Search

ศาลอาร์เจนตินาออกหมายจับมินอ่องหล่ายและพวก ข้อหาล้างเผ่าพันธุ์-ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

ภาพจาก Mizzima

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักข่าว AP และ DVB รายงานว่าศาลอาร์เจนตินา วินิจฉัยให้ออกหมายจับ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมาคนปัจจุบัน ซึ่งก่อรัฐประหารยึดอำนาจอดีตรัฐบาลพลเรือนในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 พร้อมพรรคพวก รวม 23 คน ในข้อหาเกี่ยวพันกับการล้างเผ่าพันธุ์และก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ สืบเนื่องจากกองทัพเมียนมาภายใต้การบังคับบัญชาของมินอ่องหล่าย ปฏิบัติการกวาดล้างชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ของเมียนมาช่วงปี 2012-2017 

ผู้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง มิน อ่อง หล่าย และพรรคพวก คือ องค์กรระหว่างประเทศเพื่อปกป้องชาวพม่าโรฮิงญาแห่งสหราชอาณาจักร (Burmese Rohingya Organisation UK หรือ BROUK) และคดีดังกล่าวถูกศาลอาญาในประเทศอาร์เจนตินารับไว้พิจารณาตั้งแต่ปี 2021 โดยอ้างอำนาจตามหลักกฎหมายสากล เนื่องจากเห็นว่าเป็นคดีที่เกี่ยวพันกับการละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนสากลอย่างร้ายแรง จากนั้นจึงมีการตรวจสอบหลักฐานและสอบปากคำพยานเพิ่มเติม จนกระทั่งผู้พิพากษาแซร์วินี ดีคูเบรีย แห่งศาลอาร์เจนตินา อนุมัติการออกหมายจับมินอ่องหล่ายและพรรคพวกอย่างเป็นทางการในเดือน ก.พ.2568

เครดิตภาพ: UN Photo/K. M. Asad

นอกเหนือจาก มิน อ่อง หล่าย ยังมีคนใกล้ชิดของมิน อ่อง หล่าย อีกหลายคนถูกออกหมายจับพร้อมกัน เช่น อดีตรัฐมนตรีด้านความมั่นคง จอ ส่วย ผู้บัญชาการกองทัพอากาศ ขิ่น อ่อง มินต์ และ ติน จ่อ อดีตประธานาธิบดีเมียนมาผู้ดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2559-2561 ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของรัฐบาลพลเรือนในยุคอองซาน ซูจี 

ตุน ขิ่น ประธานองค์กร BROUK ระบุว่า “นี่คือก้าวแห่งประวัติศาสตร์ที่จะนำไปสู่ความยุติธรรมแก่ชาวโรฮิงญาและทุกคนที่ต้องทุกข์ทนภายใต้รัฐบาลทหารพม่า” ทั้งยังย้ำด้วยว่าการอนุมัติออกหมายจับมิน อ่อง หล่าย พร้อมพรรคพวก เปรียบได้กับแสงเห่งความหวังสำหรับชาวโรฮิงญาที่ต้องเผชิญกับการความโหดร้ายของมาตรการล้างเผ่าพันธุ์ ทั้งยังต้องสูญเสียครอบครัวและเผชิญกับการพลัดพราก ไปจนถึงเผชิญความล่มสลายทางวัฒนธรรมของชาวโรฮิงญา แต่ผู้ก่อเหตุกลับลอยนวลพ้นผิดโดยไม่ถูกลงโทษหรือดำเนินคดีใดๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี นี่ไม่ใช้ครั้งแรกที่มิน อ่อง หล่าย ถูกศาลต่างประเทศอนุมัติออกหมายจับ โดยเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 คาริม ข่าน หัวหน้าอัยการศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ได้ยื่นเรื่องให้คณะตุลาการ ICC พิจารณาออกหมายจับมิน อ่อง หล่าย มาก่อนแล้ว โดยชี้ว่ากองทัพพม่าภายใต้การนำของมิน อ่อง หล่าย ได้ก่อเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงต่อชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ระหว่างปี 2555-2562

นอกจากนี้ ตัวแทนรัฐบาลประเทศแกมเบียยังได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือ ICJ เมื่อปี 2562 ให้มีการสอบสวนข้อคดีที่ มิน อ่อง หล่าย และนายทหารระดับสูงของกองทัพพม่าจำนวนหนึ่ง ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ามีส่วนรู้เห็นในการล้างเผ่าพันธุ์กลุ่มชาวโรฮิงญา และคณะตุลาการ ICJ มีวินิจฉัยให้รับคำร้องและเข้าสู่กระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริง รวมถึงสั่งให้กองทัพพม่าเคารพในหลักการสิทธิมนุษยชนสากลและหยุดละเมิดชาวโรฮิงญา แต่มิน อ่อง หล่าย และกองทัพพม่า ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของ ICJ โดยให้เหตุผลว่าเมียนมาไม่ได้เป็นประเทศภาคีของ ICJ

ทั้งนี้ กองทัพพม่าภายใต้การบังคับบัญชาของมิน อ่อง หล่าย ถูกกล่าวหาว่าใช้วิธีการอันโหดร้ายทารุณและละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์กดดันให้ชาวโรฮิงญาต้องอพยพลี้ภัย ไม่ว่าจะเป็นการเผาทำลายบ้านเรือนในชุมชนชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ไปจนถึงการข่มขืนผู้หญิงโรฮิงญา รวมถึงเด็กหญิงและเด็กชาย และในบางกรณีอาจเรียกได้ว่าเป็นการสังหารหมู่ ทำให้ชาวโรฮิงญาจำนวนมากเสียชีวิต พิการ และต้องอพยพลี้ภัยข้ามฝั่งไปยังบังกลาเทศหลายแสนคนในช่วงเวลากว่าทศวรรษที่ผ่านมา

อ้างอิง:

https://apnews.com/article/argentina-rohingya-myanmar-genocidio-b24f57a8b39ae8aedba87542ba96db80

https://english.dvb.no/argentine-court-requests-arrest-warrants-for-23-myanmar-military-leaders-including-min-aung-hlaing/

On Key

Related Posts

กองกำลังรัฐฉานเหนือ-ใต้ต่างจัดงาน 79 ปีวันชาติไทใหญ่ “RCSS/SSA”จัดใหญ่แม้แต่กองกำลังว้ายังเข้าร่วมเป็นแขก “เจ้ายอดศึก”ชี้หากกลุ่มชาติพันธุ์ยังไม่ได้รับสิทธิเท่าเทียม-ถูกกดขี่ยากที่จะเกิดสันติภาพในพม่า