Search

ภาคประชาชนไทย-พม่าเรียกร้อง 6 ข้อต้าน “มินอ่องหลาย” ร่วมประชุมบิมสเทค แนะไม่ควรเจรจา 2 ฝ่าย-ลงนามนิติกรรมใดๆด้วย ประณามรัฐบาลแพทองธารไม่คำนึงถึงหลักนิติรัฐ-รณรงค์แต่งดำประท้วง

เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 เวลา 19.00 น.ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ได้มีการแถลงข่าวประณามการเชิญ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารพม่าเข้าร่วมประชุมบิมสเทค(ความริเริ่มแห่งอ่าวเบงกอลสำหรับความร่วมมือหลากหลายสาขาทางวิชาการและเศรษฐกิจ-Bay of Bengal Initiative Multi-Sectoral Technical and Economic Cooperation หรือ BIMSTEC)

นายวิชัย จันทวาโร ตัวแทนภาคประชาสังคมไทย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เราได้เดินทางไปยื่นหนังสือให้รัฐบาลไทยขอให้ยกเลิกการเชิญพล.อ.มิน อ่อง หล่าย มาร่วมประชุมในครั้งนี้ รวมทั้งได้ยื่นหนังสือถึงสถานเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกบิมสเทค แต่น่าเสียดายวันนี้เราได้เห็น พล.อ.มิน อ่อง หลาย เหยียบแผ่นดินไทยในขณะที่การเกิดแผ่นดินไหวผ่านมาได้เพียง 6 วัน

นายไมค์ ภาคประชาสังคมในพม่าได้กล่าวผ่านระบบออนไลน์ว่า ในพม่าเวลานี้เป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด ความทุกข์ทรมานนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อาชญากรมินอ่องหล่ายที่ทำรัฐประหารยังจะทิ้งระเบิดโจมตีประชาชนผู้บริสุทธิ์ และยังเรียกร้องความช่วยเหลือจากนานาชาติ ในสถานการณ์นี้การที่ได้รับเชิญจากรัฐบาลไทยมาร่วมประชุมด้วยเป็นเรื่องที่เราไม่คาดคิดและเศร้าใจมาก ขอร่วมกับประชาชนไทยผลักดันให้ยุติการเชิญบุคคลนี้มาร่วม ตอนนี้พม่าเป็นห้วงเวลาแห่งความทุกข์ยาก แต่รัฐบาลไทยซึ่งมีอำนาจเต็มกลับเชิญเขามาร่วมประชุม เราขอขอบคุณประชาชนไทยที่ช่วยประชาชนพม่ายืนเคียงข้างกันมาโดยตลอด แต่เวลานี้รัฐบาลไทยซึ่งสามารถที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งได้ก็ไม่ได้ดำเนินการ

“เราเรียกร้องให้พี่น้องแรงงานพม่าหยุดงานอยู่ที่บ้านในวันที่ 4 เมษายน และขอให้แต่งชุดดำจนกว่ามิน อ่อง หลาย จะออกจากประเทศไทย”นายไมค์ กล่าว

นายธีระชัย ศาลเจริญกิจถาวร ผู้แทน ETOs Watch Coalition กล่าวว่า เราต้องไม่ให้เวทีที่ไทยเป็นเจ้าภาพเป็นพื้นที่ฟอกขาวให้ พล.อ.มิน อ่อง หลาย และในเวทีนี้ ไทยควรยืนยันว่าไม่ให้มินอ่องหลาย เจรจาการค้าไปมากกว่านี้ เพราะทุกวันนี้การที่ไทยนำเข้าก๊าซจากพม่า 3 แหล่งในพม่า เงินที่เราจ่ายค่าก๊าซกำลังสนับสนุนการเข่นฆ่าประชาชนพม่าในทางอ้อมโดยมีอยู่ในรายงานระบุว่า 70-80% ถูกนำไปใช้ด้านการทหารเพื่อปราบปรามกองกำลังชาติพันธุ์และประชาชนในประเทศพม่า แม้แต่เกิดแผ่นดินไหวแล้วก็ยังโจมตีทางอากาศ ซึ่งเกิดขึ้น 32 ครั้งและมีผู้เสียชีวิตประมาณ 50 รายในหลายสถานที่

