Search

แฉธุรกิจสีดำในเมืองท่าขี้เหล็กยังอยู่สบายหลังปรับรูปแบบจากอาคารใหญ่ไปเช่าห้องแทน เผยวัยรุ่นไทยยังแห่เข้าไปรับจ้างในแหล่งพนันออนไลน์-พ่อค้าหัวใสเลี่ยงส่งน้ำมันเข้าท่าขี้เหล็กอ้อมทางเชียงแสนแทน

เมืองท่าขี้เหล็กในตอนกลางคืนหลังรัฐบาลไทยใช้มาตรการตัดไฟฟ้า

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2568 ภายหลังจากที่รัฐบาลดำเนินมาตรการตัดไฟฟ้า สัญญาณอินเตอร์เน็ตและหยุดส่งน้ำมันในเมืองท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่าซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพื่อตัดแขนขาแหล่งอาชญากรรมข้ามชาติของบรรดามาเฟียจีนที่ดำเนินธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ อย่างไรตาม เมืองท่าขี้เหล็กสามารถซื้อไฟฟ้าจากลาวทดแทนไฟฟ้าจากไทยได้เกือบร้อยเปอร์เซ็น อย่างไรก็ตามล่าสุดรัฐวิสาหกิจการไฟฟ้าของลาวยืนยันว่ารัฐบาลลาว ก็คือรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว จะไม่ส่งไฟหรือขายไฟ ให้ผู้กระทำผิดกฏหมาย โดยเฉพาะกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อย่างเด็ดขาด

นักธุรกิจชาวพม่ารายหนึ่งกล่าวว่า ส่วนน้ำมันที่ตกค้าง 50 พ่วงเนื่องจากไม่สามารถนำข้ามไปได้เพราะคำสั่งของรัฐบาลไทยนั้น บริษัทเอกชนได้พยายามเปลี่ยนเส้นทางการส่งออกเพราะน้ำมันยังไม่ได้เป็นสินค้าที่งดให้ส่งออก โดยใช้ช่องทางแม่น้ำโขงด้านอำเภอเชียงแสนซึ่งอยู่ติดกับ อ.แม่สาย ผ่านลาวไปยังเมืองท่าขี้เหล็ก

“ผมว่ารัฐบาลไทยยังแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ถ้าจะจัดการกับคอลเซ็นเตอร์ต้องตัดสัญญาณเน็ต เพราะการตัดไฟฟ้าและงดส่งน้ำมัน ทำให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการทั่วไปเดือนร้อน” นักธุรกิจพม่ากล่าว และว่าการบริการเกตเวย์โทรคมนาคมระหว่างประเทศจากบริษัทไทยให้กับบริษัทพม่าที่ด่านแม่สายยังไม่ได้หยุดการให้บริการข้ามแดนไปจังหวัดท่าขี้เหล็ก

นักธุรกิจเมียนมารายนี้กล่าวว่า การให้บริการอินเตอร์เนตในพม่า ขณะนี้สัญญาณที่ใช้ได้จะเป็นของบริษัทในประเทศเมียนมา ส่วนของบริษัทไทยที่เคยใช้ซิมไทยขณะนี้ใช้ไม่ได้แล้ว สัญญาณจะอ่อนมาก เมื่อก่อนสัญญาณจะแรง แต่หลังมีรัฐประหารในประเทศมีการให้ลดการส่งสัญญาณลงเพื่อควบคุมการสื่อสาร แต่กลุ่มคอลเซ็นเตอร์เวปพนันก็มีการขยายสัญญาณได้ แต่ภายหลังมีการปราบคอลเซ็นเตอร์ในไทยสัญญาณอินเตอร์เนตหายไปแทบใช้ไม่ได้เลย โทรศัพท์ใช้ได้บริเวณชายแดนบางจุดแต่ก็ไม่เสถียร จึงต้องใช้บริการอินเตอร์เนตของบริษัทเมียนมาเท่านั้น ซึ่งมีราคาแพง

“การให้บริการเนตบ้านด้วนสายสัญญาณไฟเบอร์ออบติกส์ ที่ซื้อจากไทยแล้วให้บริการโดยบริษัทเมียนมายังมีอยู่ สัญญาณยังไม่ถูกตัด ดังนั้นรัฐทั้งสองประเทศควรมุ่งจัดการกลุ่มผิดกฎหมายนี้โดยตรงการโดยตัดเนตจะแก้ปัญหาตรงจุดที่สุด เพราะการตัดไฟฟ้า งดส่งน้ำมันทำให้ชาวบ้าน และผู้ประกอบการเดือนร้อน กระทบต่อเศรษฐกิจ คือจับกันจริงๆไม่ใช่จับแล้วปล่อย” นักธุรกิจรายนี้กล่าว

