Search

อดีตบอร์ประกันสังคมหนุน “ไอซ์”รักชนก ร่วมแฉความไม่ชอบมาใน สปส. เผยทำปฎิทินมากเกินความจำเป็น-เคยท้วงติงเรื่องดูงานต่างประเทศจนกลายเป็นแกะดำ ชี้ช่องสอบปี 66 ยกขบวนไปดูงานกันอื้อ

เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568 น.ส.อรุณี ศรีโต ประธานศูนย์ประสานงานแรงงานนอกระบบแห่งชาติ และอดีตกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ กลุ่มผู้ใช้แรงงานนอกระบบจำนวนหนึ่งจะเดินทางไปยังอาคารรัฐสภาเพื่อให้กำลังใจ “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ที่ออกมาต่อสู้เคลื่อนไหวตรวจสอบการใช้งบประมาณของสำนักงานประกันสังคม(สปส.) เพราะเห็นด้วยในการตรวจสอบครั้งนี้เนื่องจากงบประมาณของ สปส.ควรถูกนำมาใช้ประโยชน์ต่อผู้ประกันตนให้มากที่สุดแทนที่จะใช้ไปในทางที่ไม่ก่อเกิดประโยชน์

น.ส.อรุณีกล่าวว่ากรณีการจัดทำปฎิทินที่ดำเนินการมาแล้วหลายปีและใช้งบประมาณสูงนั้น มีอนุกรรมการด้านประชาสัมพันธ์เป็นผู้พิจารณาซึ่งตนเคยตั้งคำถามเพราะเห็นมีปฎิทินไปตั้งไว้ตามศาลาวัดมากมาย จึงไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องจัดทำออกมาเยอะขนาดนั้น เพราะแม้แต่ธนาคารพาณิชย์ต่างๆที่เคยทำปฎิทินออกมาแจก ตอนหลังก็เลิกกันไปเยอะแล้ว แต่ได้รับคำตอบจากผู้ที่เกี่ยวข้องว่าทำน้อยไม่ได้เพราะมีสภาแรงงานขอมาครั้งละจำนวนมาก ขณะที่ผู้นำแรงงานบางส่วนที่ได้ไปก็เอาไปแจกไม่หมดจนต้องเอาไปกองไว้ตามที่ต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้คือเงินของผู้ประกันตนทั้งนั้น

“ถามว่าผู้ประกันตนได้ประโยชน์ทำให้รู้สิทธิด้านประกันสังคมมากขึ้นมั้ย เท่าที่เห็นคนงานก็ใช้ดูวันที่ และวันหวยออก ถ้าจะทำแจก ควรน้อยกว่านี้ได้มั้ย ทำเท่าที่จำเป็นก็พอ ที่บอกว่าเป็นการเผยแพร่ความรู้ของประกันสังคมในปฎิทินฉบับตั้งโต๊ะ มันก็ผ่านตาไป ที่เอามาแจกพวกเราป้าๆทั้งหลาย เราใช้แค่ดูวันที่ และวันหวยออกเท่านั้น เรารู้สึกเสียดายเงิน หากประหยัดตรงนี้แล้วเอาไปชดเชยอย่างอื่น เช่นค่าทำฟันเพิ่มขึ้นได้มั้ย”น.ส.อรุณี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ปลัดกระทรวงแรงงานมองว่าบอร์ดประกันสังคมไม่ควรมาจากการเมือง ผู้นำแรงงานหญิงรุ่นบุกเบิกก่อตั้ง สปส.กล่าวว่า พูดเช่นนั้นไม่ถูกเพราะอย่าลืมว่า ก่อนที่จะมีการจัดตั้ง สปส.ปี 2533 ผู้ใช้แรงงานก็ได้ร่วมกันผลักดันให้ฝ่ายการเมืองสมัยที่พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนกระทั่งออกเป็นกฎหมาย ขณะเดียวกันสำนักงานประกันสังคมควรเป็นองค์กรที่เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะชนได้ แต่กลับกลายเป็นว่าปัจจุบัน สปสช.(สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)เปิดเผยข้อมูลได้มากกว่า นอกจากนี้การมีส่วนร่วมของบอร์ดสปสช.ยังมีดีมากกว่า แต่บอร์ดของ สปส.เหมือนกับถูกกลืนให้เป็นพวกเดียวกันหมด

