เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2568 สำนักข่าวพนมเปญโพสต์ รายงานว่ารัฐบาลกัมพูชาปล่อยตัว อุค มาว (Ouk Mao) นักสิ่งแวดล้อมและนักข่าวท้องถิ่นชาวกัมพูชาซึ่งถูกหมายจับมากกว่า 10 คดี และถูกคุมขังนาน 10 วัน หลังการปล่อยตัว อุค มาว กล่าวว่าตนไม่กลัวและไม่เสียความตั้งใจที่จะปกป้องทรัพยากรธรรมชาติของกัมพูชา และยืนยันที่จะปกป้องผืนป่า “ปรัย เล็ง” ซึ่งเปรียบดังหัวใจของเขาต่อไป
นักข่าวกัมพูชาวัย 57 ปีผู้นี้กล่าวอีกว่าแม้ตนจะไม่ได้จดทะเบียนเป็นนักข่าวกับกระทรวงข้อมูล แต่เชื่อว่ามีสิทธิ์ที่จะปกป้องผืนป่าที่สำคัญ
“ก่อนผมจะถูกจับและถูกขัง ผมได้ใช้ความพยายามที่จะปกป้องผืนป่าไปเพียงสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้ผมถูกปล่อยออกมาแล้ว ผมจะมุ่งมั่นเดินหน้าทำทุกอย่างเพื่อปกป้องผืนป่าให้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมจะทำให้มากกว่าเดิมอีก ถึงแม้ว่าจะถูกกดดันก็ตาม” อุค มาว กล่าว
นักต่อสู้ชาวกัมพูชารายนี้ถูกจับในข้อหา “ยุยงปลุกปั่นให้เกิดอาชญากรรมและหมิ่นประมาทในที่สาธารณ ที่จังหวัดสตรึงเตร็ง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม และถูกจำคุกชั่วคราว และศาลจังหวัดสั่งให้ปล่อยตัวเขาออกมาเมื่อวานนี้ (25 พฤษภาคม)
เขากล่าวว่า ศาลปล่อยตัวเขาพร้อมเงื่อนไข 3 ประการคือ ต้องไปรายงานตัวต่อสถานีตำรวจภายใน 3 วันก่อนจะเดินทางกลับบ้าน เขาจะต้องแจ้งหน่วยงานปกครองท้องถิ่น ถ้าเขาย้ายที่อยู่และเขาจะต้องไปรายงานตัวที่ศาลทุกครั้งที่มีการเรียกตัว
นักข่าวกัมพูชากล่าวว่าเงื่อนไขดังกล่าวไม่ได้ทำให้เขายุติกิจกรรมเพื่อการปกป้องผืนป่า อย่างไรก็ตามหน่วยงานจังหวัดและศาลได้แนะนำให้เขาปฏิบัติตามกฎหมาย และเขาก็เห็นด้วย
“ผมไม่ได้กลัว สิ่งที่ผมทำเพื่อผืนป่า เพื่อประชาชนและประเทศของผม ถ้าผมตัดไม้ทำลายป่า ผมจะต้องเกรงกลัวต่อการถูกลงโทษ แต่นี่ผมกำลังปกป้องผืนป่า ผมไม่กลัวเจ้าหน้าที่มีการคอรัปชั่น” เขากล่าว
ทั้งนี้การจับกุมอุค มาว ได้จุดกระแสการวิพากษ์วิจารณ์จากภาคประชาสังคมและสื่อต่างประเทศอย่างกว้างขวาง เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม รัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลชี้แจงว่า อุค มาวมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมต่างๆ กว่า 15 คดี เขาถูกจับในข้อหา ยุยงปลุกปั่น หมิ่นประมาทในที่สาธารณะ ยุยุงปลุกปลั่นความรุนแรงและยึดครองที่ดินป่าของรัฐโดยผิดกฎหมาย โดยกระทรวงข้อมูลระบุว่า มาวทำงานให้กับสำนักข่าวออนไลน์ Intry Plus News แต่ไม่มีใบอนุญาตนักข่าว เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในการสมัคร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักข่าวที่สมัครรับใบอนุญาต จะต้องไม่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางกฎหมายหรือกระบวนการทางกฎหมายใดๆ
อนึ่ง ป่าปรัยเล็ง เป็นป่าฝนพื้นที่ต่ำ (lowland rain forest) ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค กินอาณาบริเวณแม่น้ำโขงทางตอนเหนือของกัมพูชา ซึ่งเผชิญภัยคุกคามต่างๆ โดยเฉพาะการลักลอบทำไม้เถื่อนอย่างต่อเนื่อง