“เราไม่ควรมีการเจรจาและมีข้อตกลงใดๆกับเผด็จการทหารพม่า เราต้องไม่มีการลงทุนเพิ่มในพม่าเพราะเป็นการนำเงินไปสนับสนุนกองทัพพม่า เราไม่อยากให้ประเทศไทยแปดเปื้อนไปกว่านี้ เราจำเป็นต้องปกป้องสิทธิมนุษยชนในพม่า และไทยไม่ควรไปสังฆกรรมใดๆกับทหารพม่าเพิ่มเติม”นายธีระชัย กล่าว

ทั้งนี้ในช่วงท้ายได้มีการอ่านแถลงการณ์ซึ่งมีเนื้อหาบางส่วนระบุว่า การที่รัฐบาลไทยเชิญพล.อ. มิน อ่อง หล่าย มาร่วมประชุมระดับนานาชาติถือเป็นการให้ความชอบธรรมต่ออาชญากรที่ทั่วโลกประณาม และอาจส่งผลให้กองทัพเมียนเข้าถึงเงินทุน และทรัพยากรในการซื้ออาวุธเพื่อทำสงครามเข่นฆ่าชีวิตคนเมียนมามากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องน่าอับอายและเสียหายต่อประเทศไทยอย่างยิ่ง

“ภาคประชาสังคมไทยจึงขอประฌามรัฐบาลไทย นำโดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และคณะในการกระทำดังกล่าว รวมถึงรัฐบาลประเทศสมาชิกบิมสเทค และขอให้คำนึงหลักหลักนิติรัฐ (Legal State) หลักนิติธรรม (Rule of Law) หลักกฎหมายระหว่างประเทศ หลักสิทธิมนุษยชน และที่สำคัญที่สุดคือหลักมนุษยธรรม”แถลงการณ์ระบุ

แถลงการณ์ได้ระบุเรียกร้องให้รัฐบาลไทยและสมาชิกบิมสเทคว่า 1.ไม่ให้มีการเจรจาสองฝ่ายกับผู้นำกองทัพเมียนมา 2.ไม่ลงนามในข้อตกลงใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเป็นสมาชิกบิมสเทค กับผู้นำกองทัพเมียนมา 3.ไม่ให้การต้อนรับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่องหล่าย เสมือนเป็นผู้นำประเทศ รวมถึงปฏิเสธการจับมือต้อนรับ 4.ออกแถลงการณ์ร่วม 6 ประเทศสมาชิก (ยกเว้นเมียนมา) เรียกร้องให้กองทัพเมียนมาหยุดยิงทั่วประเทศ และเปิดรับความช่วยเหลือจากทีมกู้ภัยนานาชาติอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเดินทางเข้าประเทศเพื่อรายงานเหตุการณ์แผ่นดินไหว รวมถึงรับรองความปลอดภัย


On Key

Related Posts

แก๊งสแกมเมอร์โหดเหี้ยมขึ้นหลังถูกปราบปรามอย่างหนัก-รองประธานมูลนิธิฯเผยเหยื่อถูกหลอกไป “คิงส์โรมัน”เดือนละนับร้อยคน-ชี้ระบบคัดแยกมีปัญหา เชียงรายจับถี่มาเฟียจีนหนีข้ามแดนกลบดานไทย

ความหวังของชาวไทใหญ่พุ่งกระฉูดหลังกองกำลังรัฐฉานเหนือ – ใต้นั่งหารือกันชื่นมื่นด้วยบารมีครูบาบุญชุ่ม-เยาวชนไตออกแถลงการณ์สุดอ้างว้าง-เรียกร้องกองกำลังร่วมกันปกป้องประชาชน

เผยเด็ก-เยาวชนเชียงรายกำลังเผชิญภาวะทุพโภชนาการ ผู้เชี่ยวชาญเผยสถิติน่าตกใจ-เสี่ยงป่วย พชภ.จับมือเครือข่ายสนับสนุนโครงการ”เด็กกายดี” ส่งเสริมการละเล่นภูมิปัญญาดั้งเดิม- ชูอาหารท้องถิ่นปลอดภัย