Search

ระแวงหน่วยกู้ภัยต่างชาติ ผู้นำเบอร์ 2 กองทัพพม่า สั่งคุมเข้มการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว แถมตระบัดสัตย์เดินหน้าโจมตีหลายรัฐชาติพันธุ์

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2568 สำนักข่าว Irrawaddy รายงานว่า พล.อ.โซวิน ผู้บัญชาการกองทัพพม่าซึ่งเป็นผู้มีอำนาจหมายเลข 2 รองจาก พล.อ.มินอ่องหล่าย ได้สั่งการให้หัวหน้าคณะรัฐมนตรีในระดับภูมิภาคและระดับรัฐคุมเข้มหน่วยกู้ภัยต่างชาติที่เข้ามาช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในพม่า โดยห้ามอนุญาตให้หน่วยบรรเทาทุกข์ต่างชาติหรือหน่วยงานเอ็นจีโอ สามารถปฏิบัติงานได้อย่างอิสระ หรือเข้าไปตามเขตพื้นที่ประสบภัย เว้นแต่ว่าทางเจ้าหน้าที่บรรเทาทุกข์ต่างชาติเหล่านั้นให้ความร่วมมือหรือเชื่อฟังทางการพม่าเท่านั้น โดยขณะนี้ มีหน่วยงานกู้ภัยจาก 26 ประเทศ เข้ามาให้การช่วยเหลือเหยื่อแผ่นดินไหวในพม่า

ขณะที่ความคืบหน้าล่าสุด พบศพอย่างน้อยอีก 80 ศพ ในโรงแรม Great Wall ในเมืองมัณฑะเลย์ หลังจากที่หน่วยกู้ภัยจากต่างชาติและหน่วยกู้ภัยในพม่าได้นำผนังและเศษหินออกได้สำเร็จ อย่างไรก็ตาม การย้ายผนังของโรงแรมออก ทำให้ตัวอาคารของโรงแรมด้งกล่าวพังทรุดลงไปอีก แต่โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และขณะนี้ ทีมกู้ภัยกำลังดำเนินการกู้ศพขึ้นมาจากซากปรักหักพัง

กรมอุตุนิยมวิทยาและอุทกวิทยาของพม่าได้ประกาศในบ่ายวันเดียวกันว่า สามารถบันทึกอาฟเตอร์ช็อกรวมทั้งหมด 90 ครั้งนับตั้งแต่เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2568 และจนถึงขณะนี้ เหยื่อแผ่นดินไหวจำนวนมากต้องนอนหลับบนท้องถนนในตอนกลางคืนในสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว

ทั้งนี้ แผ่นดินไหวทำให้ผู้คนต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน เพราะกลัวว่าอาฟเตอร์ช็อกที่อาจทำให้อาคารและตึกได้รับความเสียหายหรือพังทลายลงมาอีก

ขณะที่เมื่อคืนวันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในมัณฑะเลย์และเขตสะกายที่อาศัยหลับนอนในเต็นท์บนท้องถนนต้องเผชิญพายุฝนจนไม่มีที่หลับนอนซึ่งซ้ำเติมความทุกข์ยากของชาวบ้านเข้าไปอีก

ขณะที่สื่อของทางการพม่ารายงานว่า ภัยพิบัติแผ่นดินไหวทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 3,471 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 4,671 คน และยังสูญหายอีก 214 คน

ด้านนายทอม เฟล็ตเชอร์ หัวหน้าหน่วยงานบรรเทาทุกข์ของสหประชาชาติ ได้โพสต์คลิปวิดีโอที่เมืองมัณฑะเลย์ลงในโซเชียลมีเดียว่า จำเป็นต้องมีการเร่งจัดหาน้ำและอาหาร รวมทั้งซ่อมแซมไฟฟ้าอย่างเร่งด่วน เพราะมีประชาชนจำนวนมากในพื้นที่ยังคงไม่มีที่พักพิง โดยขอบเขตความเสียหายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ‘ร้ายแรงมาก’ จำเป็นต้องจัดหาเต็นท์และมอบความหวังให้กับผู้รอดชีวิตที่กำลังสร้างชีวิตอันแตกสลายของพวกเขาขึ้นมาใหม่

ขณะที่สำนักข่าว SHAN สื่อของไทใหญ่รายงานว่า บางหมู่บ้านเล็กๆ

อย่างที่หมู่บ้าน ‘เจ้กตะยะ’ ในตำบลปะเล็ก เขตมัณฑะเลย์ พบว่า บ้านเรือนจำนวน 30 หลังคาเรือนในหมู่บ้านจมอยู่ใต้ดินหลังเกิดแผ่นดินไหว ชาวบ้านไม่สามารถกลับมาฟื้นฟูบ้านของตนที่จมอยู่ใต้ดินได้ ขณะที่ความช่วยเหลือยังเข้าไม่ถึงในพื้นที่นี้ เนื่องจากเป็นหมู่บ้านชนบทที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมือง โดยประชาชนยังคงเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ“กองทัพพม่ายังคงเดินหน้าโจมตีในหลายพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยได้ใช้ทั้งการโจมตีทางอากาศและยิงปืนใหญ่ระหว่างเมืองโมเป (เมืองปาย ในภาษาไทใหญ่) และเมืองหลอยก่อ ชายแดนรัฐฉานและรัฐคะเรนนี ทำให้มีชาวบ้านเสียชีวิต 5 ราย แม้ในพื้นที่จะไม่มีเหตุสงครามก็ตาม นอกจากนี้ กองทัพพม่ายังโจมตีทางอากาศที่หมู่บ้าน ‘หนองแหลง’ และที่หมู่บ้าน ‘น่ำสองฮู’ ในเมืองหนองเขียว ทำให้มีบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหาย 4 หลังคาเรือน”สำนักข่าว SHAN รายงาน

“กองทัพพม่ายังคงเดินหน้าโจมตีในหลายพื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยได้ใช้ทั้งการโจมตีทางอากาศและยิงปืนใหญ่ระหว่างเมืองโมเป (เมืองปาย ในภาษาไทใหญ่) และเมืองหลอยก่อ ชายแดนรัฐฉานและรัฐคะเรนนี ทำให้มีชาวบ้านเสียชีวิต 5 ราย แม้ในพื้นที่จะไม่มีเหตุสงครามก็ตาม นอกจากนี้ กองทัพพม่ายังโจมตีทางอากาศที่หมู่บ้าน ‘หนองแหลง’ และที่หมู่บ้าน ‘น่ำสองฮู’ ในเมืองหนองเขียว ทำให้มีบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหาย 4 หลังคาเรือน” สำนักข่าว SHAN รายงาน

ภาพจากเพจ The Irrawaddy

On Key

Related Posts