Search

ชาวบ้านค้านเมืองทองร่อนหนังสือร้องกพร.-ผวจ.เลยระงับหนังสืออนุญาตการซื้อขาย-ขนย้ายแร่สำรวจพื้นที่เกิดเหตุพบสถานการณ์ยังคงคุกรุ่น ชุมชนหวาดผวาร่วมกันจัดเวรยามเอง

IMG_40776877298740

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่บ้านนาหนองบง ตำบลเขาหลวง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ชาวบ้านที่คัดค้านเหมืองทองคำ ได้หารือร่วมกันเพื่อประชุมวางแผนรับมือปกป้องชุมชนภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ชาวบ้านกว่า 40 คนปะทะกับกลุ่มชายนิรนามหลายร้อยคนและมีชาวบ้านถูกทำร้ายจำนวนกว่า 20 คน รวมทั้งถูกปล้นททรัพย์สินและข่มขู่ให้เลิกเคลื่อนไหวต่อต้าน เมื่อคืนวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา 

นางวิรอน รุไชยวัฒน์ ชาวบ้านที่ร่วมคัดค้าน กล่าวว่า ในวันเดียวกันนี้ ชาวบ้านยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมทั้งส่งจดหมายเปิดผนึกไปยังกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่, อุตสาหกรรมจังหวัดเลย (กพร.เลย) สถานีตำรวจภูธรอำเภอวังสะพุง สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองจังหวัดเลย และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพื่อให้มีส่วนรับผิดชอบต่อกรณีปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามชาวบ้านไม่เชื่อว่าเหมืองทองไม่เกี่ยวกับการขนส่งแร่ตามที่กล่าวอ้าง ดังนั้นเพื่อความยุติธรรมของทั้ง2 ฝ่ายขอให้ระงับใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยของประชาชนกลุ่มฅนรักษ์บ้านเกิด 6 หมู่บ้าน และ ขอตรวจสอบและขอสำเนาใบอนุญาตการซื้อ-ขายแร่ และใบอนุญาตขนแร่ ของ บริษัท ทุ่งคำ จำกัด ทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2557 เนื่องจากที่ผ่านมาความรุนแรงที่เกิดขึ้นสร้างความทุกข์และกังวลแก่คนในพื้นที่ได้

ด้านนายสุรพันธ์ รุจิไชยวัฒน์ เลขานุการกลุ่มรักษ์บ้านเกิดซึ่งถูกทำร้ายร่างกาย กล่าวว่า ขณะที่ชาวบ้านที่ถูกทำร้ายต้องทยอยไปพบหมอ ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขบางรายลงพื้นที่มาเยี่ยมชุมชนเพื่อบริการทางการแพทย์ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่มีเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือ แต่เชื่อว่าความรุนแรงยังไม่สามารถยุติลงได้ง่าย ตราบใดที่การสื่อสารของเหมืองทองคำพยาพยามใส่ร้ายชาวบ้านเพื่อสร้างปมขัดแย้งมากขึ้น เพราะที่ผ่านมามีผู้ก่อความไม่สงบค่อยคุกคามแกนนำมาโดยตลอด ในอดีตเจอทั้งขู่ฆ่า วางระเบิดหน้าบ้าน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นในวันตำรวจแห่งชาติ ขณะนั้นมีชาวบ้านแจ้งตำรวจไปแต่ไม่มีการตอบรับจากฝ่ายใดและไม่มีเจ้าหน้าที่มาดูแล

“ตอนมีข่าวไฟไหม้ในพื้นที่ป้อมยามของเหมืองทอง ไม่ถึงชั่วโมง ตำรวจก็เข้ามา พอเกิดเหตุในพื้นที่ชาวบ้านเดือดร้อน พวกเรารอหลายชั่วโมงยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตอนนี้ระบบสื่อสารของเราก็อับสัญญาณมาก เราลำบากเรื่องการสื่อสารจากภายนอก วิทยุสื่อสารในชุมชนถูกยึดโดยกลุ่มชายที่รุมทำร้าย ไฟส่องชุมชนถูกยิงเสียหาย เราไม่ได้รับการคุ้มกันใดๆ เลย คงต้องตื่นเช้า นอนดึกต่อ่ไป แต่ได้คุยกันแล้วว่าให้ชาวบ้านเดินทางเป็นกลุ่ม ห้ามเดินลำพังเพื่อความปลอดภัย เพราะวันนี้พบว่ามีผู้ไม่ประสงค์ดี เอาตะปูเรือใบไปสร้างสถานการณ์ เพื่อใส่ร้ายชาวบ้านว่าเป็นผู้กระทำ เหตุการณ์อย่างนี้คนเจอจนชิน แต่เราไม่มีทางเลือก สู้เท่าที่ทำได้” นายสุรพันธ์ กล่าว

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านนาหนองบง พบว่าสถานการณ์ยังคงคุกรุ่น โดยชาวบ้านต่างยังรู้สึกหวาดหวั่นในสาถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยชาวบ้านรายหนึ่งเล่าว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์รุนแรงในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านไม่อาจนอนหลับและอยู่บ้านได้อย่างปกติ แต่ความร่วมมือในชุมชนยังคงเข้มแข็งเหมือนเดิม ตอนเช้ากลุ่มแม่บ้านจะร่วมกันทำกับข้าวมาตั้งไว้ที่จุดตรวจหน้าหมู่บ้าน โดยหลังจากเกิดเหตุรุนแรงทางอำเภอได้ส่งอาสาสมัครมาดูแลชาวบ้านประมาณ 3 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นมาดูแลความเรียบร้อย แต่ก็กลับไปตั้งแต่ช่วงเช้าไม่ได้มีมาตรการคุ้มครองอะไรที่ชัดเจน

ชาวบ้านรายเดิมกล่าวว่า นอกจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาไม่ได้รับความคุ้มครองจากเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการแล้ว กรณีการเผาป้อมยามของบริษัทเหมืองทองเมื่อวันก่อน ยังถูกบิดเบือนข้อมูลไปในทางลบต่อชาวบ้านด้วย โดยเจ้าหน้าที่เหมืองพยายามสร้างสถานการณ์ว่า ชาวบ้านที่โกรธแค้นจากการถูกทำร้ายก่อเหตุเผาป้อมรักษาความปลอดภัย