไปอย่างยากลำบาก ทางทหารพม่าใช้อาวุธทันสมัย ใช้โดรนเยอะมากส่วนใหญ่ส่งมาจากจีน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่ SAC ยึดคืนพื้นที่จะส่งผลกระทบต่อแผนงานใน IEC หรือไม่ เช่นเรื่องการเลือกตั้งในพื้นที นายโกบันยากล่าวว่าการเลือกท้องถิ่นดำเนินการเรียบร้อยแล้วในระดับอำเภอ ขณะนี้มี 16 อำเภอที่เลือกตั้งและวางระบบแล้ว แต่อีกด้านคือ สภาของรัฐคะเรนนี เรายังไม่แน่ใจว่าจะเกิดได้เมื่อไหร่เพราะการเขียนรัฐธรรมนูญ โดย สภาที่ปรึกษาแห่งรัฐคะเรนนี (Karenni State Consultative Committee-KSCC) เป็นรัฐธรรมนูญฉบับเปลี่ยนผ่าน
ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกอย่างไรกับท่าทีของจีนที่ให้การสนับสนุน SAC อย่างเต็มที่ โฆษก IEC กล่าวว่า
น่าหนักใจ เพราะจีนไม่ได้แทรกแซงแค่ที่พม่า แต่เศรษฐกิจการจีนแทรกแซงและทำให้เกิดปัญหาในหลายที่ ดูแล้วเป็นการบังคับเพื่อผลประโยชน์ของชาติจีนเท่านั้นหรือไม่ อุดมการณ์ทางการเมืองนั้นเป็นอย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง สถานการณ์แบบนี้อาจทำให้ประชาชนสามารถการโค่นล้มรัฐบาลทหารพม่าได้ยากขึ้น แต่เรามองว่าเขาคงจะทำมากกว่านี้ไม่ได้หรอก ฝ่ายประชาชนก็ยังมีผู้สนับสนุนอยู่จำนวนมาก
เมื่อถามถึงสถานการณ์การสู้รบหลังฤดูฝนนี้ นายโกบันยา กล่าวว่า แน่นอนว่าการสู้รบน่าจะเข้มข้นขึ้น ทางทหารพม่า SAC มีการส่งกำลังพลเข้ามาเรื่อยๆ นอกเมืองมีการสู้รบเกิดเยอะ และแนวโน้มคือการสู้รบน่าจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
“เมื่อเร็วๆ นี้ มิน อ่อง หลาย เดินทางมาเมืองลอยก่อ เขาประกาศว่าจะเอาพื้นที่ที่เสียไปคืนให้ได้ การสู้รบคงจะหนักขึ้นยิ่งกว่านี้ คาดเดายากว่าจะหนักหรือยาวนานขนาดไหน”โฆษก IEC กล่าว
ขณะที่สำนักข่าวกันตวดีไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม ว่า SAC ประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ประชาชนที่ต้องการย้ายกลับเข้าไปยังเขตบางเขตในลอยก่อ รัฐคะเรนนี สามารถลงทะเบียนที่สำนักงานและกลับไปอยู่ที่บ้านได้แล้ว นอกจากนี้ ยังมีการติดประกาศไว้ในทุกเขตในลอยก่อ
“ก่อนหน้านี้ พวกเขา (ทหารพม่า) อนุญาตให้เราเข้าไปตรวจดูบ้านเท่านั้น ตอนนี้ กองทัพพม่าประกาศว่าหากเราต้องการย้ายกลับบ้าน เราจะต้องลงทะเบียนที่สำนักงานบริหารใกล้หอนาฬิกา จากนั้นก็จะสามารถอาศัยอยู่ที่นั่นได้” หญิงท้องถิ่นรายหนึ่งกล่าว
ทั้งนี้ขั้นตอนการลงทะเบียนนี้ใช้กับผู้ที่ต้องการกลับไปยังเขต Naung Yar (A), Naung Yar (B), Mine Lone, Htay Tha Ma และ Daw Oo Khu ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการสู้รบอย่างหนัก
ปฏิบัติการสู้รบรุนแรงซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2023 ทำให้ทางการพม่าต้องระงับการทำงานบริหารงานภายใต้ SAC ในเมืองลอยก่อทั้งหมด ประชาชนส่วนใหญ่อพยพไปยังพื้นที่ใกล้เคียงในรัฐฉาน ปัจจุบัน
—————
หนึ่งปีต่อมา สภาทหารพม่า SAC กำลังสนับสนุนให้ประชาชนที่พลัดถิ่นกลับประเทศ โดย SAC กำลังดำเนินการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ไฟฟ้าและโทรคมนาคม และเปิดสำนักงาน ตลาด และสถาบันการศึกษาในเมืองอีกครั้ง แม้จะมีความพยายามเหล่านี้ แต่ยังคงมีข้อกังวลด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ชายในท้องถิ่นคนหนึ่งกลับบ้านในเขต Naung Yar (B) และเหยียบกับระเบิดในสนามหญ้าของเขาจนได้รับบาดเจ็บ
———-
รูปจากแฟ้ม Kantarawaddy Times



