Search

เหยื่อชาวเคนยาหนีตายพ้นขุมนรกริมเมย สภาพร่างบอบช้ำหลังถูกมาเฟียจีนทรมานหนักหน่วง เผยมีชาวต่างชาติอีกนับพันถูกกักขัง-ทรมาน “โรม”เสนอรัฐบาลออกหมายจับ “ชิตตู”เหตุให้แก๊งค์คอลเซ็นเตอร์เช่าชเวโก๊กโก่-ก่อกรรมทำเข็นกับคนไทยและทั่วโลก

เมื่อเช้ามืดวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากผู้ประสานงานเครือข่ายช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ว่ามีชาวเคนยา เหยื่อการค้ามนุษย์ 1 ราย หลบหนีออกมาจากเมืองสแกมเมอร์แห่งหนึ่ง ในจังหวัดเมียวดี และมาพบตำรวจที่ สภ.พบพระ จ.ตาก เพื่อขอความช่วยเหลือ

นายโจเซฟ (นามสมมติ) เปิดเผยว่า ตนเองหนีออกมาจากเมืองสแกมเมอร์ ในจังหวัดเมียวดี โดยเดินเท้าข้ามภูเขามาเป็นเวลา 5 ชั่วโมง หาทางข้ามแม่น้ำมายังหมู่บ้านฝั่งไทยเพื่อขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านใน ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก เพื่อขอให้พามาพบตำรวจ โดยเดินเท้าระยะทางกว่า 10 กม.จากบ้านห้วยน้ำนัก ที่อยู่ตรงข้ามเมืองสแกมเมอร์ดังกล่าว จากนั้นชาวบ้านที่ร้านค้าได้นำมาส่งที่ สภ.พบพระ เมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. โดยพบกับ ร.ต.อ.ปิลัน เลิศเกษม รองสารวัตรงานป้องกันและปราบปราม สภ.พบพระ และ พ.ต.ต.ณัฐพล ต๊ะสุพนักงานสอบสวน สภ.พบพระ ซึ่งได้รับเรื่องและสอบปากคำเบื้องต้นเพื่อนำส่งศูนย์บูรณาการคัดแยก จ.ตาก ตามกลไกส่งต่อระดับชาติ (NRM) เพื่อคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์

ภาพออกหมายจับหม่อชิตตูจากเฟสบุครังสิมันต์ โรม

นายโจเซฟ กล่าวว่า เป็นชาวเคนยา เดินทางจากประเทศเคนยามายังประเทศไทย เพราะมีบริษัทจัดหางานของเคนยา ชักชวนให้มาทำงานเป็นพ่อครัวในร้านอาหารที่ประเทศไทย จึงตัดสินใจเดินทางมาเพราะมีรายได้ดี แต่เมื่อมาถึงไทย เมื่อวันที่ 5 ต.ค.2567 โดยมีคนไปรอรับที่สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมชาวเคนยาอีก 2 คน พาขึ้นรถยนต์ที่จัดเตรียมไว้มาที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งมารู้ตัวในภายหลังว่าอยู่ชายแดนประเทศไทย ก่อนจะถูกนำพาข้ามแม่น้ำไปยังสถานที่ทำงาน ซึ่งถูกบังคับให้ทำงานเป็นสแกมเมอร์ ในการหลอกลวงลงทุนเงินคริปโต

นายโจเซฟกล่าวว่า ตนเองไม่ยินยอมที่จะทำงาน แต่ถูกบังคับ ถ้าไม่ทำก็ถูกทำร้ายร่างกายจากมาเฟียจีน ด้วยกระบองช็อตไฟฟ้า ไม้เบสบอล ซึ่งมีรอยช้ำที่ขา แขนและตามร่างกายโดยบางจุดมีแผลด้วย ถูกใช้ขี้ผึ้งร้อนทำให้มีแผลไฟไหม้ นอกจากนี้ยังเท้าบวม เพราะไม่ได้ใส่รองเท้าขณะวิ่งหนี จึงมีแผลที่เท้าและแขน รวมถึงที่ศีรษะก็มีเศษหญ้าระหว่างหลบหนี

“ผมตัดสินใจหนีเพราะทนอยู่ในนรกแห่งนั้นไม่ไหว ผ่านมา 4 เดือน ผมพยายามหาทางออกมาให้ได้ โดยเมืองสแกมเมอร์ที่ผมหนีออกมา”นายโจเซฟ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโชเซฟเป็นหนึ่งใน ชาวเคนยา 45 คนที่เครือข่ายภาคประชาสังคมช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ได้รับรายชื่อขอความช่วยเหลือจาก สถานเอกอัครราชทูตเคนยาประจำประเทศไทย และนายโจเซฟ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับ H.E. Mr. Kiptiness Lindsay Kimwole (คิปทิเนสส์ ลินด์ซีย์ คิมโวเล) เอกอัครราชทูตเคนยา ประจำประเทศไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทูตเคนยา ได้ให้กำลังใจที่หนีมาได้อย่างปลอดภัย และสอบถามถึงชาวเคนยา คนอื่นๆที่ขอความช่วยเหลือ ซึ่งนายโจเซฟ บอกว่าทุกคนต่างทนทุกข์ทรมาน ไม่สามารถที่จะหนีออกมาได้

