Search

ผลการตรวจพบน้ำกกอยู่ในเกณฑ์ “เสื่อมโทรม”ไม่ควรใช้น้ำอุปโภคบริโภค เผยนอกจากสารหนูเกินมาตรฐานแล้ว ยังมีสารปรอทเกินในบางจุด จังหวัดเชียงใหม่เรียกประชุมใหญ่ผู้เกี่ยวข้องวันที่ 8 เมย. นายอำเภอแม่อายเร่งประชาสัมพันธ์ถึงชาวบ้าน-เตือนระวังกินปลา

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าการตรวจพบสารหนูปนเปื้อนในแม่น้ำกก บริเวณ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ซึ่งคาดว่ามีสาเหตุมาจากการทำเหมืองแร่ทองคำที่มีการเปิดหน้าดินบริเวณกว้างริมแม่น้ำกกในเขตเมืองสาด รัฐฉานใต้ ใกล้ชายแดนไทย ทั้งนี้จากรายงานที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 ได้แจ้งผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำกรณีแม่น้ำกกมีสีขุ่นผิดปกติ อ.แม่อาย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ระบุว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างน้ำผิวดินในแม่น้ำกก 3 จุด เพื่อวิเคราะห์คุณภาพน้ำผิดดิน ตรวจวัดโลหะหนักพร้อมด้วยไซยาไนด์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 โดยผลพบว่าแม่น้ำกกอยู่ในเกณฑ์ “เสื่อมโทรม” ทั้ง 3 จุด โดยพบพารามิเตอร์ที่มีค่าเกินมาตรฐานได้แก่

1.โลหะหนัก พบตะกั่ว(Pd)เกินมาตรฐานในจุดที่1 (ชายแดนไทย-พม่า หย่อมบ้านแก่งตุ๋ม) และสารหนู(As) เกินมาตรฐานทั้ง 3 จุด

2.พารามิเตอร์ที่เกินมาตรฐานส่งผลต่อคุณภาพน้ำผิวดิน ได้แก่ ความสกปรกในรูปสารอินทรีย์(BOD) การปนเปื้อนของแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด(TCB) ฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย(FCB) เกินมาตรฐานทั้ง 3 จุด และแอมโมเนีย(NH3) เกินมาตรฐานในจุดที่ 3 (บ้านผาใต้)

3.ค่าความขุ่นสูงในจุดที่ 1 ที่ติดชายแดนไทย-พม่าคือ 988 NTU ซึ่งแหล่งน้ำโดยทั่วไปไม่ควรมีค่าเกิน 100 NTU เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของสัตว์น้ำและพืชน้ำ

ทั้งนี้สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 ได้มีข้อเสนอระยะสั้นคือ 1.สื่อสารแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบแม่น้ำกกจากผลกระทบต่อคุณภาพที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเล่นน้ำ การบริโภคสัตว์น้ำ การสังเกตและตรวจระบบประปาเพื่อการอุปโภคบริโภค

2.จัดตั้งคณะทำงานในการพัฒนาแผนหรือมาตรฐานในการปรับปรุงแก้ไขและลดระดับความขุ่นและสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก แสวงหาข้อเท็จจริงและข้อมูลเพิ่มเติม จัดทำแนวในการดูแลรักษาระบบประปาอุปโภคบริโภคน้ำ ตามบทบาทหน้าที่

รายงานข่าวแจ้งว่า การตรวจวัดไซยาไนด์และโลหะหนัก 10 ชนิดในแม่น้ำกก อาทิ แคดเมียม นิกเกิล สังกะสี ปรอท สารหนู เหล็ก พบว่าไซยาไนด์อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่โลหะหนัก 2 ชนิด พารามิเตอร์เกินมาตรฐาน โดยตะกั่วบริเวณจุดที่ 1 มีค่า 0.076 mg/L โดยในแหล่งน้ำมักพบตะกั่วในปริมาณน้อย การปนเปื้อนตะกั่วมักมีสาเหตุมาจากการปล่อยน้ำเสียจากโรงงาน จากเหมืองแร่ และจากน้ำฝนที่ชะล้างสารตะกั่วจากอาการและพื้นดินสู่แหล่งน้ำ

สำหรับสารหนู(As) พบทั้ง 3 จุด มีค่าเกินมาตรฐานน้ำผิวดิน โดยมีค่า 0.026 ,0.012 และ 0.013 mg/L ตามลำดับ (จากค่ามาตรฐาน 0.01)โดยสารหนูในน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำบาดาลซึ่งเกิดจากการละลายของแร่ธาตุในน้ำ รวมถึงน้ำทิ้งจากโรงงานที่มีการใช้ยากำจัดศัตรูพืชหรือสัตว์

