Search

สาธารณสุขแม่สายแจ้งเตือนหลีกเลี่ยงใช้น้ำแม่สายรดพืชผัก “พระมหานิคม” เผยที่มาของเหมืองทองต้นน้ำกก ชาวบ้านท่าตอนกินไม่ได้นอนไม่หลับหลังพบสารโลหะหนักในน้ำ วอนรัฐเร่งแก้ไข

เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 เพจที่ว่าการอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย ได้ออกประกาศที่ลงนามโดยนายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย แจ้งเตือนกรณีตรวจพบสารหนูปนเปื้อนในลำน้ำสายเกินค่ามาตรฐาน โดยมีเนื้อหาบางส่วนระบุว่า ผลการวิเคราะห์น้ำสายเมื่อวันที่ 9 เมษายน พบมีสารหนูปนเปื้อน 0.014 ไมโครกรัมต่อลิตร สูงกว่าค่ามาตรฐานที่ 0.01 ซึ่งทางอำเภอขอแจ้งให้ทราบว่าจังหวัดเชียงรายได้ประสานไปยังสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) เพื่อตรวจสอบคุณภาพน้ำอีกครั้ง ในระหว่างรอผลจึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเล่นน้ำหรือสัมผัสน้ำแม่น้ำสายโดยตรง โดยให้ใช้น้ำสะอาดจากการประปาภูมิภาค สาขาแม่สาย ประปาหมู่บ้าน หรือประปาท้องถิ่น

“น้ำประปาที่ผลิตจากการประปาส่วนภูมิภาคได้ตรวจสอบกระบวนการผลิตแล้ว มีการควบคุมการผลิตเป็นไปตามแผนบริหารจัดการกรณีน้ำดิบปนเปื้อนโลหะหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์ที่มีคุณภาพน้ำได้มาตรฐาน”ประกาศดังกล่าวระบุ

ประกาศของนายอำเภอแม่สายยังระบุว่า สำนักงานสาธารณสุขอำเภอแม่สายได้ออกคำแนะนำโดยมีสาระสำคัญคือน้ำใช้ในบ้าน หากระดับสารหนูต่ำกว่า 0.05 ไมโครกรัมต่อลิตร การอาบน้ำและใช้น้ำในบ้าน เช่น รีดผ้า ซักผ้า ล้างจาน ยังคงปลอดภัย หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำหรือนำไปปรุงอาหารหรือรดน้ำผัก

วันเดียวกันที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้มีการจัดเสวนา “กก วิกฤต กับชะตากรรมของชุมชนท้องถิ่น” มีนักวิชาการและภาคประชาชนเข้าร่วม โดย ดร.ชยันต์ วรรธนะภูติ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา ม.เชียงใหม่ กล่าวว่า แม่น้ำกกขุ่นข้นนำไปสู่ข้อสงสัยว่ามีอะไรเกิดขึ้นบนต้นแม่น้ำ ซึ่งจากภาพถ่ายทางอากาศบริเวณต้นน้ำที่เคยมีป่าหนาแน่น ปัจจุบันมีการถางป่าและทำลายป่าเพื่อทำเหมืองแร่ทองคำ ต้นน้ำกกอยู่ในรัฐฉานเป็นพื้นอิทธิพลของกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ การจะเข้าไปเก็บข้อมูลทำได้ยาก การตรวจพบสารปนเปื้อนส่งผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำอุปโภค-บริโภค

พระมหานิคม มหาภิกขมโม จากวัดท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงความสัมพันธ์ของคนต้นแม่น้ำกกในรัฐฉาน กับคนลุ่มน้ำกก ต.ท่าตอน ว่า ในพื้นที่ต้นน้ำกกในรัฐฉาน มี 3 เมืองต้นน้ำกก ก่อนไหลเข้าสู่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่-เชียงราย โดยแม่น้ำกกมีต้นน้ำจากเมืองกก ไหลสู่แม่น้ำโขงที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มีความยาว 285 กม.

“วิถีชีวิตชุมชนตอนนี้ ชาวบ้านเมืองกก ใกล้เป็นเหมืองร้างเพราะเป็นเป้าหมายทำเหมืองแร่ ต้องอพยพ และถูกบังคับขายไร่ ขายนา รับจ้างเป็นทหารว้า และอพยพหนีมาไทย หรือเมืองอื่นบ้าง ตอน ปี 2565 เคยมีการประท้วงเหมืองแร่ แต่ชาวบ้านที่ประท้วงถูกอุ้มหาย และถูกทำร้ายร่างกาย ทาง ต.ท่าตอน ทราบ ก็มีการประท้วง จึงทำให้เหมืองแร่ที่เมืองกกหยุดลง” พระมหานิคม กล่าว

