
เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2568 นายปุ๊ คนจับปลาท่าหาดไคร้ แม่น้ำโขง ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย เปิดว่า ตั้งแต่กลางเดือนที่ผ่านมาจากที่ได้ไหลมอง(อวน)บริเวณท่าหาดไคร้ จับปลาแค้ที่มีตุ่มสีแดงได้แล้ว 2 ตัว และมีคนหาปลาท่าวัดหลวงก็มีจับที่มีลักษณะเดียวกันได้เรื่อย ๆ นั่นคือปลาป่วยมีตุ่มแดงตามครีบ ปาก และหนวด ส่วนใหญ่จะเป็นขนาดเล็ก

“ตั้งแต่หาปลามาไม่เคยพบปลาแค้ที่ป่วยแบบนี้เลย ไม่ว่าตัวเล็กตัวใหญ่ ปลาชนิดอื่นก็ไม่เคยเห็นที่เป็นแบบนี้ คิดว่ามันน่าจะหนีน้ำขุ่นในน้ำกกออกมา ปลาชนิดนี้จะไม่ชอบน้ำขุ่น และอยู่ตามโขดหิน แต่ก็ไม่เคยเห็นปลาป่วยแบบนี้มาก่อนเพิ่งเจอในปีนี้ อาจเป็นเพราะน้ำนิ่งไม่ไหล ปลาพวกนี้ชอบอยู่ที่น้ำไหลแรงและเย็น” นายปุ๊กล่าว
นายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว หรือครูตี๋ ประธานกลุ่มรักษ์เชียงของ กล่าวว่า ปลาแค้ที่ป่วยมีตุ่มแดงที่จับได้ในเช้าวันนี้ นายอำเภอเชียงของได้ประสานเพื่อนำส่งสำนักงานประมงจังหวัดเชียงราย มีขนาดยาว 6.5 นิ้ว โดยจับได้บริเวณแม่น้ำโขง บริเวณหน้าสถานีเรือ นรข.เชียงของ ส่วนปลาแค้ที่จับได้เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ที่บริเวณท่าบ้านหัวเวียงใกล้ โฮงเฮียนแม่น้ำของ ได้นำส่งไปตรวจยังห้องแลปมหาวิทยาลัยแม่โจ้แล้ว
ครูตี๋กล่าวว่า เหตุการณ์ปลาเป็นโรคนี้เป็นเหตุการณ์ยืนยันได้ว่า ขณะนี้ปลาในแม่น้ำโขงและปลาแม่น้ำสาขา ทั้งแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก มีปัญหาเรื่องการติดเชื้อซึ่งจะมีอันตรายต่อผู้บริโภคหรือไม่อย่างไร ยังไม่มีข้อมูล แต่การติดเชื้อจะขยายเพิ่มขึ้นมาก โดยชาวประมงบอกว่าปลาแค้ขนาดเล็กที่จับได้เกือบทุกตัวจะมีแผลพุพอง และมีข้อสันนิษฐานว่า ปลาแค้ขนาดเล็กที่มีแผลเช่นนี้เป็นปลาที่เกิดในฤดูฝนที่ผ่านมาและแม่น้ำมีการปนเปื้อนสารพิษอย่างรุนแรงจากการทำเหมืองและอุทกภัย ซึ่งปลาแค้เป็นปลายที่หายใจโดยออกซิเจนที่ผ่านเหงือกจะไม่ชอบน้ำขุ่น และอยู่ที่น้ำไหลเชี่ยว
ด้านนายณัฐรัฐ พรเดชอนันต์ หัวหน้าประมงจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า อาการป่วยที่มีตุ่มแดงของปลาแค้นี้เกิดจากปรสิตจะมีปลิงใสเกาะอยู่ เป็นลักษณะของปลาแค้ที่จะอยู่ตามแก่งหินไม่ค่อยเคลื่อนไหวและอยู่กับท้องน้ำทำให้เกิดโอกาสติดเชื้อได้ง่าย ต่างจากปลาชนิดอื่นที่จะว่ายน้ำ แต่ปลาแค้ที่ป่วยจะสามารถหายป่วยได้ และหากจะนำมากินต้องทำให้สุกเพราะมีพยาธิใบไม้
ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ทางประมงได้นำปลาที่ป่วยมีตุ่มลักษณะนี้ที่เก็บจากแม่น้ำกกไปตรวจห้องปฎิบัติการ 3 ด้าน คือ ด้านปรสิตวิทยา พบปลิงใส เป็นกลุ่มพยาธิใบไม้ ส่วนแลปตรวจแบททีเรียวิทยา พบเชื้อแบททีเรียที่กระจายอยู่บริเวณตุ่มดังกล่าว แต่ไม่พบในอวัยวะภายใน ส่วนแลปไวรัสวิทยานั้นยังไม่ทราบผลจะใช้เวลาตรวจประมาณ 3 สัปดาห์ คาดว่าจะทราบผลในปลายเดือนนี้ และยังมีรายงานจากประมงจังหวัดเชียงราย
“ก่อนหน้านี้ที่นำปลาทั่วไปในแม่น้ำกกไปตรวจสารหนูในเนื้อปลา พบว่าไม่เกินมาตรฐานน้อยกว่า 0.13 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม”นายณัฐรัฐ กล่าว
ดร.นณท์ ผาณิตวงศ์ นักวิชาการอิสระด้านระบบนิเวศน้ำจืด กล่าวว่า การที่ปลาแค้มีอาการป่วยดังกล่าวจากปริสิต แบททีเรีย หรือไวรัสนั้น แต่ทั้งหมดเป็น Secondary infection เป็นการติดเชื้อซ้ำ ปลาป่วยด้วยอะไรสักอย่างก่อน ทำให้ปลาอ่อนแอลง ขาดภูมิคุ้มกัน และปลาแค้เป็นผู้ล่าชั้นสูงดังนั้นจึงมีโอกาสสะสมสารเคมีได้มากกว่าปลาชนิดอื่น จึงต้องหาสาเหตุของการที่ทำให้ปลาแค้อ่อนแอ เพราะมีความผิดปกติของระบบนิเวศน์ในน้ำโขงที่ทำให้ปลาชนิดนี้ป่วย



