Search

ความวังเวงของแม่น้ำกก

ภาสกร จำลองราช

ภาพด้านบนนี้เพิ่งได้มาจากชาวบ้านท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เป็นเรือขุดทองริมแม่น้ำกกที่มีอยู่นับ 10 ลำ บริเวณเมืองสาด ในรัฐฉานที่ใกล้ชายแดนไทย ซึ่งเป็นคำตอบว่าทำไมแม่น้ำกกถึงมีสีขุ่นข้นมาตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่เมื่อเดือนกันยายน 2567 และดินโคลนมหาศาลที่ปนมากับอุทกภัยครั้งนี้มาจากไหน

ที่สำคัญยังเป็นคำตอบว่า สารหนูและสารตะกั่ว ที่เกินมาตรฐานในแม่น้ำกกที่ไหลผ่าน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มาจากไหน

เป็นครั้งแรกที่มีภาพถ่ายเหมืองทองจากเขตยึดครองของว้าในฝั่งรัฐฉานหลุดรอดออกมาสู่ชายแดนไทยเพื่อยืนยันความเลวร้ายที่เกิดขึ้นบริเวณต้นแม่น้ำกก เพราะในพื้นที่นี้มีทหารของกองกำลังว้า (United Wa State Army -UWSA) คุมเข้มคอยอำนวยความสะดวกให้คนจีนมาทำเหมืองทอง

ที่ผ่านมาเราจึงเห็นแค่ภาพที่ดึงเอาจากกูเกิลเอิร์ธ ซึ่งเห็นการเปิดหน้าดินในบริเวณกว้างต้นแม่น้ำกก และมีหลังคาขนาดใหญ่หลายแห่งที่คาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของเหมืองทอง

นับตั้งแต่เกิดอุทกภัยใหญ่ท่วมสองฟากแม่น้ำกกเมื่อกว่า 6 เดือนก่อน จนถึงวันนี้แม่น้ำกกขุ่นข้นมาโดยตลอด ทั้งๆที่ในปีก่อนในฤดูแล้ง น้ำกกจะใสแจ๋วเหมาะกับการลงเล่นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้เกิดคำถามจากชาวบ้านริมแม่น้ำกกมาอย่างต่อเนื่อง และสื่อเองก็พยายามตั้งคำถามมาโดยตลอด แต่ดูเหมือนภาครัฐจะใส่ใจในความเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำกกน้อยมาก หากไม่ถูกกระตุ้นเตือน

แม้กระทั่งต้นสายปลายเหตุของดินโคลนที่ปนมากับน้ำเมื่ออุทกภัยใหญ่ ก็แทบไม่มีหน่วยงานราชการใดเป็นเจ้าภาพที่จะหาสาเหตุของต้นตอ

ถ้าจำได้หลังเกิดอุทกภัยใหญ่ไม่กี่วันรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมระดับชาติชื่อว่าคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (คอส.)ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน พร้อมทั้งจัดตั้ง ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่ม (ศปช.)ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ขึ้นมาภายหลังจากรัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความ “ไร้ประสิทธิภาพ”ในการแจ้งเตือนภัยพิบัติ รวมทั้งดูแลเยียวยา

แต่แล้วคณะกรรมการฯชุดใหญ่ที่ตั้งท่าขึงขังในเพียงระยะสั้น เมื่อกระแสซาลง ทุกอย่างเงียบหายไปพร้อมกับฤดูฝนที่เคลื่อนสู่ฤดูหนาว

ในขณะที่แม่น้ำกกไม่เคยหายขุ่นข้นเลยแม้แต่วันเดียวนับตั้งแต่อุทกภัยใหญ่ แต่กลับไม่เคยมีใครในซุปเปอร์บอร์ด หรือหน่วยงานราชการใดๆที่เกี่ยวข้องคิดที่จะหาคำตอบของแหล่งที่มาของโคลนจำนวนมหาศาลที่สร้างความรุนแรงในภัยพิบัติครั้งนั้น

แม้กระทั่งสีของแม่น้ำกกฟ้องประจานให้เห็นอยู่ทุกวัน แต่กลับไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งชาวบ้านท่าตอนต้องเดินขบวนประท้วง พร้อมกับการกระทุ้งใหญ่จากหลายภาคส่วน จึงได้มีการนำตัวอย่างน้ำและดินไปตรวจวัดคุณภาพ จนได้ทราบว่ามีสารโลหะหนักปนเปื้อนน้ำกก