ทั้งนี้ในรายงานชิ้นนี้ได้ระบุว่า ตะกั่วเป็นโลหะหนักที่มีพิษร้ายแรงต่อมนุษย์และสัตว์ สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น ทางอาหารและน้ำ ทางลมหายใจ และทางผิวหนัง พิษจากตะกั่วทำให้ร่างกายมีความผิดปกติต่างๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน มีอาการทางประสาทและกล้ามเนื้อ นอนไม่หลับ คลุ้มคลั่ง เกิดความคิดสับสน ปวดศรีษะ ถ้าได้รับปริมาณมาก อาจชักและตายได้ ร่างกายสามารถขับถ่ายตะกั่วออกมาได้เพียงบางส่วน ส่วนที่เหลือจะสะสมอยู่ในร่างกายที่ตับ ไต เลือด และเซลล์ต่างๆ ซึ่งเป็นอันตรายได้ในภายหลัง ในแหล่งน้ำมักพบตะกั่วในปริมาณน้อย การปนเปื้อนของตะกั่วในแหล่งน้ำ มักมีสาเหตุจากการปล่อยน้ำเสียจากโรงงาน จากเหมืองแร่ และจากน้ำฝนที่ชะล้างสารตะกั่วจากอากาศและพื้นดินลงสู่แหล่งน้ำ

สำหรับสารหนูมีความเป็นพิษอย่างรุนแรงและก่อให้เกิดมะเร็ง เมื่อเข้าในร่างกายโดยการกินและการหายใจจะทำลานระบบทางเดินอาหารและส่วนอื่นๆของร่างกาย และอาจตายในที่สุด จึงนิยมใช้เป็นยาเบื่อหนูและเป็นที่มาจากชื่อสารหนู ผู้ที่บริโภคนำสารหนูเข้าไปเพียง 100 มก.สามารถก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต และยังสามารถสะสมอยู่ในร่างกาย ทำให้เกิดอันตรายได้ในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเป็นต้นเหตุให้เกิดมะเร็ง ดังนั้นในน้ำดื่มจึงไม่ควรมีสารหนูเกิน 0.05 มก/ลิตร สารหนู่สามารถพบได้ในน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำบาดาลซึ่งเกิดจากการละลายของแร่ธาตุในน้ำ และน้ำทิ้งจากโรงงานที่มียากกำจัดศัตรูพืชหรือสัตว์

นางสลีลญา คำภาแก้ว นายอำเภอแม่อาย จ.เชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจพบสารหนูปนเปื้นในแม่น้ำกก บริเวณ ต.ท่าตอน ซึ่งไหลเข้ามาจากรัฐฉาน ประเทศพม่า เกินมาตรฐาน ว่าเบื้องต้นได้ประสานกับทางจังหวัดเชียงใหม่และสำนักงานสิ่งแวดล้อมฯ โดยขณะนี้สำนักสิ่งแวดล้อมฯ แจ้งผลเป็นทางการมาถึงในเย็นวันเดียวกันนี้ เพื่อขอให้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรับทราบข้อมูลในการปฎิบัติตนและการเฝ้าระวัง และให้ อสม.และสาธารณสุขทำความเข้าใจกับชาวบ้านในเรื่องของสุขภาพถึงผลกระทบที่เกิดจากสารหนู

นางสลีลญากล่าวว่า ในวันที่ 8 เมษายน จะมีการประชุมใหญ่ระดับจังหวัดเพื่อเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาหารือ โดยเบื้องต้นทางอำเภอจะเร่งประชาสัมพันธ์เรื่องข้อมูลต่างๆให้ชาวบ้านได้ดูแลเรื่องของสุขภาพ เบื้องต้นเราจะเอาข้อมูลที่จังหวัดส่งมาแจ้งให้กำนันผู้ใหญ่บ้านประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านทราบเพื่อระวังในเรื่องของการเล่นน้ำหรือการทำกิจกรรมเกี่ยวกับน้ำกก

“เรื่องของการเล่นน้ำ อาจมีผลกระทบต่อร่างกายเพราะอาจเป็นผื่นแพ้ และขอให้งดในการใช้น้ำอุปโภคบริโภคเพราะมีสารปนเปื้อน” นายอำเภอแม่อาย กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่หลายคนเป็นห่วงเรื่องที่มีการน้ำดิบในแม่น้ำกกทำน้ำประปา นายอำเภอกล่าวว่า ส่วนใหญ่ชาวบ้านไม่ค่อยได้ใช้ประปาท้องถิ่นแต่ใช้ประปาภูเขา และใช้น้ำจากแม่น้ำฝาง ส่วนประปาภูมิภาคก็มีการเชิญร่วมประชุมในวันที่ 8 เมษายนด้วยเช่นกันซึ่งคงได้หารือกันทั้งระยะสั้นและระยะยาว