ทั้งนี้แหล่งอาชญากรรมที่นายโจเซฟหนีออกมานั้น อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตยหรือ DKBA(Democratic Karen Buddhist Army )ซึ่งเป็นเมืองใหม่ของบริษัท Zhongfa Group ที่ไม่ใช่แหล่งอาชญากรรมบ้านช่องแคบซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านช่องแคบ อ.พบพระ จ.ตาก โดยจุดนี้อยู่ห่างออกมาประมาณ 5-6 กม.

นายโจเซฟกล่าวด้วยว่า ใน สถานที่ทำงานของเขามีชาวต่างชาติมากกว่า 1,000 คน นอกจากคนจีนที่เป็นผู้คุมแล้ว ยังมีเหยื่อชาวจีน รวมถึงชาวเคนยาที่ยังเหลืออีก 23 คน และยังมีเหยื่ออีกหลายประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ เอธิโอเปีย กัมพูชา ปากีสถาน บังคลาเทศ ศรีลังกา เป็นต้น

ทั้งนี้ภายหลังสอบสวน สภ.พบพระ ได้นำส่งตัวไปยังศูนย์บูรณาการคัดแยก ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ในขณะที่ พ.ต.อ.แมน รัตนประทีป รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ตาก รักษาราชการผู้กำกับสถานีตำรวจสภ.พบพระ ได้รับทราบเรื่อง และให้ดำเนินการสอบสวนตามขั้นตอน รวมถึงเก็บข้อมูลขยายผลไปยังแหล่งอาชญกรรมคอลเซ็นเตอร์ และการช่วยเหลือเหยื่อจากการค้ามนุษย์ด้วย ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ด้านนายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้เขียนข้อความลงเฟสบุค โดยพาดหัวข้อว่า “ออกมายจับหม่องชิตตู”โดยระบุว่า ขอย้ำเตือนว่ารัฐบาลต้องทำมากกว่าที่เป็นอยู่ในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มิเช่นนั้นมันจะไม่จบ วันนี้ตนขอเสนอให้รัฐบาลปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างเด็ดขาด ก่อนหน้านี้เคยได้เขียนไปแล้วว่าบริษัท SMTY เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดอย่างไร ซึ่งความน่าสนใจก็คือไม่มีการขยายผลคดียาเสพติดดังกล่าวกับบริษัทนี้เลย

นายรังสิมันต์ระบุว่า นอกจากนั้นเรายังเรียนรู้ว่ากองกำลัง BGF ที่นำโดยหม่องชิตตู ที่เป็นผู้ให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์เช่าและร่วมลงทุนในชเวก๊กโก ได้ก่อกรรมทำเข็นกับพี่น้องประชาชนชาวไทยและคนทั่วโลกอย่างไรบ้าง เรื่องนี้ไม่ใช่เฉพาะการหลอกลวงเอาเงินทองเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการทำให้คนกลายเป็นทาสและเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์

“ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องมีการดำเนินคดีอย่างจริงจังกับหม่องชิตตู แม้การกระทำหลายอย่างของหม่องชิตตู จะเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร แต่ผลกระทบหลายประการล้วนเกิดขึ้นในประเทศของเรา การดำเนินคดีกับหม่องชิตตู ในฐานะหัวหน้าของแก๊งคอลเซ็นเตอร์จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่รัฐบาลควรดำเนินการ”นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ยังระบุด้วยว่า “ผมยังทราบจากแหล่งข่าวว่า หม่องชิตตู ได้กุมความลับหลายอย่างของเจ้าหน้าที่รัฐในฝั่งประเทศไทย เนื่องจากมีการส่งส่วยจำนวนมากให้ฝั่งไทยด้วย ทราบมาว่าหากมีการจับชิตตู่ เขาจะแฉให้หมดว่าใครเกี่ยวข้องกับใครบ้าง นี่จึงเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ไม่สิอาจจะหลาย 10 ตัวหรือหลาย 100 ตัว เราจะปราบทุนสีเทา รวมถึงทุนไทยเทาได้ด้วย หวังว่ารัฐบาลจะรีบดำเนินการ”