“ที่เห็นชัดเจนคือกรณีการเดินทางไปดูงานต่างประเทศ ป้าเป็นบอร์ดมา 8 ปีไม่เคยไปกับเขาเลย ทำให้ถูกมองว่าเป็นแกะดำ ระยะหลังพอไปดูงานแล้ว เขาก็มีรายงาน 4-5หน้า ป้าเคยถามประธานบอร์ดคนหนึ่งว่าที่ไปดูงานอังกฤษและประเทศต่างๆในยุโรปใช้เงินแพงๆ ได้ประโยชน์มั้ย แกก็ตอบตรงๆว่าไม่ค่อยได้ประโยชน์เท่าไหร่ ป้าเองก็ไม่เคยเห็นคนที่ไปดูงานมาแล้วมานำเสนอและผลักดันแนวคิดใหม่ๆเลย”น.ส.อรุณี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องการดูงานต่างประเทศของบอร์ดประกันสังคมและผู้บริหารกระทรวงแรงงานที่ใช้งบประมาณของกองทุนประกันสังคมเป็นข่าวอย่างต่อเนื่องและถูกวิพากษ์วิจารณ์มากว่า 20 ปี แต่ปัจจุบันก็ยังดำเนินอยู่ ทำไมถึงแก้ไขไม่ได้ อดีตบอร์ดประกันสังคมกล่าวว่า ตนเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน แม้แต่บอร์ดฝ่ายลูกจ้างเองก็ยังมาบอกตนว่า “ป้า ถ้าไม่ไปก็อย่าพูดเยอะเลย”

“เคยถามเมื่อตอนที่เขาไปดูงานที่เยอรมันกันว่าได้ประโยชน์อะไร แต่เขาก็เงียบกัน จริงๆแล้วป้าอยากให้ไปตรวจสอบตอนปี 2566 เพราะไปดูงานกันเยอะมาก ไม่ใช่แค่บอร์ดใหญ่ ทั้งบอร์ดแพทย์ บอร์ดกองทุนเงินทดแทนก็ไป คณะอนุกรรมการชุดนั้น ชุดนี้ก็ไป แม้กระทั่งหัวหน้าระดับจังหวัดก็ยังได้ไปกันถ้วนหน้า เคยมีผู้บริหาร สปส.คนหนึ่งมายกมือไหว้เพื่อขอให้ป้าไปดูงาน แต่ก็บอกเขาไปว่าฉันตั้งใจมาตั้งแต่ต้นแล้วว่าจะไม่ไปดูงานต่างประเทศ เพราะสมัยที่เป็นคนงาน เราก็ด่าบอร์ดที่ไปดูงาน เมื่อมาเป็นบอร์ดแล้ว หากท้วงติงเขาไม่ได้ ก็อย่าเอาเงินเขาไปใช้เลย ผู้บริหารท่านนั้นก็เลยไม่มาพูดอีก”อดีตบอร์ดประกันสังคม กล่าว