พระมหานิคมกล่าวว่า ในส่วนของ“เมืองสาด” เป็นเมืองใหญ่ ระดับอำเภอ หลายหมู่บ้านมีวิถีชีวิตขึ้นอยู่การปกครองรัฐบาลพม่า และกลุ่มชาติพันธุ์ว้าดูแลรอบนอก เมื่อระบบการปกครองไม่เป็นประชาธิปไตย ชาวบ้านทำอะไรไม่ได้มาก โดยชาวเมืองสาดเป็นชาวพุทธร้อยละ 90 การเข้าวัดจึงเปรียบเสมือนกิจกรรมเดียวที่อาจสร้างความสุข ขณะที่กิจกรรมทางการเมืองทำไม่ได้ เศรษฐกิจของเมืองสาดพื้นที่รอบนอก คือ การทำไร่ ทำนา ส่วนพื้นที่เขตเมืองจะทำอาชีพค้าขายเป็นส่วนใหญ่ หลังรัฐบาลทหารพม่าเข้ามาควบคุม พื้นที่รอบนอกเมืองสาด ถูกกดดันหลายอย่าง

พระมหานิคมกล่าวว่าเมืองยอน ติดกับ ต.ท่าตอน เป็นชุมชนเล็กกว่าเมืองสาด มีประมาณ 4-5 หมู่บ้าน เมื่อก่อนปี 2500 เป็นที่ทำกินของชาวบ้านท่าตอนปัจจุบัน หลังจากนั้นมีปัญหาทางการปกครอง พม่าให้ทหารหลายกลุ่มมาอาศัย ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพหนีมาอยู่ท่าตอนในปัจจุบัน ขณะนี้เมืองยอนใหม่ ถูกเรียกว่า “เปียงคำ” มีทหารว้าควบคุม โดยมีกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆด้วย เช่น ไทใหญ่ เมื่อทหารพม่าปกครอง ก็เริ่มให้กลุ่มทุนจีนเข้ามาทำเหมืองทอง และตัดต้นไม้ ปลูกยางพาราแทน

“จีนแดงเข้ามาสัมปทานทำเหมืองทอง นอกจากนั้นยังมีกลุ่มจีนเทาสัมปทานบ่อนคาสิโน มีคอลเซ็นเตอร์ หลังทางการจีนปราบปรามไม่นานก็เกิดน้ำท่วมใหญ่

ทั้งนี้ในที่ประชุมได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยชาวบ้านเล่าว่า การทำเหมืองทองที่ต้นแม่น้ำกก เริ่มเกิดขึ้นในช่วง 2-3 ปี บริเวณบ้านเมืองฮุง เขตติดต่อระหว่างเมืองยอนกับเมืองสาด

“พวกเราที่อยู่ใกล้แม่น้ำกก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ หลังสุ่มตรวจพบสารพิษปนเปื้อน ตอนแรกใช้น้ำประปาหมู่บ้าน น้ำที่สูบไปผลิตเป็นน้ำจากแม่น้ำกก จึงตั้งคำถามไปยังหน่วยงานต่างๆว่าจะมีวิธีแก้ไขการปนเปื้อนระดับวงกว้างอย่างไร หรือน้ำบาดาลมีสารพิษหรือไม่ หรือเข้าสู่พืชผลทางการเกษตรหรือไม่ ชาวบ้านที่มาจาก เมืองสาด หลายคนบอกว่าต้นน้ำกกยังน้ำกกใส แต่มีเหมืองอยู่บริเวณเมืองยอน โดยมีกลุ่มทุนจีนเป็นคนออกทุน กลุ่มชาติพันธุ์ว้าเป็นคนควบคุม ส่วนลูกจ้างเป็นคนพื้นที่ แม่น้ำกกตอนบนมีการทำเหมืองแร่ ท้ายน้ำมีสารพิษปนเปื้อน หน่วยงานต่างๆจะแก้ไขอย่างไร” ชาวบ้านกล่าว

ดร.มาลี สิทธิเกรียงไกร อาจารย์ประจำศูนย์ศึกษาชาติพันธุ์และการพัฒนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่าปัญหาการปนเปื้อนโลหะหนักเป็นการปนเปื้อนข้ามพรมแดน เหมืองแร่หลายแห่งอาจไม่มีการควบคุมการแต่งแร่ เป็นที่มาของแม่น้ำกกปนเปื้อนสารหนูและตะกั่ว เกินค่ามาตรฐาน ซึ่งจะต้องหยุดกิจกรรมเหมืองแร่ เป็นเรื่องการเมือง ผลประโยชน์ ที่ทับซ้อนมาก