
เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2568 น.ส.กัลยา ทาสม หรือ “ผอ.ปุ๊” อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 จ.อ่างทอง ซึ่งถูกดำเนินคดีรับเด็กพม่า 126 คน เข้าเรียนหนังสือ ได้เดินทางไปยัง สภ.อ่างทอง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหานำพาบุคคลต่างด้าว หลบหนีเข้าเมือง และข้อหาให้ที่พักพิง มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท ร่วมกับ มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,0000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
น.ส.กัลยา กล่าวว่า ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาและส่งเอกสารเพิ่มเติม หลังจากนี้ทางทนายความแนะนำว่าต้องเดินตามที่เขาจะส่งไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.ภาค ที่ จ.สระบุรี
“มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งบอกว่าเราจะมองในแง่มนุษยธรรมอย่างเดียวไม่ได้ ไม่อย่างนั้นเราจะมีกฎหมายไว้ทำไม เขาพูดประมาณนี้ แต่ว่าเขาก็พูดในงานของเขา แต่เราก็มองในงานของเรา เราทำงานกับเด็ก เราก็มองว่าบางอย่างมันควรจะผ่อนปรนได้ไหม อย่างเด็กที่เขาเข้ามาบ้านเรา ตอนนี้เราปฏิเสธไม่ได้ว่าทะลักเข้ามาเยอะมาก ถ้าเราไม่ดูแลเขาตั้งแต่ตอนเล็กๆ ให้การศึกษา โตไป ถ้าเขาไปติดยา ไปลักเล็กขโมยน้อย มันก็มีให้เห็นอยู่แล้ว เดี๋ยวนี้คนไทยเราไม่ทำงานแรงงานแล้ว เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราต้องพึ่งพาแรงงานจากเพื่อนบ้าน ถ้าเราสอนเขาตั้งแต่วันนี้ มันจะทำให้เขาอยู่รวมกับเราได้ เด็กเหล่านี้ทุกคนมีศักยภาพที่จะพัฒนาตัวเอง เด็กทุกคนก็อยากจะพัฒนาตัวเอง ถ้าเราให้ เขาก็ตอบแทนเราในสิ่งที่ดีๆ” ผอ.ปุ๊ กล่าว
เมื่อถามว่าผิดหวังหรือไม่ที่กระบวนการทางกฎหมายดำเนินการมาถึงขั้นนี้หรือว่าโล่งใจที่จะได้เดินต่อ อดีต ผอ.โรงเรียนไทยรัฐวิทยา 6 ตอบว่า ก็ทั้ง 2 อย่าง แต่ยังไม่รู้ว่าจะดำเนินต่อไปในแนวทางไหน
“เอกสารของ ป.ป.ช.ประมาณว่า ดำเนินคดีตามที่อัยการสั่งฟ้อง ไม่ได้รู้เรื่องการศึกษา เขียนสำนวนไปประมาณไหนก็ตัดสินไปตามเอกสารสำนวนที่เขาว่ามา เมื่อตั้งข้อกล่าวหาอย่างนี้ เราก็ต้องตั้งรับ ตั้งสติแล้วไปให้มันถูกแนวทาง นักการศึกษาบางท่านบอกว่าจะมาตั้งข้อกล่าวหากันอย่างนี้ไม่ถูกเพราะเราก็ทำตามหน้าที่ ทำตามคู่มือเอกสาร” ผอ.ปุ๊ กล่าว
ทั้งนี้ น.ส.กัลยา กล่าวด้วยว่า ขั้นตอนทางกฎหมายต่อไปจะมีการนัดส่งตัววันที่ 1 พฤษภาคม 2568 ที่ศาลอัยการทุจริตภาค 1 ที่ จ.สระบุรี