เมื่อถามว่ากรณีการแต่งตั้งบอร์ดการแพทย์ของ สปส.มีความเหมาะสมหรือไม่ น.ส.อรุณีกล่าวว่า การตั้งบอร์ดแพทย์นั้น ฝ่ายลูกจ้างแทบไม่เคยได้มีส่วนร่วมเลย เช่น การตรวจสอบว่าหมอคนนั้นที่มาจากสมาคมโรงพยาบาลเอกชน แล้วโรงพยาบาลนั้นได้ให้บริการผู้ประกันตนดีหรือไม่ ซึ่งผู้ประกันตนไม่เคยมีส่วนร่วมเสนอเลย คนที่เป็นชงเรื่องคือเลขาธิการ สปส.เสนเรื่องให้รัฐมนตรีลงนาม บอร์ดมีหน้าที่แค่เป็นวาระแจ้งให้ทราบเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามถึงสายด่วนและงานให้บริการต่างๆของสปส.ใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นทุกปี การบริการเป็นอย่างไรบ้าง ผู้นำแรงงานกล่าวว่า สมัยเป็นบอร์ดก็เคยพูดในที่ประชุมว่าทำไมสายด่วนของ สปส.ถึงโทรไม่ติดเสียที ยิ่งเมื่อเทียบกับสายด่วนของ สปสช.แล้ว ของสปสช.ดีกว่ามากเพราะนอกจากโทรติดง่ายแล้วยังติดตามเรื่องให้ด้วย แต่บริการสายด่วนของ สปส.ไม่เคยบริการให้เสร็จสิ้นจนจบเรื่องสักที ทั้งๆที่ใช้งบประมาณเยอะมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองเรื่องมาตราฐานการรักษาพยาบาลระหว่างลูกค้าของสปส.กับสปสช.อย่างไร ผู้นำแรงงานหญิงกล่าวว่า สมัยที่ทำหน้าที่บอร์ดประกันสังคมเคยพูดในที่ประชุมว่า ผู้ประกันตนเสียเงินเข้าประกันสังคมทุกเดือนก็น่าจะได้รับการบริการที่ดีและนำหน้า สปสช. แต่ทุกวันนี้กลับกลายเป็นว่า สปสช.ให้บริการที่ดีกว่า ในบางเรื่อง สปส.ปรับตามหลัง สปสช.แทนที่จะพิจารณาตามข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง เช่น กรณีกองทุนชดเชยเยียวยาความผิดพลาดทางการแพทย์ เมื่อ สปสช.มี สปส.จึงมีตามด้วย เราไปเอาเกณฑ์ของ สปสช.มาใช้ ทั้งที่เรื่องนี้มีความจำเป็นมานาน

“อย่างกรณีทำฟัน ของสปสช.ทำฟรีแต่ช้าหน่อยเพราะต้องเข้าคิว แต่สปส.จ่ายให้ 900 บาท คลินิกทันตกรรมรวย ขูดหินปูน 2 ครั้งสิทธิหมดแล้ว หากไปขูดหินปูนแล้วถอนฟันด้วยต้องจ่าย 1,600 บาท เบิกได้ 900 บาท ที่เหลือ 700 บาทเราต้องจ่ายกันเอง เช่นเดียวกับการผ้าตัดส่องกล้องในบางเรื่องที่ผู้ประกันตนยังต้องเสียเงิน แต่สปสช.ไม่เสีย ทำไม สปสช.นำหน้าตลอด”

เมื่อถามว่ามีความจำเป็นต้องปฎิรูปให้ สปส.เป็นองค์กรอิสระหรือไม่ น.ส.อรุณีกล่าวว่าจำเป็น เพราะหากเป็นองค์กรอิสระไม่ว่าจะรูปแบบไหน แต่จ้างมืออาชีพเข้ามาบริหารกองทุนประกันสังคม เชื่อว่าจะทำให้ดีกว่าปัจจุบัน ที่เอาข้าราชการซี 10 ในกระทรวงแรงงานมาผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเลขาธิการ แต่ถ้าจ้างมืออาชีพเข้ามาบริหารรวมถึงกองต่างๆก็ไม่จำเป็นต้องเป็นข้าราชการ แต่เอาผู้ที่มีความรู้ความชำนาญเข้ามาดูแลจะทำให้งานประกันสังคมไปได้ดีกว่าและมีความต่อเนื่อง ที่สำคัญคือเราไม่สามารถคัดคนเก่งได้ ทำให้องค์กรนี้กลายเป็นองค์กรเชื่องช้า แต่เรื่องนี้จะเปลี่ยนแปลงได้ต้องมีฝ่ายการเมืองที่เข้มแข็งและมีความมุ่งมั่น

“ที่เราจะไปเชียร์คุณรักชนกเพราะเห็นด้วยกับแนวทางของเธอ เราอยากให้มีการปฎิรูประบบประกันสังคมและให้เกิดการตรวจสอบที่โปร่งใส สปส.ไม่ควรเป็นเมืองลับแลที่มีอะไรต้องปิดๆหรือบังๆไว้ ไปดูงานเมืองนอกแล้วได้อะไรก็มาบอกเลย ดูมาแล้วเอามาแก้ไขอะไรได้บ้าง แต่ถ้าไปดูเฉยๆอย่าไป ไปดูงานเราไม่ว่ากัน แต่ดูแล้วต้องเกิดประโยชน์ ถ้าดูแล้วไม่ได้ผลักดันอะไรก็อย่าไปดู เสียงบประมาณเปล่าๆ”ผู้นำแรงงาน กล่าว