ที่น่ากังวลใจไม่แพ้กันคือการตรวจพบค่าความขุ่นที่เพิ่มถึง 8-9 เท่า ทำให้แม่น้ำกกตกอยู่ในเกณฑ์ “เสื่อมโทรม” ส่งผลต่อระบบนิเวศโดยเฉพาะปลาและสัตว์น้ำต่างๆที่อาจอยู่ไม่ได้ และยังไม่แน่ใจว่าสารโลหะหนักที่เกินมาตรฐานนี้ได้เข้าไปในห่วงโซ่อาหารแล้วหรือยัง

แม่น้ำกก เปรียบเสมือนเส้นเลือดที่สำคัญของประชาชนนับแสน ตั้งแต่ไหลเข้าไทยที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ผ่านในหลาย อำเภอใน จ.เชียงราย โดยเฉพาะอำเภอเมือง ที่ใช้น้ำดิบจากแม่น้ำกกทำน้ำประปา และไปลงแม่น้ำโขงที่ อ.เชียงแสน

แต่น่าวังเวงใจยิ่งที่ต้นน้ำสายน้ำแห่งนี้กลับถูกกระทำย่ำยีจากการเปิดหน้าดินในวงกว้างเพื่อทำเหมืองทองของกองกำลังว้าซึ่งนอกจากสร้างปัญหาเรื่องผลิตยาเสพติดส่งเข้าประเทศไทยแล้ว ยังให้อนุญาตให้พวกจีนเทาเหล่านี้มาตักตวงผลประโยชน์ทำเหมืองทองและขุดแร่ต่างๆโดยไม่สนใจคนท้ายน้ำ

เมื่อวานซืนนายกรัฐมนตรีไทยยืนจับมือกับ พล.อ.มินอ่องหลาย ระหว่างการมาร่วมประชุมบิมสเทคด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส เธอจะรู้บ้างไหมคณะกรรมการ คอส.ที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นมาเพื่อดูแลภัยพิบัติ และตัวนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีภัยพิบัติใหญ่ที่เป็นผลกระทบข้ามแดนจากฝั่งพม่าเกิดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายอีกระลอก

สิ่งที่ควรหารือกับพล.อ.มินอ่องหลาย หัวข้อใหญ่ไม่ใช่เรื่องการปราบปราบแก๊งสแกมเมอร์ เพราะพื้นที่เมียวดีรัฐบาลทหารพม่าเข้าไม่ถึง แต่ควรเป็นเรื่องแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย ที่รัฐบาลทหารพม่าสนับสนุนให้ทหารว้ามายึดครองเพื่อสร้างอิทธิแทนทหารไทใหญ่

อีกเพียง 1-2 เดือน ประเทศไทยย่างเข้าสู่ฤดูฝนอีกครั้ง ในขณะปรากฏหลักฐานชัดว่ามีการทำเหมืองทองทั้งที่ต้นแม่น้ำกกและต้นแม่น้ำสาย แต่ระบบเตือนภัยและการเตรียมตัวรับมืออุทกภัยตลอดลำน้ำทั้งสองซึ่งเป็นแม่น้ำข้ามแดนกลับมีความคืบหน้าน้อยมาก แถมในน้ำยังมีสารโลหะหนักปนเปื้อนด้วย ที่น่าระแวงคือโคลนที่ไหลมาครั้งที่แล้วซึ่งยังชะล้างกันไม่หมด และไม่แน่ใจว่าโคลนเหล่านั้นมีสารพิษปะปนมาด้วยหรือไม่

ชาวบ้านลุ่มน้ำกกและลุ่มน้ำสายคงต้องลุ้นระทึกกันต่อไปสวดอ้อนวอนเทวดาฟ้าดินดูท่าจะมีหวังและอบอุ่นใจกว่ารอคำตอบจากรัฐบาล

สวดอ้อนวอนเทวดาฟ้าดินดูท่าจะมีหวังและอบอุ่นใจกว่ารอคำตอบจากรัฐบาล

On Key

Related Posts

เผยเด็ก-เยาวชนเชียงรายกำลังเผชิญภาวะทุพโภชนาการ ผู้เชี่ยวชาญเผยสถิติน่าตกใจ-เสี่ยงป่วย พชภ.จับมือเครือข่ายสนับสนุนโครงการ”เด็กกายดี” ส่งเสริมการละเล่นภูมิปัญญาดั้งเดิม- ชูอาหารท้องถิ่นปลอดภัย

กำชับตรวจเข้ม-ห้ามขนของผิดกฎหมายผ่าน ขสป.แม่ยวม-สาละวิน ผอ.คนใหม่เผยอะลุ่มอล่วยให้ชาวบ้านใช้ถนนได้หากมีความจำเป็นเร่งด่วน-นักวิชาการลงพื้นที่-แนะเปิดเส้นทางให้ชาวบ้านลดความเสี่ยงอันตราย