Search

วิกฤตสารพิษ 4 แม่น้ำรุนแรงขึ้น น้ำกกพบชนิดสารโลหะหนักเพิ่มทั้งแมงกานีส ตะกั่ว สารหนู ส่วนน้ำสายอ่วมค่าสูงลิ่วเช่นเดียวกับแม่น้ำรวก ขณะที่แม่น้ำโขงพบสารหนูพุ่ง คพ.เผยขุดลอกทำให้โลหะหนักฟุ้ง

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 เว็บไซต์ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ เผยแพร่รายงาน สถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อมในแม่น้ำกกและลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง

และผลกระทบกรณีปัญหาสารปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐาน(ผลการตรวจครั้งที่ 5 ) มีเนื้อหาสำคัญว่าจากกรณีปัญหาแม่น้ำกกมีความขุ่นผิดปกติ กรมควบคุมมลพิษ(คพ.)ได้กำหนดจุดตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อมเพื่อตรวจวัดคุณภาพน้ำและตะกอนดินในแม่น้ำกกและลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่และจ.เชียงราย รวม 27 จุด

ผลตรวจสารโลหะหนักครั้งที่ 5พบว่า ตะกั่ว มีค่าเกินมาตรฐานฯ ตั้งแต่บริเวณบ้านจะเด้อ อ.เมือง จ.เชียงรายคือ 0.082 mg/L(ค่ามาตรฐาน 0.05 mg/L)  บริเวณสะพานแม่ฟ้าหลวง อ.เมือง จ.เชียงราย คือ 0.064 mg/L บริเวณบ้านโป่งนาคำ อ.เมือง จ.เชียงราย คือ 0.062 mg/L

แมงกานีส พบค่าเกินมาตรฐานฯ โดยบ้านจะเด้อ อ.เมือง จ.เชียงราย คือ 1.6 mg/L(ค่ามาตรฐาน 1.0 mg/L) บ้านโป่งนาคำ อ.เมือง จ.เชียงราย 1.5 mg/L

สารหนู (As) มีค่าสูงเกินค่ามาตรฐานฯคือ ตั้งแต่บริเวณชายแดนไทย – พม่า อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จนถึงบริเวณ อ.เมือง จ.เชียงราย อยู่ระหว่าง 0.011-0.047 mg/L (ค่ามาตรฐานอยู่ที่ 0.01 mg/L)

ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำผิวดินในแม่น้ำสาย ความขุ่น ครั้งที่ 5 พบความขุ่นมีค่าอยู่ระหว่าง 628 -2,559 NTU เนื่องจากเป็น ช่วงฤดูฝนทำให้ปริมาณน้ำมาก กระแสน้ำไหลแรง และมีการขุดลอกตะกอนเพื่อป้องกันอุทกภัยบริเวณบ้านหัวฝาย ต.แม่สาย ทำให้มีสารแขวนลอยในน้ำสูง สำหรับโลหะหนัก สารหนู (As) ผลการตรวจครั้งที่ 2 – 5 มีค่าสูงเกินค่ามาตรฐานฯ ทุกจุดตรวจวัด โดยมีค่าอยู่ในช่วง 0.017 – 0.049  mg/L

ตะกั่ว (Pb) ผลการตรวจครั้งที่ 5 ค่าเกินมาตรฐานฯ ที่บ้านหัวฝาย (0.081 mg/L) และสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 2 (0.083 mg/L)

แมงกานีส (Mn) ผลการตรวจครั้งที่ 5 ค่าเกินมาตรฐานฯ ที่บ้านหัวฝาย คือ 1.2 mg/L(ค่ามาตรฐาน 1.0 mg/L) และสะพานมิตรภาพแม่น้ำสายแห่งที่ 2 (1.2 mg/L)ซึ่งสอดคล้องกับความขุ่นที่เพิ่มสูงขึ้นจึงทำให้โลหะหนักบางตัวมีการตรวจพบเพิ่มขึ้น

ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำผิวดินในแม่น้ำโขง ความขุ่น ผลการตรวจครั้งที่ 5 พบความขุ่นมีค่าอยู่ระหว่าง 245 – 352 NTU พบสูงที่สุดหลังจุดบรรจบแม่น้ำรวกบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ โลหะหนัก ผลการตรวจวัดครั้งที่ 5 ซึ่งเพิ่มจุดเก็บบริเวณจุดผ่านแดนถาวรสามเหลี่ยมทองคำ อ.เชียงแสน  ซึ่งเชื่อมต่อจากแม่น้ำรวก พบสารหนูมีค่าสูงเกินค่ามาตรฐานฯ ทั้ง 3 จุด ตรวจวัด โดยพบค่าอยู่ในช่วง 0.036–0.045 mg/L

ในรายงานของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 เชียงใหม่ ยังได้ระบุบทวิเคราะห์ด้วยว่า 1) ผลคุณภาพน้ำบริเวณที่ติดกับพรมแดนของเมียนมา ทั้งแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย จะมีค่าความขุ่นสูงผิดปกติทุกจุดตรวจวัด และพบค่าโลหะหนักสารหนูสูง ซึ่งเป็นพารามิเตอร์ที่สะท้อนถึงการทำกิจกรรมการทำเหมืองอย่างชัดเจน

2) ค่าสารหนูที่พบในแม่น้ำโขง คาดว่าจะได้รับผลกระทบมาจากแม่น้ำสายที่มาบรรจบกับแม่น้ำรวกและไหลลงสู่แม่น้ำโขง เนื่องจากผลการตรวจวัดสารหนูในแม่น้ำสายต่อเนื่องมาแม่น้ำรวก และจุดที่ไหลลงแม่น้ำโขง พบค่าสารหนูเกินมาตรฐานทุกจุด แต่ทั้งนี้ อาจจะต้องมีการตรวจสอบคุณภาพน้ำที่ไหลจากแม่น้ำโขงที่มาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชน (สปป.) ลาวเพื่อให้ข้อมูลมีความสมบูรณ์มากขึ้น

3) กรมควบคุมมลพิษได้ทดสอบการกรองตัวอย่างน้ำเพื่อแยกสารแขวนลอยในน้ำ และวิเคราะห์

ปริมาณสารหนูในตัวอย่างน้ำ พบว่า ตัวอย่างน้ำแม่น้ำกก แม่น้ำสายและแม่น้ำโขง ที่ผ่านการกรองทุกตัวอย่างจะพบค่าสารหนูต่ำกว่า 0.01 มก./ล. ส่วนตัวอย่างน้ำปกติที่ไม่ผ่านการกรองจะพบค่าสารหนูสูง สรุปผลคุณภาพน้ำ ซึ่งสอดคล้องกับสมมติฐานว่าในสภาวะตามธรรมชาติของแม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขง ปริมาณสารหนูจะพบปนเปื้อนติดกับอนุภาคสารแขวนลอยมากกว่าพบละลายในน้ำ

4) ปริมาณสารหนูในแม่น้ำแปรผันตรงกับค่าความขุ่นที่ตรวจวัดได้ เนื่องจากการตรวจวัดคุณภาพน้ำครั้งที่ 4 และ 5 เป็นช่วงฤดูฝนตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 สภาพน้ำมีความขุ่นค่อนข้างสูง กระแสน้ำแรง จึงมีผลทำให้น้ำมีความขุ่น และนอกเหนือจากสารหนูยังมีการพบ โลหะหนักบางชนิดเกินมาตรฐานในบางจุด การเก็บตัวอย่างครั้งที่ 4 และครั้งที่ 5 พบว่าปริมาณฝนที่ตกจะส่งผลให้

เกิดน้ำหลากฉับพลัน ทำให้ความขุ่นมีค่าสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะการเก็บตัวอย่างครั้งที่ 5 ระหว่างบริเวณตั้งแต่บ้านจะเด้อ ต.ดอยฮาง ถึง สะพานข้ามแม่น้ำกก ต.ดอยฮาง ซึ่งมีฝนตกหนักในวันก่อนการเก็บตัวอย่าง พบว่ามีค่าความขุ่นและสารหนูสูงมากกว่าจุดเหนือน้ำในบริเวณพรมแดนไทย-พม่า ต.ท่าตอน อ.แม่อาย ซึ่งไม่มีฝนตกรบกวนก่อนการเก็บตัวอย่าง

5) การขุดลอกตะกอนในแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก เพื่อป้องกันและเตรียมความพร้อมในการ

บรรเทาสาธารณภัยจากอุทกภัย ช่วงปลายพฤษภาคม-มิถุนายน 2568 (การเก็บตัวอย่างครั้งที่ 4 และ 5 ตั้งแต่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำกก ต.ดอยฮาง ถึงสะพานเฉลิมพระเกียรติ 1 ต.รอบเวียง

และแม่น้ำสาย บริเวณบ้านหัวฝาย ต.แม่สาย และบริเวณแม่น้ำรวก ส่งผลทำให้เกิดการรบกวนลำน้ำ ทำให้พบค่าความขุ่นและค่าสารหนูสูงขึ้นกว่าในเดือนมีนาคม-ต้นเดือนพฤษภาคม 2568 (การเก็บตัวอย่างครั้งที่ 1 ถึงครั้งที่ 3)

ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษ มีแผนตรวจวัดคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่องเพื่อเปรียบเทียบผลการตรวจวัด

คุณภาพน้ำและใช้เป็นข้อมูลประกอบการในการแก้ไขปัญหาในแม่น้ำและบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อการนำน้ำไปใช้ประโยชน์ของประชาชน

On Key

Related Posts