แหล่งข่าวอีกรายกล่าวว่า ในขณะนี้บรรดาจีนเทาคงเช่าอาคารและห้องทำเวปพนัน แสกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์อยู่ในเมืองท่าขี้เหล็กอีกจำนวนมาก แม้ไม่มีมากเหมือนสมัยก่อน แต่กลุ่มที่เหลือนี้กำลังทรัพย์ในการจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่รัฐฝั่งท่าขี้เหล็กเพื่อให้อยู่ได้ เพียงรูปแบบและสถานที่ใช้ทำออฟฟิศนั้นเปลี่ยนไปจากสถานบันเทิง โรงแรม คาสิโน เป็นห้องพักแทน

“เจ้าของเวปพนันส่วนมากเป็นคนไทย ส่วนคอลเซ็นเตอ์ แสกมเมอร์ หลอกลวงออนไลน์เจ้าของจะเป็นคนจีน ในการกวาดล้างครั้งที่ผ่านมาเป็นกลุ่มหนึ่งที่ถูกจับไป แต่ยังมีเหลืออีกหลายกลุ่มที่ยังทำอยู่ แต่จะเปลี่ยนจาก 2 กะ คือกลางวันและกลางคืน เป็น 3 กะ เพื่อไม่ให้ไม่ดูหนาแน่นในการเข้าออก และการผ่านด่านเวลาสับเปลี่ยนกะทำงาน“ถ้าสังเกตจะเห็นวัยรุ่นไทยที่เข้า-ออกด่าน ส่วนใหญ่มาทำเวปพนัน การทำเวปพนันเป็นที่รู้กันของคนท้องถิ่นว่ามีมานานมากตั้งแต่ก่อนโควิดหลายปี เด็กวัยรุ่นชายแดนในจังหวัดเชียงราย และจังหวัดใกล้เคียง นิยมไปทำเวปพนันก่อนหน้าที่จะมีการปราบปรามในท่าขี้เหล็กในเดือนกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา โดยเอารถมอเตอร์ไซค์ฝากอยู่เต็มหน้าด่านสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 เศรษฐกิจในท่าขี้เหล็กเงินจะสะพัด ค่าเช่าห้องราคาแพง มีร้านค้า คาราโอเกะ สถานบันเทิงผุดขึ้นเป็นจำนวนมาก เพื่อให้บริการวัยรุ่นกระเป๋าหนักพวกนี้ และเริ่มเบาบางลงบ้างในช่วงโควิดที่มีการขอกลับมามาไทยเพื่อรักษาและป้องกันการติดโควิด แต่ท่าขี้เหล็กเศรษฐกิจก็ยังไม่ซบเซา เพราะยังเวปพนันยังสร้างเม็ดเงินได้จำนวนมาก จนกระทั่งมีการปราบเมื่อต้นปีที่แล้ว แต่ก็ยังคงมีอยู่ประมาณ 10 กว่าเจ้าที่ทำ”นักธุรกิจรายนี้กล่าว และว่าพบว่ากลุ่มคนไทยจำนวนหนึ่งกลับมาเปิดทำในไทย เพราะกลัวพลาดโดนทางการพม่าจับเหมือนกับเพื่อนๆที่ถูกจับไปครั้งก่อนและต้องติดคุกเกือบ 1 ปี

“ถ้าสังเกตจะเห็นวัยรุ่นไทยที่เข้า-ออกด่าน ส่วนใหญ่มาทำเวปพนัน การทำเวปพนันเป็นที่รู้กันของคนท้องถิ่นว่ามีมานานมากตั้งแต่ก่อนโควิดหลายปี เด็กวัยรุ่นชายแดนในจังหวัดเชียงราย และจังหวัดใกล้เคียง นิยมไปทำเวปพนันก่อนหน้าที่จะมีการปราบปรามในท่าขี้เหล็กในเดือนกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา โดยเอารถมอเตอร์ไซค์ฝากอยู่เต็มหน้าด่านสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1 เศรษฐกิจในท่าขี้เหล็กเงินจะสะพัด ค่าเช่าห้องราคาแพง มีร้านค้า คาราโอเกะ สถานบันเทิงผุดขึ้นเป็นจำนวนมาก เพื่อให้บริการวัยรุ่นกระเป๋าหนักพวกนี้ และเริ่มเบาบางลงบ้างในช่วงโควิดที่มีการขอกลับมามาไทยเพื่อรักษาและป้องกันการติดโควิด แต่ท่าขี้เหล็กเศรษฐกิจก็ยังไม่ซบเซา เพราะยังเวปพนันยังสร้างเม็ดเงินได้จำนวนมาก จนกระทั่งมีการปราบเมื่อต้นปีที่แล้ว แต่ก็ยังคงมีอยู่ประมาณ 10 กว่าเจ้าที่ทำ”นักธุรกิจรายนี้กล่าว และว่าพบว่ากลุ่มคนไทยจำนวนหนึ่งกลับมาเปิดทำในไทย เพราะกลัวพลาดโดนทางการพม่าจับเหมือนกับเพื่อนๆที่ถูกจับไปครั้งก่อนและต้องติดคุกเกือบ 1 ปี