เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ในรายการ This week’s Irrawaddy editorial discussion ของสำนักข่าว Irrawaddy ได้มีการวิเคราะห์ถึงท่าทีของจีนที่กำลังกดดันกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ทางเหนือของรัฐฉานให้หยุดยิงกับกองทัพพม่า ซึ่งล่าสุด จีนได้หันหน้ามากดดันกองกำลังตะอางหรือปะหล่อง (Ta’ang National Liberation Army-TNLA) อย่างหนัก เพื่อให้คืนหลายเมืองทางเหนือของรัฐฉานให้กับกองทัพพม่า หลังจากที่ยึดมาได้จากปฏิบัติการ 1027 เมื่อปลายปีที่แล้ว แม้ทางกองกำลังปะหล่อง เคยประกาศกร้าวจะไม่ยอมทำตามคำสั่งจีน
นายอองซอว์ ผู้ก่อตั้งสำนักข่าว Irrawaddy เชื่อว่า กองกำลัง TNLA จะยอมคืนเมืองตามที่กองทัพพม่าร้องขอในอนาคตอันใกล้นี้ เหมือนที่กองกำลังโกก้าง (Myanmar National Democratic Alliance Army-MNDAA) ยอมคืนเมืองล่าเสี้ยวเมื่อเดือนเมษายน 2568 ที่ผ่านมา โดยเขาระบุว่า ขณะนี้ กองกำลังปะหล่องกำลังถูกจีนกดดันอย่างหนักให้สงบศึกกับกองทัพพม่า ในขณะเดียวกันกองทัพพม่ายังคงเดินหน้าทิ้งระเบิดตามเมืองที่กองกำลัง TNLA ควบคุมไว้
ผู้ก่อตั้งสำนักข่าว Irrawaddy ระบุว่า สิ่งที่เห็นได้ชัดว่าจีนนั้นไฟเขียวให้กองทัพพม่าโจมตีฝ่ายตรงข้ามที่ไม่เชื่อฟังจีน เห็นได้จากการที่จีนไม่เคยออกมาแสดงท่าทีใดๆเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กองทัพพม่าทิ้งระเบิดในเขตพลเรือน ซึ่งกลายเป็นเป้าหมายโจมตีของกองทัพพม่า
นายอองซอว์ยังกล่าวว่า เครื่องบินรบของกองทัพพม่าส่วนใหญ่ซื้อมาจากประเทศจีน หรืออาจกล่าวได้ว่า จีนนั้นมีส่วนร่วมในสงครามกลางเมืองและความไม่สงบในพม่า และกองกำลังสหรัฐว้า (United Wa State Army -UWSA) ก็จะเป็นรายต่อไปที่จะถูกกดดันให้คืนเมืองที่เคยอยู่ภายใต้กองทัพพม่าโดยที่ผ่านมา มีการกดกันกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ด้วยการปิดชายแดน ห้ามส่งสินค้ามายังพื้นที่ของกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ อย่างไรก็ตาม การเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของพม่า ทำให้เกิดกระแสต่อต้านจีนในหมู่ชาวพม่าเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน โดยมีการประท้วงหน้าสถานทูตจีนในหลายประเทศ และมีการวิพากษ์วิจารณ์จีนตามโซเชียลมีเดียต่างๆเกี่ยวกับกรณีที่จีนเข้ามากดดันกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ในพม่า
“ความแตกต่างในเรื่องนี้คือ รัฐบาลจีนสนับสนุนกองทัพพม่า ในขณะที่ประชาชนต้องการเป็นอิสระจากการกดขี่ของกองทัพพม่า ในขณะที่จีนสนับสนุนให้เกิดการเลือกตั้งในพม่า แต่ประชาชนทั่วไปคิดว่า นั่นจะไม่เกิดขึ้น นั่นคือความต่างที่เกิดขึ้น” นายอองซอว์กล่าว
นายอองซอว์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า จีนต้องการให้พม่ามีเสถียรภาพเพราะต้องการให้พม่าพึ่งพาจีนให้ได้มากที่สุด เห็นได้จากบางพื้นที่ของพม่านั้นต้องพึ่งไฟฟ้า อินเทอร์เน็ตและน้ำประปา โดยเฉพาะในพื้นที่ตามแนวชายแดนจีน – พม่า ที่อยู่ในเขตควบคุมของกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์ต่างๆ และเขตพื้นที่เหล่านี้เปรียบเหมือนรัฐบริวารของจีน ที่จีนจะทำอย่างไรก็ได้ ยกเว้นกองทัพเอกราชคะฉิ่น(Kachin Independence Army: KIA)
เขากล่าวด้วยว่า จีนต้องการกลับมาดำเนินการโครงการต่างๆของจีนที่อยู่ในพม่า อย่างโครงการระเบียงเศรษฐกิจจีน-เมียนมา (China-Myanmar Economic Corridor : CMEC) ภายใต้โครงการ Belt and Road Initiative (BRI) หรือการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามชายแดนพม่า ที่ส่งผลกระทบต่อจีน กล่าวคือ ทุกสิ่งที่จีนทำก็เพื่อผลประโยชน์ของจีนทั้งสิ้น
เมื่อผู้ดำเนินรายการตั้งคำถามว่า การแทรกแซงของจีนจะส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวปฏิวัติในพม่าให้ช้าไปอีกหรือไม่ นายอองซอว์กล่าวว่า อาจส่งผลกระทบในบางส่วน แต่จีนจะไม่ใช่ผู้คุมเกมการเมืองในพม่าทั้งหมด นั่นเป็นเพราะประชาชนส่วนใหญ่ในพม่าต่อต้านจีน
นายอองซอว์ไม่เชื่อว่า กลุ่มปฏิวัติต่อต้านกองทัพพม่านั้นคิดว่าตัวเองเป็นทาสของจีน โดยยังเชื่อว่า สมาชิกในอาเซียนเองยังไม่ให้การสนับสนุนหรือมีการพูดคุยเกี่ยวกับการเลือกตั้งพม่าเหมือนที่จีนทำ
ด้านพลเอกตะปันลา เลขาธิการอันดับ 2 ของกองทัพปะหล่อง กล่าวว่า จีนไม่ต้องการให้เกิดการสู้รบตามแนวชายแดนพม่า – จีน เช่นเดียวกับปฏิบัติการทางทหารใดๆก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เกิดขึ้นในพื้นที่ตามแนวท่อส่งน้ำมันและก๊าซของจีน และยังรวมถึงในพื้นที่ที่บริษัทและโรงงานอื่นๆ ของจีนตั้งอยู่ด้วย
“เป็นเวลากว่าทศวรรษที่จีนได้เรียกร้องเราอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะโดยตรงหรือผ่านข้อความ ให้หลีกเลี่ยงการปะทะ เราจะไม่ยอมเสียดินแดนของเราไปเพราะแรงกดดันจากจีน เรายังให้ความสำคัญกับเสียงของพันธมิตรของเราด้วย” พลเอกตะปันลา กล่าว




