Search

ฉวยโอกาสสงครามโจมตีชุมชนแนวเส้นทางก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง มูลนิธิสิทธิมนุษยชนไทใหญ่แฉกลวิธีของกองทัพพม่า

มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ (Shan Human Rights Foundation) ได้ออกรายงานเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2567 ว่า กองทัพพม่าได้โจมตีทางอากาศตามเส้นทางที่มีแผนจะก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงหมู่เจ้ – มัณฑะเลย์ ซึ่งกินพื้นที่ใน 9 เมืองทางเหนือของรัฐฉาน และเมืองกุดในเขตมัณฑะเลย์ ซึ่งขณะนี้ เมืองเหล่านี้ ได้ตกอยู่ในมือของกลุ่มติดอาวุธฝ่ายต่อต้านกองทัพพม่า โดยข้อมูลการโจมตีนี้ ทางมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ได้รวบรวมไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2567 ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2567 เหตุโจมตีทางอากาศนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 68 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 136 คน

มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนไทใหญ่ระบุว่า กองทัพพม่าจงใจที่จะโจมตีในพื้นที่ ซึ่งเป็นโครงการที่มีแผนจะก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อมจากเมืองหมู่เจ้ เมืองชายแดนติดกับจีนไปถึงเมืองเจ้าก์ผิ่ว ในรัฐยไข่ หรือรัฐอาระกัน และหลังจากหารือกับผู้นำจีน เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2567 ที่ผ่านมา ทาง พล.อ.มิน อ่อง หลาย ประกาศจะเดินหน้าก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงในพื้นที่ที่จะสามารถดำเนินการได้

โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงจากเมืองหมู่เจ้ไปยังเมืองมัณฑะเลย์ มีระยะทางรวม 409.96 กิโลเมตร โดยคาดว่าจะใช้งบในการก่อสร้างราว 8.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมถึงการก่อสร้างสะพาน 124 แห่ง อุโมงค์ 60 แห่ง และสถานีไฟฟ้าย่อย 11 แห่ง ซึ่งจะต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากเขื่อนที่กำลังวางแผนและสร้างอยู่ ซึ่งเขื่อนส่วนใหญ่ดำเนินการโดยบริษัทที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน บนแม่น้ำมาว (ฉ่วยหลี่) แม่น้ำตู้ และแม่น้ำสาละวิน ทางตอนเหนือของรัฐฉาน

ขณะที่เมืองทางภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบหนักจากการโจมตีทางอากาศและอยู่ในพื้นที่ ที่จะมีการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงนี้ ประกอบไปด้วยเมืองสี่ป้อ เมืองไหย๋ เมืองแสนหวี เมืองล่าเสี้ยว เมืองกุ๋นหลง เมืองหนองเขียว เมืองน้ำสั่น เมืองโก้ดข่าย เมืองจ็อกเม และเมืองกุด ในเขตมัณฑะเลย์ ซึงอาคารที่ถูกโจมตีโดยไม่เลือกจากกองทัพพม่า ไม่เฉพาะแต่บ้านเรือนของชาวบ้านเท่านั้น แต่ยังโจมตีโรงเรียน อาคารทางศาสนา และมักเลือกโจมตีในช่วงกลางดึกยามที่ผู้คนหลับไหล

เหมือนเช่นเหตุการณ์เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 เมื่อช่วงเวลาเที่ยงคืน ในช่วงที่ประชาชนกำลังหลับไหล กองทัพพม่าได้ทิ้งระเบิดในเมืองกุด เป็นเหตุให้มีประชาชนเสียชีวิตทันที 9 ราย บาดเจ็บอีก 13 ราย และบ้านเรือนได้รับความเสียหายอีก 50 หลัง